Café Roamer เรายกกาแฟเกรดดีมาไว้บนมือถือ

Café Roamer เรายกกาแฟเกรดดีมาไว้บนมือถือ

จากคนที่ไม่ชอบดื่มกาแฟ ก้าวมาสู่การเป็นนักชิมกาแฟระดับโลกที่เป็นชาวไทยคนแรก ซึ่งได้รับประกาศนียบัตร Q-Grader จากสมาคมกาแฟชนิดพิเศษแห่งสหรัฐอเมริกา (SCAA) รวมถึงเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับความเชื่อถือให้นั่งเป็นหนึ่งในกรรมการ International Jury (กรรมการด้านรสชาติจากหลายประเทศ) Cup of Excellence ในการประกวดเฟ้นหากาแฟที่ดีที่สุดของโลก

 

ปัจจุบัน คุณซาน – ชาตรี ตรีเลิศกุล เป็นเจ้าของร้านกาแฟ Zana’s Bean Coffee (ซาน่าส์บีนส์ คอฟฟี่) จำนวน 4 สาขา และร้านกาแฟระดับพรีเมี่ยม ที่เฟ้นหากาแฟดีจากทั่วโลกมาคั่วเอง ในชื่อร้าน Pacamara (พาคามาร่า) อีก 4 สาขาในเมืองไทย และอีก1 สาขาโดยให้สิทธิพันธมิตรรายหนึ่งไปเปิดในสิงคโปร์ รวมทั้งเตรียมขยายเพิ่มอีก 1 สาขาที่ทองหล่อ

 

โดยจะเปิดร่วมไปกับสถาบันสอนความรู้ด้านกาแฟ ซึ่งพร้อมเปิดตัวปี 2559 นี้ เพื่อสร้างความครบวงจรทางธุรกิจที่มีทั้งโรงคั่วกาแฟ ธุรกิจจัดจำหน่ายอุปกรณ์การทำกาแฟ ตลอดจนแบรนด์เมล็ดกาแฟของตัวเอง

 

 

ตั้งแต่เด็กไม่เคยสนใจ และไม่ชอบดื่มกาแฟเลย เพราะไม่ชอบรสชาดและกลิ่นสังเคราะห์ของกาแฟสำเร็จรูป จนกระทั่งเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ระหว่างใกล้จบการศึกษา มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศ ก็ได้เห็นว่ามีร้านกาแฟอยู่ทุกหัวระแหงของทุกเมือง มีคนใช้บริการมากมาย ทำให้เกิดความคิดขึ้นมาว่า ทำไมเมืองไทย ยังไม่มีร้านประเภทนี้

 

จากนั้นไม่นาน ก็มีกาแฟแบรนด์ดังจากเมืองนอกขยายสาขาเข้ามาประเทศไทย ซึ่งเป็นแบรนด์เดียวกับที่เคยเห็นระหว่างไปเที่ยวครั้งนั้น ประกอบกับเป็นช่วงที่ต้องทำวิทยานิพนธ์ จึงเกิดไอเดียว่าเมื่อเรียนจบ อยากทำธุรกิจของตัวเอง และควรเป็นธุรกิจที่ตัวเองเข้าสู่ตลาดในช่วงต้นๆ เพื่อสะดวกในการทำธุรกิจ

 

ดังนั้น จึงตัดสินใจค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจการเปิดร้านกาแฟเพื่อทำเป็นผลงานส่งอาจารย์ และหาความรู้ในการออกมาทำธุรกิจนี้หลังจบการศึกษา
ประเดิมธุรกิจร้านกาแฟร้านแรก โดยออกแบบจัดสร้างในรูปลักษณ์ “รถเข็น” หนึ่งคัน ตระเวณออกร้านขายตามพื้นที่ออฟฟิศ หรืออีเวนท์ต่างๆ ในลักษณะโมบาย ก่อนที่จะได้พื้นที่ตั้งประจำที่โลตัส สาขาพระราม 3 เป็นเวลา 6 เดือน

 

ซึ่งแม้ไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง แต่ก็ได้เรียนรู้ครั้งสำคัญ เกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภค ให้เข้าใจว่า “คนซื้อกาแฟเพราะอะไร” จนนำมาสู่การตีโจทย์ว่า ทำไมร้านนั้นคนเยอะ แต่ของเราคนไม่เยอะตาม และต่อยอดสู่ความท้าทายใหม่ด้วยการเปิดเป็น “ร้าน” แห่งแรก ที่อาคารปัญจธานี เมื่อปี 2542 โดยลงทุนเพิ่มเติมออกแบบเป็นมุมกาแฟ และขยายสาขาต่อเนื่องถึงปัจจุบัน

