กรุงเทพประกันภัยยกระดับระบบข้อมูล หนุน ECM พร้อมรับ Big Data

กรุงเทพประกันภัยยกระดับระบบข้อมูล หนุน ECM พร้อมรับ Big Data

68 ปี แห่งการดำเนินธุรกิจประกันของ “กรุงเทพประกันภัย” ที่เติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งวันนี้เป็นที่ยอมรับจากคนทั่วไป

 

โดยมีรางวัลอันทรงเกียรติมากมายเป็นเครื่องการันตี และที่เป็นเกียรติประวัติสูงสุด ด้วยพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งให้แก่บริษัทฯ เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2547

 

ซึ่งเปรียบประดุจเอกสารรับรองว่า บริษัทได้ประกอบธุรกิจการค้าโดยซื่อสัตย์ สุจริต ตั้งอยู่ในศีลธรรม มีหลักฐานมั่นคง และเป็นที่เชื่อถือแก่มหาชนทั้งหลาย โดยกรุงเทพประกันภัยมุ่งเน้นการบริหารจัดการด้วยมาตรฐานสากล นำเสนอบริการที่เป็นเลิศ พร้อมทั้งมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย

 

 

 

สิ่งสำคัญของนโยบายการดำเนินธุรกิจ คือ “ กรุงเทพประกันภัย แคร์คุณทุกย่างก้าว ” ซึ่งเป็นสโลแกนที่สื่อถึงความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าคือเป้าหมายสำคัญของบริษัทฯ สำหรับการพัฒนาองค์กร กรุงเทพประกันภัยได้เลือกสรรแนวทาง

ที่ดีที่สุดเพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี สารสนเทศซึ่งเป็นหัวใจในงานบริการลูกค้า และเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการ

 

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เราได้เห็นถึงความสำคัญของการนำระบบไอทีมาขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการบริการลูกค้า-คู่ค้าที่ดี

 

 

โดยได้ดำเนินการปรับปรุง Business Process และจัดตั้ง Corporate Contact Center เพื่อเพิ่มบริการความพึงพอใจของลูกค้าในแต่ละ ช่องทางการขาย และพัฒนา Mobile Application ในการซื้อประกันภัย รวมถึงการ Claim

 

นอกจากนี้เรายังได้นำ ระบบ Telematics มาใช้ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการขับขี่ของลูกค้า ซึ่งลูกค้าสามารถนำมาปรับ พฤติกรรมการขับขี่ให้เกิดความปลอดภัยต่อตนเองและผู้ใช้รถใช้ถนน อื่นๆ ช่วยลดสถิติในการเกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียได้อีกทางหนึ่ง

 

Enterprise Content Management เพิ่มประสิทธิภาพข้อมูล-รับแผน DRP & BCP

 

อีกหนึ่งโครงการเพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการข้อมูลองค์กรนั่นคือโครงการ Enterprise Content Management (ECM) ซึ่งอิมพลีเมนต์และพร้อมใช้งานแล้วนั้น เป็นโครงการที่ตอบโจทย์การขยายตัวของธุรกิจ ซึ่งเมื่อธุรกิจเติบโตย่อมมีเอกสารและข้อมูลที่เพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องมีระบบที่มีประสิทธิภาพสูง รวดเร็ว รองรับงานที่มีความซับซ้อนและปริมาณมาก

 

ดร.อภิสิทธิ์ เล็งเห็นว่า ระบบบริหารข้อมูล หรือ Content Management System เดิมที่กรุงเทพประกันภัยใช้อยู่นั้น ยังไม่สามารถ ตอบสนองความต้องการดังกล่าวได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งสิ่งสำคัญที่ยัง ต้องตระหนักถึง 2 ประการคือ

 

แผนกู้คืนข้อมูลเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือ Disaster Recovery Plan และ แผนความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ เมื่อเกิดภาวะวิกฤต หรือ Business Continuity Plan

