WIL Program #2 ฝึกนักศึกษาเรียนรู้ สร้างสรรค์ พัฒนาทักษะ

WIL Program #2 ฝึกนักศึกษาเรียนรู้ สร้างสรรค์ พัฒนาทักษะ

จากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

และการเสริมทักษะ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อ เสริมสร้างให้บุคลากรมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ในการใช้เทคโนโลยี ต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงสามารถนำ ไปใช้ตอบโจทย์ความ ต้องการต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป้าหมายสูงสุดคือ การที่ บุคลากรได้ก้าวไปสู่ “มืออาชีพ” ด้านเทคโนโลยีต่างๆ อย่างแท้จริง

WIL Program #2” (Work Integrated Learning Program)

เป็น อีกหนึ่งโครงการพัฒนาบุคลากร ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ สัมผัสกับประสบการณ์จริง เสริมสร้างทักษะ ให้เกิดความรู้ใน เชิงปฏิบัติ สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างเข้าใจและสอดคล้อง กับโจทย์ที่มีอยู่ เพื่อในอนาคตนักศึกษาที่ผ่านโครงการ จะก้าว สู่สังคมเป็นบุคลากรระดับมืออาชีพในองค์กร หรือเป็นเจ้าของ ธุรกิจในแบบฉบับที่ตนต้องการ โครงการ WIL Program เกิดจากความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และกลุ่ม บริษัทจีเอเบิล เป็นโครงการที่มุ่งเน้นฝึกฝนทักษะจากการทำ Workshop ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ภายใต้ธีม “Machine Learning” เพื่อสร้างประสบการณ์ให้นักศึกษาได้ฝึกแก้ไขปัญหา จากโจทย์จริง

รศ.ดร.ธีรณี อจลากุล Academic Director, Big Data Experience Center มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) อาจารย์ผู้ดำเนินโครงการ WIL Program กล่าวว่า ความ ร่วมมือในโครงการดังกล่าวเกิดจากความต้องการที่ประสานสอด รับกัน ด้วยสถาบันต้องการให้นักศึกษาได้พัฒนาองค์ความรู้ ขณะที่ผู้ประกอบการมีความคาดหวังในมิติต่างๆ ทั้งการเรียนรู้ สิ่งใหม่ การสร้างความรับผิดชอบ เพื่อเสริมศักยภาพให้นักศึกษา มีความสามารถที่สอดคล้องกับความต้องการในตลาดงาน นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการศึกษาอยู่ปี 3 และปี 4 โดยได้แบ่ง Workshop ออกเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ

  • Digital Business Transformation

  • Hadoop

  • Data Science

  • Machine Learning

ซึ่งในแต่ละกลุ่มจะมีจำนวนสมาชิกแตกต่างกันขึ้นอยู่ กับความสนใจของนักศึกษา WIL Program เรียนรู้ศาสตร์วิชาการ-รู้โลกการทำงานบริษัท รศ.ดร.ธีรณี กล่าวว่า WIL Program เป็นหนึ่งในวิชาเลือกที่มีเอกลักษณ์ เฉพาะ คือ นอกจากจะได้ความรู้ ได้ประสบการณ์เชิงปฏิบัติที่ร่วมงาน กับภาคธุรกิจโดยตรงแล้ว ยังได้สัมผัสกับบรรยากาศของสังคมการ ทำงาน ซึ่งทำให้นักศึกษาเกิดความเข้าใจที่มากกว่าการเรียน ทำให้ รู้จักตนเองมากขึ้นด้วยการพิสูจน์จากความท้าทายในโครงการ WIL Program ทำให้นักศึกษาสามารถนำการเรียนรู้ในครั้งนี้ไปใช้เพื่อการ วางแผนอนาคตของตนเอง รูปแบบการเรียนใน WIL Program จะมีลักษณะการเรียนที่ต่างจาก ทั่วไป โดยการผสมผสานระหว่างการเรียนและการทำงานเข้าด้วยกัน ทำให้นักศึกษามีทั้งองค์ความรู้ และประสบการณ์ทำงานจริง รศ.ดร.ธีรณี กล่าวว่า เราให้นักศึกษาเข้าปฏิบัติงานในบริษัทสัปดาห์ ละ 2 วัน โดยมีพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำจึงเป็นการทำ Workshop จาก สนามจริง ซึ่งการเรียนในรูปแบบนี้จะแตกต่างจากการฝึกงานที่ส่ง นักศึกษาเข้าไปทำงานเสมือนเป็นพนักงาน “นักศึกษาภาควิชาคอมพิวเตอร์ ของมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่มีพื้นฐาน ความรู้จัดอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีทักษะที่พร้อมต่อการเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ การเข้าร่วม WIL Program จึงทำให้นักศึกษาเกิดความสามารถด้าน การประยุกต์ ที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาในโจทย์อื่นๆ ซึ่งสอดคล้อง กับความเป็นจริงในองค์กรธุรกิจที่มักมีโจทย์ใหม่ๆ เกิดขึ้นเสมอ” รศ.ดร.ธีรณี กล่าว

