มารู้จักกับ Agile ให้ถ่องแท้

มารู้จักกับ Agile ให้ถ่องแท้

ในช่วงกลางทศวรรษ 1990 มีผู้รู้หลากหลายคนหลายคณะ ได้นำเสนอระเบียบวิธีการพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Development Methodology)

แบบใหม่ของตนเอง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกันคือ ไม่เคร่งในระเบียบวิธีมากเกินไป เมื่อเทียบกับรูปแบบดั้งเดิมที่ใช้กันมานานหลายสิบปี ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2001 เหล่าผู้รู้ที่มี ส่วนร่วมในการนำเสนอระเบียบวิธีการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบใหม่เหล่านี้ได้มีโอกาสนัดพบปะกัน ณ รีสอร์ท แห่งหนึ่งในรัฐยูทาห์ เพื่อหารือถึงแนวทางร่วมกันในการนำเสนอสิ่งที่กลุ่มคนเหล่านี้ได้ค้นพบ ซึ่งได้ข้อสรุปว่าชื่อ “อไจล์”

อไจล์จึงเป็นชื่อเรียกรวม ของระเบียบวิธีการพัฒนาซอฟแวร์หลายชนิด ซึ่งมีแนวทางร่วมกัน 4 ข้อ ดังนี้

1.เน้นที่การให้ความสำคัญกับ “คน” โดยเน้นที่การทำงานร่วมกัน และกระจายอำนาจในการตัดสินใจไปสู่หน้างานจริง

2.เน้นที่การสร้างซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้จริงมากกว่าการยึดถือเอกสารหรือรายงาน อย่างที่ปฏิบัติต่อๆกันมา

3.เน้นที่การทำงานร่วมกันระหว่างนักพัฒนาและลูกค้าหรือผู้ใช้ตลอดโครงการ เหตุเพราะความต้องการของระบบนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเก็บได้ก่อนที่จะเริ่มงานจริง ฟีดแบคจากลูกค้าหรือผู้ใช้เป็นสิ่งเดียวที่จะบอกได้ว่าซอฟต์แวร์นั้นถูกต้องหรือไม่

4.เน้นที่การรับความเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แม้ในช่วงท้ายของโครงการ เนื่องจากธุรกิจเป็นสิ่งที่ต้องก้าวไปข้างหน้า และความเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจเกิดขึ้นทุกวัน ซอฟต์แวร์ที่ไม่สามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ จะไม่สามารถนำพาธุรกิจไปสู่ความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน

 

แนวปฏิบัติ 12 ข้อก้าวสู่ “อไจล์”

นอกจากหลักการ 4 ข้อข้างต้นแล้ว เหล่าผู้รู้ที่นัดพบกันในวันนั้น ยังกำหนดข้อปฏิบัติ อีก 12 ข้อ เพื่อให้เราสามารถปฏิบัติตามได้