 

ทั้งสองแผนจำเป็นต้องตอบสนองต่อการดำเนินธุรกิจได้อย่างไม่มีข้อบกพร่องใดๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่ง “ ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ” เป็นส่วนสำคัญของแผนดังกล่าว

 

ECM เป็นระบบที่มีความสำคัญที่จะต้องสามารถทำงานให้สอดคล้อง รับกับแผน DRP และ BCP เมื่อเกิดภาวะวิกฤต เพราะ ECM เป็นระบบเก็บข้อมูล และภาพทั้งหมดขององค์กร และมีการ Replicate Data ไปที่ฝั่ง DR Site อีกทั้งมีระบบที่มีการอินทิเกรตระบบหลัก ๆ ขององค์กร

 

กรุงเทพประกันภัยเลือก “ ECM Solution ”

 

จากความต้องการของกรุงเทพประกันภัยที่กำเนิดโครงการ ECM ขึ้นมีเป้าหมายเพื่อให้พนักงานสามารถค้นหาข้อมูลเอกสารและภาพรวมทั้งสามารถแก้ไขได้ นอกจากนี้ยังต้องการให้ใช้งานบนเว็บ และ อุปกรณ์พกพาได้โดยมีเงื่อนไขเพื่อจัดเก็บลง Oracle WebCenter Content

 

โดยจะต้องอินทิเกรตกับระบบ Core Application ของบริษัท ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบบริหารการจัดการเอกสาร ( Document Administration System ) สำหรับหน่วยงานต่างๆ และสามารถ ตอบสนองระบบงานได้ภายใต้ข้อกำหนดของ DRP และ BCP ขององค์กร

 

ความต้องการถูกส่งผ่านมายังผู้พัฒนาและวางระบบ ซึ่งจีเอเบิลได้รับ ความไว้วางใจให้รับผิดชอบโครงการนี้ด้วยการอิมพลีเมนต์ ECM Solution ที่จะเป็นซอฟต์แวร์ตัวกลางในการอินทิเกรตระบบเดิมเข้าสู่ Oracle WebCenter Content

 

โดยเริ่มจากกรุงเทพประกันภัยทำการสรุป Requirement ทั้งหมดให้กับจีเอเบิล เพื่อศึกษาข้อมูลก่อนเริ่มโครงการ จากนั้นได้ทำการสรุป Requirement ร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินการ ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอน และ ระยะเวลาการดดำเนินโครงการในแต่ละขั้นตอนให้เหมาะสม ขณะเดียวกันในระหว่างดำเนินการได้มีการ Check Point เพื่อมอนิเตอร์ถึงควาก้าวหน้าของโครงการ และติดตามปัญหาที่เกิดขึ้น

 

ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ “ ECM Solution ทำให้ยูเซอร์สามารถใช้งานสำหรับการดูข้อมูลเอกสาร และรูปภาพ สามารถทำการแก้ไข ตลอดจนการนำเข้า ผ่านทางระบบ Core Application, CRM และ BPM ของบริษัท ทั้งในรูปแบบของเว็บ และอุปกรณ์พกพาเพื่อจัดเก็บลง Oracle WebCenter Content นอกจากนี้ยังรองรับกับการนำเข้าข้อมูลจากบริษัทคู่ค้าต่างๆ ผ่านทาง Email, Excel, XML และ WebService ด้วย” ดร.อภิสิทธิ์ กล่าว

 

อุปสรรค-ปัญหา-ยาก คือความท้าทาย

 

Start-from-beginning

 

สิ่งที่เป็นอุปสรรค และท้าทายที่สุด คือช่วงของการอิมพลีเมนต์ระบบ ECM Solution ในขั้นการ Migrate ข้อมูลเอกสารและรูปภาพ จากระบบคอนเทนต์เดิมเข้าสู่ Oracle WebCenter Content ซึ่งทำได้ยาก