 

 

ด้วยเป้าหมายตั้งแต่เริ่มก่อตั้งธุรกิจที่วาง positioning ตัวเองไว้เป็น “ร้านกาแฟหัวก้าวหน้า” ที่ไม่เคยเดินตามแนวทางของ chain กาแฟแบรนด์ใหญ่ๆ อย่างที่ผู้ประกอบการร้านกาแฟส่วนใหญ่เลือกทำ ดังนั้น จึงมุ่งพัฒนาเอกลักษณ์ของร้าน Zana’s Bean Coffee และ Pacamara อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความโดดเด่น ทั้งการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ การพัฒนาเมนู

 

จนล่าสุดคือ การนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือช่วยในงานบริหารจัดการทั้งในส่วนของตัวร้าน และการ “เสิร์ฟ” กาแฟดีถึงมือผู้บริโภคได้ง่ายยิ่งขึ้น และยังเป็น “สื่อ” ในการสร้างให้ลูกค้าเข้าถึงและรู้จักกาแฟดีได้ในวงกว้างกว่าเดิม ตอบโจทย์ความคาดหวังในฐานะนักชิมกาแฟระดับโลก ที่ต้องการพัฒนาวงการการดื่มกาแฟในประเทศไทย ในรูปแบบที่มีคุณภาพมากขึ้น

 

โดยนำเอาความคิดเห็นและข้อเสนอของลูกค้ามาเป็นโจทย์ในการทำงานร่วมกับบริษัท จีเอเบิล จำกัด พัฒนาโปรแกรมด้าน Customer Loyalty มุ่งเอื้ออำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้อ ผู้ขาย หาโอกาสช่องทางการจัดจำหน่ายมากขึ้น

 

จนออกมาเป็นแอปพลิเคชัน Café Roamer ภายใต้แนวคิดว่า “ด้วยเทคโนโลยี Smart Application เมนูโปรดของคุณพร้อมบริการถึงที่สะดวกเพียงปลายนิ้ว ให้คุณใช้นาทีผ่อนคลายอย่างคุ้มค่า”

 

 

เรามีแนวคิดที่จะค่อยๆ ปรับรูปแบบร้าน Zana’s Bean Coffee ให้เป็นร้านกาแฟชุมชน ที่มีความทันสมัย โดยจะมีความ flexible เมนูหลากหลาย
ราคาไม่สูง ดังนั้น การเอาแอปฯ มาช่วยจะขับเคลื่อนความคาดหวังได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน เพราะในแง่ความเป็น mass ที่นำเสนอเครื่องดื่มที่แตกต่างจากกาแฟเจ้าอื่น ถ้าลูกค้าได้มีโอกาสได้ลอง ได้เข้าใจมากขึ้นก็จะเรียนรู้ได้มากขึ้น

 

ปัจจุบันเปิดให้ลูกค้า Zana’s Bean Coffee สาขาอาคารปัญจธานี และธนาคารแห่งประเทศไทยทั้ง 2 สาขา เข้าไปดาวน์โหลดแอป Café Roamer และ QRCode ได้ที่เว็บไซต์ รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS และในเร็วๆ นี้จะขยายผ่านช่องทาง App Store รวมถึงครอบคลุมจำนวนสาขาอื่นของร้านด้วย

 

ทั้งนี้ เมื่อเข้าไปทำการดาวน์โหลดจะมีเมนูพร้อมภาพสกรีนช็อต แนะนำการลงทะเบียน ตลอดจนคำแนะนำในการใช้งานทุกขั้นตอน โดยแอปฯ นี้ สามารถใช้งานเสมือนเป็น e-wallet โดยลูกค้าที่ลงทะเบียนและได้รับรหัสยืนยันสมาชิกแล้ว จะสามารถเติมเงินเข้าระบบเพื่อใช้จ่ายได้ผ่านเคาท์เตอร์ของ Zana’s Bean สาขาที่ใช้บริการประจำ โดยมีเงื่อนไขการเติมเงิน ขั้นต่ำ 200 บาท เพื่ออำนวยความสะดวกในการเลือกสั่งเมนูล่วงหน้า โดยเข้าไปดูรายการทั้งหมดจากที่หน้าเมนูในแอปฯ สามารถเลือกสถานที่จัดส่ง หรือมารับที่หน้าร้านได้

 

