G-ABLE สร้างเวที Thailand’s Network Security Contest 2017 ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 10

G-ABLE สร้างเวที Thailand’s Network Security Contest 2017 ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 10

บริษัท จีเอเบิล จำกัด ร่วมกับสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา จัดการแข่งขัน “Thailand’s Network Security Contest 2017” ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 10

โดยเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษามากกว่า 100 ทีมจากทั่วประเทศที่มีความสนใจด้านไอทีและมุ่งมั่นที่จะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์อย่างมีคุณภาพ ได้ ‘โชว์ของ’ แสดงความสามารถในทางสร้างสรรค์ โดยนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาพัฒนาหรือประยุกต์ใช้อย่างถูกต้องเหมาะสมและคำนึงถึงจรรยาบรรณเป็นสำคัญ หวังสร้างแรงจูงใจให้เยาวชนเป็นคนใฝ่รู้ และเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศต่างๆ อันจะเป็นหนทางนำไปสู่ความเข้าใจและปรับใช้สำหรับงานด้านความปลอดภัยของข้อมูลและระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์สำหรับองค์กร การแข่งขันครั้งนี้เพื่อชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 180,000 บาท จนในที่สุดสามารถคัดสรรเยาวชนคนไอทีคุณภาพ 12 ทีมเพื่อชิงชัย ผลการแข่งขันปรากฏว่าทีมซอล กุหลาบไฟ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นผู้ชนะเลิศ พร้อมสื่อทุกทีมเข้าแข่งขันสามารถเป็นกระบอกเสียงให้สังคมเห็นความสำคัญด้านความปลอดภัยของการใช้ไอที มีแรงบันดาลใจ และสามารถนำความรู้จากการแข่งขันต่อยอดการทำงานไอทีได้ในอนาคต

 

สุเทพ อุ่นเมตตาจิต กรรมการผู้จัดการ บริษัทกลุ่ม จีเอเบิล ในฐานะผู้จัดการแข่งขันเปิดเผยถึงวัตถุประสงค์ของการจัดการแข่งขัน Thailand’s Network Security Contest ขึ้น เพื่อให้วงการ Information Technology ตระหนักว่า Network Security เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ไม่ใช่เพียงผู้อยู่เบื้องหลังอีกต่อไป โดยมุ่งหวังว่าเวทีนี้จะทำให้คนตระหนักในด้านความปลอดภัยของข้อมูลและระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์มากขึ้น พร้อมนำเสนอโครงการให้สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ร่วมเป็นเจ้าภาพ โดยเปิดโอกาสให้กลุ่มนักศึกษาทั่วประเทศมีส่วนร่วมต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 แล้ว
“ถ้าจะวัดว่าสำเร็จ เรายืนหยัดโครงการนี้มายาวนานถึง 10 ปี เราพบว่าทุกปี โครงการนี้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จึงอยู่ในเรดาร์ความสนใจของทุกคนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องเท่าเทียมกัน เยาวชนมีความเข้าใจด้าน Security ที่ดี มีนักศึกษาจากทั่วประเทศสมัครเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปีมากกว่า 100 ทีม ย่อมสะท้อนถึงแรงจูงใจ สะดุดใจให้เกิดความสนใจโครงการนี้และมีแรงบันดาลใจเข้าแข่งขันตามรุ่นพี่ ขณะเดียวกันเราเองก็เห็นพัฒนาการของเยาวชนที่มีความตั้งใจ มีความรู้ความสามารถมากขึ้น และถึงแม้กฎเกณฑ์ในแต่ละปีจะแตกต่างกันออกไป แต่เป้าหมายหลักยังคงต้องการให้เยาวชนแสดงความสามารถที่โดดเด่น แสดงออกถึงความใฝ่รู้ กล้าแสดงออก และมีความรับผิดชอบที่จะทำให้ Information Technology มีความปลอดภัย สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ได้ ซึ่งไม่ใช่แค่ความรู้ทางวิชาการ แต่ต้องมีไหวพริบ สามารถนำประสบการณ์มาสร้างประโยชน์ได้”

 