 

เนื่องจากโครงสร้างในการจัดเก็บมีความแตกต่างกัน รวมไปถึงปริมาณข้อมูลที่มีจำนวนมาก ทำให้การ Migrate ข้อมูลทั้งระบบไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จทันตามแผนงาน ดังนั้นจึงเกิดแนวทางในการแก้ปัญหาโดยแบ่งการ Migrate ข้อมูล ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกทำการ Migrate ข้อมูลล่าสุดย้อนหลัง 2 ปีเข้าสู่ระบบ ส่วนที่สอง คือทยอย Migrate ข้อมูลส่วนที่เหลือเข้าสู่ระบบ

 

หลังจาก Go Live ระบบแล้ว ได้ทำการปรับ UI ของระบบ Oracle WebCenter Content ให้สามารถดึงข้อมูลจากระบบคอนเทนต์เดิมได้ ในกรณีที่ยังไม่ได้ Migrate ข้อมูล เพื่อให้การทำงานของยูสเซอร์เป็น ไปโดยสะดวก ไม่ต้องกลับไปดูข้อมูลที่ระบบเดิม ซึ่งจีเอเบิลได้ช่วย พัฒนาให้ระบบมีความยืดหย่นุ และช่วยให้ยูสเซอร์ของเราทำงานง่าย แม้ข้อมูลบางส่วนจะยังไม่ Migrate โดยทีมของจีเอเบิลมีความทุ่มเท และกระตือรือร้นในการแก้ไขปัญหาต่างๆ รวมทั้งมีความชำนาญใน ตัวซอฟต์แวร์ด้วย” ดร.อภิสิทธิ์ เสริม

 

ทั้งนี้ทั้งนั้นความยากของการอิมพลีเมนต์โครงการ ECM คือ การออกแบบ Meta Data และ Document Type, การออกแบบ Folder Structure, การออกแบบ Role Group และ Permission เพื่อให้รองรับกับประเภทเอกสารต่างๆ ทั้งหมด รวมไปถึงสิทธิ์ในการ เข้าถึงข้อมูลเอกสารประเภทนั้นๆ ซึ่งจะต้องออกแบบอย่างเหมาะสม มิฉะนั้นจะส่งผลถึงการดำเนินการ (Performance) ของระบบ รวมถึง การจัดการระบบในภายหลัง

 

ดังนั้นจึงต้องแจกแจงประเภท และ ความสัมพันธ์ของเอกสารทั้งหมดอย่างชัดเจน และต้องทำการจัดแบ่ง กลุ่มของยูสเซอร์ รวมทั้งการกำหนดสิทธิ์การใช้งาน เตรียมพร้อมด้าน Big Data จากข้อมูลจำนวนมากที่เกิดขึ้นในการดำเนินธุรกิจของกรุงเทพประกันภัย อาจจะยังไม่ใช่ Big Data ในวันนี้ แต่ทว่าในอนาคตอันใกล้คงจะกลาย เป็น Big Data

 

ดังนั้นในขณะนี้กรุงเทพประกันภัยอยู่ระหว่างศึกษา แนวทางในการก้าวสู่ Big Data ตลอดจนการอิมพลีเมนต์ในอนาคต และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการใช้ Analytics Tool เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อ การ Claim และ Underwriting ปัจจุบันนี้กรุงเทพประกันภัยมีทีม MIS ที่ทำหน้าที่ดำเนินการด้าน Data Warehouse ซึ่งขณะนี้ได้นำ Data มาแสดงผลผ่าน Business Intelligence ดังนั้นการจะก้าวสู่ Big Data Analytics คงไม่ใช่เรื่อง ที่ต้องเริ่มต้นใหม่ แต่อาจจะต้องศึกษาวิธีการที่จะก้าวสู่ Big Data ให้ เป็นประโยชน์ต่อองค์กรให้มากที่สุดคือประเด็นสำคัญ

Top