ที่ผ่านมา ร้านกาแฟแทบทุกรายใช้แอปฯ ลักษณะนี้ เฉพาะในเรื่องการสะสมแต้มและบัตรสมาชิกเป็นหลัก แต่เรามองไกลกว่านั้น คือ การสร้างกิจกรรมสื่อสารระหว่างร้านค้ากับลูกค้าผ่านแอปฯ การสั่งซื้อผ่านช่องทางนี้ จะได้ราคาโปรโมชั่นพิเศษ ได้สิทธิพิเศษมากกว่าซื้อแบบทั่วไป สอดคล้องกับปรัชญาการทำธุรกิจของเราคือ มอบสิ่งที่มากกว่าความคาดหวัง ลูกค้าจึงเปลี่ยนแบรนด์ไปลองที่อื่นน้อยลง

 

คุณซาน เสริมว่า พฤติกรรมลูกค้า Zana’s Bean คือ ไม่อยากรอ ดังนั้นเมื่อใช้แอปฯ ในการชำระเงินได้ง่ายชึ้น ลูกค้าก็มี loyalty มากขึ้น เพราะส่วนหนึ่งคือ ลูกค้าเคยชินกับการทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟนที่อยู่ติดมืออยู่แล้ว ผนวกกับมียอดเงินอยู่ในบัตร การตัดสินใจจึงง่ายขึ้น

 

พร้อมกันนี้ เปรียบเทียบสถานการณ์ก่อน และหลังการนำแอปฯ Café Roamer เข้ามาใช้เมื่อราว 2 ปีที่ผ่านมาว่า ประโยชน์ที่เห็นได้ชัด คือ ทำให้
ลูกค้ามี loyalty มากขึ้น, การบริหารจัดการช่วงเวลาที่เป็น peak hour และ off-peak, การบริหารจัดการคิวของลูกค้า, ช่วยจัดการเรื่องการทุจริตในการรับเงินสด ทำให้ยอดเงินเข้ามาเต็มเม็ดเต็มหน่วย, ทำให้ร้านค้าสามารถรู้โปรไฟล์ข้อมูล การซื้อของลูกค้า เช่น เมนูที่ขายดี ทำให้สามารถนำข้อมูลไปปรับปรุงพัฒนาเรื่องของการจัดการสต็อกได้มากขึ้น

 

 

ขณะที่ ในส่วนของการเป็นเครื่องมือช่วยบริหารจัดการ สิ่งที่ผู้ประกอบการร้านกาแฟจะได้รับ คือ การรู้ช่วงเวลา และสร้างช่วงเวลาที่เป็นจุดบอดของร้านค้า โดยจากประสบการณ์ที่สัมผัสโดยตรง ก็คือ การปิดจุดอ่อนเรื่อง “พื้นที่” สำหรับร้านค้าหรือสาขาตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นรอง

 

โดยทำให้มีความโดดเด่นมากขึ้น เนื่องจากลูกค้าสามารถสื่อสารและเข้าถึงผ่านโซเชียลได้มากขึ้น เช่นเดียวกับร้านค้าก็สามารถโปรโมทร้านผ่านช่องทางเดียวกันนี้ได้มากขึ้น “ทำให้ในอนาคต เรื่องทำเลที่เป็นรองจะหมดไป ทำให้เราได้ลูกค้าขยายรัศมพื้นที่ครอบคลุมจากลูกค้าทั่วไปของธุรกิจนี้ จะไม่เกนิ รัศมี 50-100 เมตรจากตำแหน่งที่ตั้ง โดยจะขยายกว้างออกไปอีก เพราะเป็นลูกค้าที่ใช้บริการแบบกึ่ง drive-through มากขึ้นด้วย

 

ทางด้านการบริหารจัดการช่วงเวลานั้น ก็สามารถใช้เรื่องโปรโมชั่น มาจัดการเรื่องช่วงเวลา off-peak ได้ ในช่วง peak พนักงานเราก็สามารถทุ่มเทเวลาในการให้บริการ แต่ช่วง off-peak เราก็สามารถสร้างยอดขายจากตัวแอปฯ ได้

 

ในอนาคต อยากให้มีการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ที่มีแอคเคาน์อยู่ในแอปฯ กับทางร้านทำได้มากขึ้น ตลอดจนการตลาดผ่านแอปฯ ครอบคลุมยิ่งขึ้นให้เราอัพเดทข้อมูลโดยการ push แคมเปญตลาดต่างๆ เข้าไปที่ตัวแอปฯ ได้มากขึ้น, การสะสมแต้มที่สามารถวัดสถิติได้ เพื่อที่สามารถนำข้อมูลมาทำกิจกรรมโปรโมชั่นให้กับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นตามคะแนนสะสม” คุณซาน กล่าวปิดท้าย

Top