ทั้งนี้ ก่อนจะเข้าสู่รอบตัดเชือก 12 ทีมสุดท้าย ทางโครงการได้จัดอบรมความรู้ด้าน Network Security ทั้งเรื่องทักษะความรู้ ชี้เป้าแหล่งความรู้ และส่งต่อตัวอย่างต่างๆ ผ่านกูรูวิทยากรชั้นนำระดับประเทศที่สามารถให้ทั้งความรู้ ข้อแนะนำ ข้อคิด และประสบการณ์ตรงกับเยาวชน ซึ่งโครงการนี้ตั้งใจจะเป็นเวทีที่ให้ทุกคนได้ “เรียนรู้” และ “แสดงออก” สามารถเห็นภาพกว้างกว่าวิชาการที่มีอยู่ ได้ทดลองทำจริง และเรียนรู้ว่าจะประยุกต์ความรู้ที่มีอยู่เพื่อต่อสู้กับกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีกลเม็ดเด็ดพรายมากขึ้น โดยใช้ไหวพริบให้เท่าทันได้อย่างไร
“ถึงแม้จะมีการแข่งขันด้านความมั่นคงทางไซเบอร์มากมายหลายเวที อีกทั้งแฮกเกอร์เองก็พัฒนาความก้าวหน้าทางความปลอดภัยไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ผู้บริโภคเสียเปรียบ ดังนั้น คนที่อยู่ในวงการไอทีจำเป็นต้องเข้าใจในทักษะที่ถูกต้อง ซึ่งเวทีนี้มุ่งเน้นที่การสร้างแรงบันดาลใจให้คิดถึงความปลอดภัยที่ถูกต้องเหมาะสม ผ่านการตั้งโจทย์ให้เกิดการใช้งานอย่างถูกที่ถูกทางและเปิดประสบการณ์ในโลกกว้าง เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันนำความรู้ทางวิชาการและประสบการณ์จากหลายแหล่งมาต่อยอดพัฒนาและนำเสนอโดยคำนึงถึงทั้งด้าน Engineering ออกแบบต้องมีหลักการที่ถูกต้อง Economic ใช้สอยที่สะดวก มีต้นทุนทางเศรษฐศาตร์ที่เหมาะสม Education ใฝ่รู้และมีจรรยาบรรณ สำหรับโจทย์การแข่งขันแต่ละปีจะเปลี่ยนไปตามสภาวะความเหมาะสมของเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อม โดยพยายามนำวิธีใหม่ๆทางเทคโนโลยีมาเสริมกับการแข่งขัน อย่างการเปิดใช้ Cloud Lab เพื่อให้เยาวชนเห็นภาพเสมือนจริง ทำให้เข้าใจ Network Security มากขึ้น รวมทั้งมีแนวโน้มสร้างเครื่องมือต่างๆ เพื่อทำให้โจทย์มีความซับซ้อนและใกล้เคียงความจริงมากขึ้น จำลองใกล้เคียงความจริงที่สุด เพื่อป้องกันและต่อกรกับกลุ่มแฮกเกอร์ได้จริงๆ”

 

กรรมการผู้จัดการ บริษัทกลุ่ม จีเอเบิล กล่าวต่อว่า โครงการนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมและวิสัยทัศน์ขององค์กร ซึ่ง จีเอเบิล มุ่งเน้นการทำงานแบบมืออาชีพ ต้องรู้จริงในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่รู้ให้เกิดประโยชน์ด้วยกระบวนการต่างๆ ทั้งสิ่งที่ดีไซน์ถูกต้องตามหลักการ ลูกค้าใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ มีต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ที่สมเหตุสมผล ขณะเดียวกันก็จะส่งสารให้ทุกคนตระหนักถึงความปลอดภัยของระบบให้มากเพียงพอเสมอ นอกจากนั้น ยังส่งสารถึงโอกาสเข้าสู่ตลาดแรงงานที่เปิดกว้างให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ได้เข้าทำงานในองค์กรแห่งนี้ในอนาคต ขณะเดียวกันก็พร้อม เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนไทยแลนด์ 4.0 ยกระดับความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีของประเทศ โดยมุ่งเน้นให้ทุกคนตระหนักและทำให้ Information Technology ถูกนำไปใช้ด้วยความเท่าเทียม กับคนทุกกลุ่ม ทั่วถึง ทุกคนมีโอกาสใช้ได้ ผู้ประกอบการต้องสร้างสมดุลระหว่างการค้าและความเป็นธรรม และผู้ใช้งานต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใส่ใจเรื่องความปลอดภัยที่ถูกต้อง โดยใฝ่รู้ ยกระดับตัวเองให้ไล่ตามประเทศผู้นำเทคโนโลยีให้ทันการแข่งขัน