  1. เปลี่ยนจากทำงานให้ “เสร็จ” เป็นส่งมอบซอฟต์แวร์ที่มีคุณค่าและสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า
  2. ซอฟต์แวร์ต้องก้าวไปพร้อมธุรกิจของลูกค้าซอฟต์แวร์จะต้องถูกออกแบบให้สามารถยอมรับความเปลี่ยนแปลง (Change) ได้เสมอ แม้จะเป็นช่วงท้ายของโครงการ
  3. ซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้จริงจะต้องถึงมือลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับรู้ถึงฟีดแบคจากลูกค้า
  4. คนจากทั้งฝั่งธุรกิจและนักพัฒนาจะต้องทำงานร่วมกันเป็นประจำทุกวันตลอดโครงการ
  5. เริ่มจากคัดเลือกคนที่เหมาะสมกับงาน และให้อำนาจในการตัดสินใจที่เหมาะสม
  6. ใช้การสื่อสารที่มีความกว้างที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ กล่าวคือการสนทนาต่อหน้าย่อมดีกว่าการโทรศัพท์, การโทรศัพท์ย่อมดีกว่าการส่งอีเมล์ เป็นต้น
  7. วัดความก้าวหน้าของงานจากซอฟต์แวร์ที่ทำงานได้จริงไม่ใช่เอกสารหรือรายงาน
  8. การทำงานต้องยั่งยืน การโหมงานให้เสร็จตามกำหนดที่กระชั้นชิดจะส่งผลต่อคุณภาพของซอฟต์แวร์ในระยะยาว
  9. จะต้องใส่ใจในความสมบูรณ์ของการสร้างสรรค์ทุกขั้นตอนเพราะซอฟต์แวร์มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากกว่าที่คาดคิดไว้เสมอ เช่น ปัญหา Y2K เป็นต้น
  10. ซอฟต์แวร์ที่สร้างแล้วเป็นภาระในการดูแลรักษา เช่น ต้องการทดสอบอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นการไม่สร้างซอฟต์แวร์ส่วนที่ไม่เกิดมูลค่าจะเป็นการดีที่สุด ได้แก่ ไม่สร้างฟีเจอร์ที่ไม่ถูกใช้หรือใช้ไม่บ่อยนัก
  11. สถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุดมาจากที่หน้างานจริงไม่ใช่หอคอยงาช้าง
  12. ทีมที่ดีจะต้องมองย้อนถึงสิ่งที่ตนเองได้ทำไปแล้วเป็นประจำ เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขวิธีการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทีมมีประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น

“อไจล์” ดีอย่างไร?

อไจล์ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาทันทีหลังจากประกาศคำแถลงการณ์อไจล์ร่วมกัน หากแต่ใช้เวลาอีกหลายปีกว่า อไจล์ จะเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมา ส่วนหนึ่งคือ ความสำเร็จของบริษัทเทคโนโลยีเกิดใหม่ (Tech Startup) อย่าง Google หรือ Facebook เมื่อมีคำถามว่าพวกเขาทำงานกันอย่างไร คำตอบคือพวกเขาใช้ “อไจล์”

มีหลายบริษัททั้งใหญ่และเล็กต้องการให้ตนเองประสบความสำเร็จในแบบเดียวกันกับ Google หรือ Facebook ก็เริ่มนำอไจล์ไปปรับใช้ในองค์กรของตนเองเมื่อมีการทำงานศึกษาพบว่า ข้อดีของการนำอไจล์ไปใช้มี 4 ด้านคือ พนักงานมีขวัญและกำลังใจในการทำงานดี, เวลาในการพัฒนาซอฟต์แวร์ออกสู่ตลาด (Time To Market) สั้นลง, ผลิตภาพสูงขึ้น และข้อบกพร่องของซอฟต์แวร์ (Defect) ลดลง ซึ่งที่สุดแล้วหมายถึง ความก้าวหน้าทางธุรกิจ

สิ่งสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจที่ใช้อไจล์ประสบความสำเร็จนั้นมาจากการส่งมอบคุณค่าให้แก่ลูกค้าตั้งแต่ช่วงต้นและต่อเนื่องตลอดการพัฒนา ซึ่งนอกจากจะช่วยให้สนองตอบต่อตลาดได้รวดเร็วแล้ว ยังสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าอีกด้วย ที่สำคัญทีมพัฒนาเองก็ได้ฟีดแบคเพื่อนำมาแก้ไขปรับปรุงซอฟต์แวร์ในเวลาที่รวดเร็วอีกด้วย

โดยสรุป “อไจล์” คือ ระเบียบวิธีพัฒนาซอฟแวร์ ที่ทำให้เราสามารถส่งมอบงานได้อย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง และโดนใจลูกค้านั่นเอง

 

อ้างอิง http://agilemanifesto.org/ https://en.wikipedia.org/wiki/Agile_software_development https://www.crisp.se/konsulter/henrik-kniberg http://www.scaledagileframework.com/foundations/

Tags:


Top