คุณปาจรีย์ แสงคำ ประธานบริหารกลุ่มงานโซลูชั่นทางธุรกิจและ บริการ กลุ่มบริษัทจีเอเบิล กล่าวว่า ก่อนที่จะเกิดความร่วมมือ บริษัท ได้หารือกับหลายสถาบัน ซึ่งแต่ละสถาบันมีแนวทางและความโดดเด่น ต่างกัน สำหรับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มีความ ลงตัวทั้งเรื่องแนวคิด และแนวทางที่ตรงกัน

“แต่ความยากของโครงการนี้ในมุมของบริษัทคือ การหาโครงการให้ นักศึกษาทำซึ่งจะต้องไม่ง่ายเกินไปเพราะจะไม่เกิดการเรียนรู้ และ ต้องไม่ยากจนเกินไปเนื่องจากนักศึกษามีเวลามาทำงานไม่มากนัก แต่ทุกโจทย์ต้องเป็นไปตามเป้าหมายของเราคือ การที่ให้นักศึกษาได้ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ”

WIL Program ได้ประโยชน์ทุกฝ่าย มหาวิทยาลัย-จีเอเบิล-นักศึกษา

สำหรับความคาดหวังของโครงการคือ ต้องการให้นักศึกษาที่เข้าร่วม โครงการ เมื่อจบการศึกษาจะมีความรู้ความสามารถเป็นที่ต้องการของ ตลาด ด้วยทักษะ ประสบการณ์ และความรู้ที่มีจุดเด่นด้านเทคโนโลยี ใหม่ๆ ซึ่งสำคัญที่สุดคือ นักศึกษามีความคิดสร้างสรรค์ ส่วนประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อมหาวิทยาลัย รศ.ดร.ธีรณี เสริมว่า นอกจาก ได้พัฒนานักศึกษาแล้ว มหาวิทยาลัยยังได้เห็นถึงความต้องการด้าน บุคลากรของภาคอุตสาหกรรม เห็นทิศทางแนวโน้มว่าภาคอุตสาหกรรม ในขณะนี้เป็นอย่างไร ต้องการบุคลากรแบบใด เพื่อมหาวิทยาลัยจะได้ นำไปพัฒนาหลักสูตรต่อไป โดยมหาวิทยาลัยพร้อมที่จะทุ่มเทความ ร่วมมือกับภาคเอกชนในการสร้างบุคลากร ซึ่งคาดหวังว่าจะเกิดความ ร่วมมือกันในระยะยาว” คุณปาจรีย์ กล่าวเสริมในมุมมองของภาคเอกชนว่า จากปัญหาด้าน การหาบุคลากรเข้ามาทำงานที่ยาก และต้องใช้เวลาในการพัฒนา บุคลากรจบใหม่ให้ทำงานได้จริงนั้นต้องสูญเสียทรัพยากรจำนวนมาก ซึ่งโครงการ WIL Program ช่วยให้บริษัทได้เข้าถึงกลุ่มนักศึกษาที่มี ศักยภาพ เพียงเข้าร่วมโครงการก็ยิ่งแสดงถึงความสามารถมากขึ้น