 

 

“Thailand’s Network Security Contest 2017” ครั้งที่ 10 ปรากฎว่าทั้ง 12 ทีมที่ผ่านเข้ารอบต่างได้รับรางวัลกันทุกทีม แบ่งออกเป็นรางวัลสปิริตยอดเยี่ยม รางวัลชมเชย รางวัลรองชนะเลิศ ซึ่งรางวัลชนะเลิศได้แก่ทีม ซอล กุหลาบไฟ โดยมีนายนลธวัช หนูมอ นายศวีระ อภินทนาพงศ์ และนายศรัทธาธรรม์ จันทร์ชาตรี จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คว้าเงินสด 50,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ น้องๆทั้งสามคน เปิดเผยว่า “พวกเราสนใจด้าน Security และเป็นกลุ่มในแลปในมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว แต่โครงการนี้ทำให้เราได้ประสบการณ์จากการแข่งขันกับคนจากทั่วประเทศ ได้ทั้งความตื่นเต้นและสนุกจากสิ่งแวดล้อม ความกดดัน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และโจทย์ที่ท้าทายและเปลี่ยนไปทุกปี สามารถนำไปต่อยอดในอาชีพได้ ก่อนการแข่งขัน พวกเราเตรียมพร้อมกว่า 2 เดือน ด้วยการทำโจทย์บ่อยๆ โดยเฉพาะการจำลองช่องโหว่หรือปัญหาด้านความปลอดภัยจากชีวิตจริงเข้ามาอยู่ในสนามแข่งขัน ซึ่งพวกเราคิดว่าการพรีเซนเทชั่น แบ่งหัวข้อองค์ความรู้ได้ชัดเจน สามารถนำไปใช้ได้อย่างไร และการใช้ความรู้รอบด้านและไหวพริบในการตอบคำถามน่าจะชนะใจกรรมการได้ และมองว่าโครงการนี้ทำให้เรารู้จุดบกพร่องของตัวเองและรู้ว่าจะเสริมจุดอ่อนด้วยความรู้ที่ได้จากโครงการนี้อย่างไร สามารถกลับไปเพิ่มเติมความรู้ และเล่าให้รุ่นพี่รุ่นน้องฟังได้อีกเพื่อเป็นแรงบันดาลใจต่อไป และอยากให้สังคมตระหนักถึงความเป็นส่วนตัวในการใช้งานโลกโซเชียลมากขึ้น”

 

เช่นเดียวกับ ทีม Mr. Ossas ประกอบด้วยนายณัฐพล เลาติเจริญ นายณัฐพล ธนิตสุขการ และนายกิจจพันธ์ สิงห์ชัย จากภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปกติพวกเราก็เข้าร่วมงานประเภทนี้อยู่แล้ว และเมื่อมีเพื่อนที่มีความสนใจร่วมกันจึงร่วมโครงการนี้ ซึ่งที่นี่เปิดโอกาสให้เรียนรู้และทดสอบจัดระบบ หาข้อมูลว่ามีช่องโหว่อย่างไร ทำให้ได้พบคนไอทีจากทั่วประเทศ เห็นความสามารถที่หลากหลาย ได้รู้จักทีมอื่น ได้คอนเน็คชั่น และอาจมีโอกาสได้แชร์ความคิดเห็นหรือแก้ปัญหาร่วมกันในอนาคต ทั้งยังทำให้คนทั่วไปสนใจในด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้น รู้ว่ามีเทคนิคใหม่ๆที่ทำให้ระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์มีความเสี่ยงมากขึ้น ส่วนคนที่เป็นโปรแกรมเมอร์เองก็ควรตระหนักว่าทุกครั้งที่โค้ดหรือสร้างโปรแกรมก็ต้องเพิ่มด้าน Security เข้าไปด้วย”

Top