“บริษัทได้โอกาสที่ดีจากโครงการนี้มาก เราได้มีโอกาสดึงเด็กกลุ่มนี้ เข้ามาทำงานกับเรา และจากที่เราเห็นศักยภาพของเด็กแล้วเราเชื่อว่า เมื่อเขามาทำงานจะสามารถทำงานได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาสอนให้ ทำงานเป็น และในขณะเดียวกัน เด็กก็จะได้รู้สภาพแวดล้อมการทำงาน กับเรา ก่อนที่จะตัดสินใจเลือก”

กลุ่มบริษัทจีเอเบิล ดำเนินธุรกิจทางด้านไอที เทคโนโลยีมีการปรับ เปลี่ยนอย่างรวดเร็วตลอดเวลา มีการสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ๆ เพื่อ ให้สอดคล้องกับการปรับเปลี่ยน สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เข้าสู่วัยทำงานมัก จะมีการเรียนรู้ตลอดเวลา ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญต่อองค์กรยุคใหม่ เกิดความร่วมมือต่อเนื่อง Startup & Business Coaching นอกเหนือจากโครงการ WIL Program ทั้งสององค์กร ยังต่อยอด ความร่วมมือในรูปแบบอื่นๆ เช่น ในอนาคตจะเกิดโครงการ Work Integrated Senior Project กับนักศึกษาบางกลุ่ม มีแนวโน้มในการทำ Startup รวมไปถึงการจัดอบรม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และมี ความเป็นไปได้ที่จะก้าวสู่การทำโปรเจ็กอื่นๆ ร่วมกันในเชิง Business Coaching

“ปัจจุบันนักศึกษารุ่นใหม่ ส่วนใหญ่มี Creative Idea หากต้องการผลัก ดันให้นำแนวคิดมาสร้างสรรค์เป็นผลงาน การสนับสนุนให้นักศึกษาได้ รับประสบการณ์จริงจากภาคองค์กรธุรกิจจึงเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้นทั้ง มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน จำเป็นต้องร่วมกันผลักดัน Creative Idea ของนักศึกษา เพื่อให้เกิด Innovation ได้อย่างแท้จริง”

คุณปาจรีย์ กล่าว นอกจาก WIL Program มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และกลุ่มบริษัทจีเอเบิล ยังมีความร่วมมือด้าน Big Data ภายใต้ชื่อ Big Data eXperience Center ซึ่งเป็นศูนย์ Big Data ที่เปิดให้บริษัท เอกชน และหน่วยงานรัฐ ได้เข้ามาใช้บริการ WIL Program #2 สร้าง 21 นักศึกษาเฉพาะทาง WIL Program #2 ในครั้งนี้เป็นนักศึกษาปี 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จำนวน 21 คน ดังรายชื่อ ด้านล่าง โดยแบ่งกลุ่มตามหัวข้อ Workshop ออกเป็น 4 กลุ่ม ดังภาพประกอบด้านล่าง

ความคิดเห็นต่อโครงการ

กลุ่ม Digital Business Transformation

เล็งเห็นว่าเป็นเรื่องใหม่ที่น่าสนใจ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจ เป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ ดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับยุคนี้ โดยเทคโนโลยีสามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจ ซึ่งทีมจะต้องคิดให้ได้ว่า จะต้องทำอย่างไรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามความต้องการ โดยในกระบวน ความคิดทำให้ได้ความรู้ใหม่ด้านธุรกิจ เป็นการเปิดโลกใหม่ ทำให้ เข้าใจระบบหรือขบวนการในการทำธุรกิจมากขึ้น รู้ว่าธุรกิจต้องเริ่ม จากอะไร และต่อยอดอย่างไร ซึ่งโครงสร้างธุรกิจแตกต่างจากเรื่องของ วิศวกรรมอย่างมาก เพราะธุรกิจมีปัจจัยหลายด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อ เกิดขึ้นแล้วอาจจะไม่สามารถควบคุมได้ และทำให้รู้ว่าการทำ Startup ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องรู้เรื่อง Business และเข้าใจขบวนการทาง Business อย่างละเอียด เพื่อทำให้เกิดผลสำเร็จ

กลุ่ม Hadoop

เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของ Big Data จึง มีความสนใจ โดยได้เรียนรู้การบริหารจัดการข้อมูลในแต่ละธุรกิจ รวม ไปถึงการวิเคราะห์ และการจัดเก็บข้อมูลเพื่อให้เกิดความเหมาะสม รู้ถึงรูปแบบในการบริหารจัดการ (ภายใต้หัวข้อ Hadoop ได้แบ่งทีม ย่อยออกเป็นการศึกษาในหัวข้อต่างๆ ) ภายหลังจากที่ได้ศึกษาข้อมูลต่างๆ แล้วนั้น ได้นำโปรดักส์แต่ละตัวมา จัดทำในรูปแบบใหม่ ที่มุ่งเน้นให้ตอบโจทย์ทางธุรกิจที่มีอยู่ได้ สมบูรณ์แบบ และทำให้ได้รับความรู้เกี่ยวกับ Big Data และ Platform เพิ่มขึ้น รวมถึงทีมได้สร้างผลงานเพื่อนำเสนอ โดยเป็นการนำเสนอ เทคโนโลยีใหม่ที่เป็นพื้นฐานในการสร้าง Platform เพื่อรองรับธุรกิจ

กลุ่ม Machine Learning

เนื่องจากได้รับข้อมูลว่าเป็นหัวข้อที่ยากที่สุด ซึ่งทีมก็ได้พบว่ามีความ ยากจริงๆ โดยนำเสนอเทคโนโลยีที่เน้นเกี่ยวกับ Security เป็น การค้นหาสิ่งแปลกปลอม การหลอกลวง หรือการโจมตีใหม่ๆ จาก Machine Learning เพื่อให้เกิดการพัฒนาการทำงานของระบบให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านความซับซ้อนของข้อมูล ขนาดใหญ่ที่ต้องมีการบริหารจัดการที่ดี เพื่อทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ สามารถตัดสินใจแทนคนได้ การทำ Workshop ทำให้ได้รับความรู้มากยิ่งขึ้น เพราะได้ศึกษาค้นคว้า จากข้อมูลจริง ได้ศึกษาระบบการทำงานจริง ที่สำคัญยังได้นำ ผลงาน ที่ทีมร่วมกันพัฒนามาใช้งานจริง เป็นประสบการณ์ที่ได้ทดลองใช้งาน กับเทคโนโลยีใหม่จริงๆ ทำให้รู้ว่า Machine Learning ไม่ใช่เรื่องที่ยาก เกินไป

กลุ่ม Data Science

การทำ Workshop ในครั้งนี้ได้ประโยชน์อย่างมาก เพราะได้เรียนรู้จาก ของจริง ทั้งข้อมูลจริง ทำการวิเคราะห์จริง เรียนรู้การแก้ปัญหา ทำให้ ได้ข้อมูลเพื่อใช้ในการประกอบการตัดสินใจ อีกทั้งยังได้สร้างสรรค์ ผลงานออกมา จึงทำให้ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ซึ่งแม้จะเป็น เพียงแค่ระยะเวลาไม่นานนัก แต่นับว่าได้มีโอกาสร่วมทำงานในบริษัท จากการที่ทีมได้เข้ามาร่วม Workshop ในโครงการ WIL Program กับจีเอเบิล ในครั้งนี้ ทำให้ได้รับประสบการณ์จริงจากการทำงาน ร่วมกันกับพี่ๆ ในบริษัทที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน จึงได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งอยากให้มีโครงการแบบนี้ ต่อเนื่องทุกปี เพื่อเปิดโอกาสให้รุ่นน้องเรียนรู้ปัญหาที่หลากหลาย การก้าวผ่านปัญหาต่างๆ ด้วยการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน รวมทั้ง การปรึกษากับผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ เพื่อนำไปปรับใช้ให้ เหมาะสม และสอดคล้องกับผลงานการสร้างสรรค์ของทีม และมีโอกาส ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง

จีเอเบิลคาดหวังว่า WIL Program จะเป็นอีกโครงการหนึ่งที่ช่วย สนับสนุนให้นักศึกษาได้มีเวทีในการแสดงออก การได้ทำงานจริง ได้ เรียนรู้ ได้สัมผัสของจริง เป็นการสร้างสมประสบการณ์ และสร้างแรง บันดาลใจให้กับนักศึกษา เพื่อการพัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เกิด ประโยชน์ต่อไป



Top