3 เทคโนโลยี ที่จะทำให้การท่องเที่ยวของคุณเป็นอิสระจากทัวร์

3 เทคโนโลยี ที่จะทำให้การท่องเที่ยวของคุณเป็นอิสระจากทัวร์

ปีใหม่ก็ผ่านไปแล้ว แต่เดี๋ยวก็จะถึงช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยกันอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลต่างๆ วันหยุดยาว สงกรานต์ ช่วงนี้จะสังเกตุเว็บโปรตั๋วเครื่องบินต่างๆส่งโปรโมชันล่อใจให้กดจองกันรัวๆ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่า บนโลกออนไลน์และออฟไลน์มักจะเต็มไปด้วย

นี่เธอ สิ้นปีไปไหนกันดี?

งบเท่านี้ไปยุโรปไหวไหมเนี่ย?

ไปญี่ปุ่นจะคุยกับคนที่นั่นรู้เรื่องไหมนะ?

มาพบ 3 ปัญหาสุดคลาสสิคที่พร้อมจะทำให้ทั้ง Backpacker สายลุยเดียว หรือเที่ยวเป็นกลุ่มปวดหัวไม่น้อย

รูปภาพจาก freepik

ในยุคนี้ การไปเที่ยวที่ต่าง ๆ เราง้อบริษัทจัดทัวร์กันน้อยลงแล้ว ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆเข้ามารองรับการจัดทริปเองแบบส่วนบุคคลมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ได้ทั้งความยืดหยุ่น ความประหยัด และ อิสระ

แต่ก็ยังคงมีคนบางส่วนที่ไม่มั่นใจที่จะจัดทริปเอง ด้วยปัญหาและข้อกังวลที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งคุณไม่ต้องกังวลไป เราจะย้ำอีกครั้งให้เห็นว่ามีเทคโนโลยีที่ช่วยให้คุณวางแผนการเที่ยวในวันหยุดยาวของคุณได้อย่าง อิสระ คุ้มค่า และถูกใจ แน่นอน

จะไปไหนดี คำถามนี้คลิกเดียวตอบได้

ตอนนี้ไม่ว่าใครคงมีเว็บจองโรงแรม จองตั๋วเครื่องบิน จองสารพัดจองอยู่คู่กายกันซักเว็บสองเว็บแล้วใช่ไหม หรือถ้าใครยังไม่เคยลองใช้เว็บไซต์เหล่านั้น ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะมันจะมีเว็บไซต์ให้เลือกเยอะยิ่งกว่าเลือกบริษัทจัดทริปเสียอีก

และเราคงจะไม่เห็นความสำคัญของเว็บพวกนั้นเลยถ้าหากมันไม่ได้มีระบบที่ช่วยอำนวยความสะดวกและนำเสนอดีลเจ๋ง ๆ ให้กับเราได้ตลอดทุกทีเลย ไม่ว่าเราจะไปเที่ยวที่ไหน ไม่ว่าเราจะไปเมื่อไหร่

ซึ่งใครที่คิดว่าการนำเสนอดีลมันก็ งั้น ๆ แหละ ดีลที่ส่งมาไม่เห็นจะตรงกับที่อยากจะไปซักหน่อย หรือ ดีลมันก็แค่โปรโมชั่นหลอกเด็กของเอเจนซี่เท่านั้น แต่ถ้าเพื่อเราวางแผนดี ๆ ก็จะพบได้ว่า ดีลแต่ละดีลที่ระบบเสนอมานั้น อาจเป็นตัวช่วยในการลดค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของการเดินทาง และ ที่พักได้เลยทีเดียว

รูปภาพจาก freepik

ยิ่งถ้าเราเป็นคนที่ทำการบ้านก่อนจัดทริปมากแค่ไหนแล้วละก็ ดีลที่เว็บไซต์เหล่านั้นจะแนะนำมาก็ตรงจุดมากเท่านั้น เผลอ ๆ ยังมีการแนะนำสถานที่อื่นที่เราน่าจะไปเที่ยวให้ด้วย แน่ะ! ทำไมมันช่างเก่งกาจเยี่ยงนี้

แน่นอนเบื่องหลังดีลสุดคูลเหล่านั้นจะเป็นใครละ นอกจาก Recommendation Engines นั่นเอง

ซึ่งมันก็คือโมเดลของ Data Science ที่ใช้ในการแนะนำสินค้าและบริการโดยอัตโนมัติ โดยในขั้นตอนการทำงานของมันก็จะเกิดจากการ Analysis ข้อมูล ณ ตอนนั้น ในทุก ๆ คลิกที่ผู้ใช้กด ทุก ๆ การเสิร์ชที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์แล้วนำไปวิเคราะห์หาความเหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้ใช้

วิธีการเก็บข้อมูลที่น่าจะเคยเห็นกันบ่อย ๆ คือการให้ดาว และนำไปใช้ร่วมกับข้อมูลจำเพาะของสินค้าและบริการต่าง ๆ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ออกมาให้กลายเป็นดีลที่ถูกต้อง และถูกใจลูกค้าเป็นที่สุด

ไปไหนก็อุ่นใจ กับ AI ไซส์กระเป๋า

ไปทั่วคนเดียวก็ไม่กล้า ไปเป็นกลุ่มก็กลัวพากันหลง สรุปเราจะลงเครื่องแล้วนอนแช่ในสนามบินกันใช่ไหม??

ปัญหาเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องธรรมดา ต่อให้คนที่ไปเที่ยวจนช่ำชองแล้วก็มีโอกาสเกิดอาการ งง ๆ หลง ๆ บ้างเป็นบางครั้งบางคราว ด้วยความที่บางครั้งอาจไปไม่คุ้นถิ่น อ่านไกด์แล้วก็ไม่รู้เรื่อง ถามคนในพื้นที่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เราจึงต้องพึ่งแผนที่นั้นเอง แต่ถ้าใช้แผนที่ธรรมดา ๆ ละก็ ปัญหาก็คงไปลงเอยเหมือนกับที่แล้ว ๆ มาอยู่ดี

จึงเป็นหน้าที่ของของวิเศษอีกแล้วที่จะทำหน้าที่พาเราไปจุดหมายที่เล็งไว้ได้อย่างเหมาะเหม็ง อย่างเช่นพวก Google Maps, Here, Bing Maps, หรือแผนที่สัญชาติไทย อย่าง Nostra ล้วนเกิดมาเพื่อไม่ใช่เป็นแค่แผนที่ธรรมดา เปิดมาแล้วก็ปิดลงไป มันยังทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยตัวจิ๋วที่เปิดได้จากในโทรศัพท์สุดฉลาด สมาร์ทโฟนเครื่องโปรดของคุณ (แน่นอนว่าคุณคงไม่ลืมพกมันไปด้วย ใช่ไหม?)

รูปภาพจาก freepik

โดยนอกจากที่มันจะทำหน้าที่บอกแผนที่แล้ว มันยังระบุสถานที่แนะนำ เส้นทางการเดินทาง การจราจร ค่าใช้จ่าย และฟังก์ชันอื่น ๆ อีกมายมายที่ทำให้คุณแทบจะนั่งวางแผนอยู่ที่บ้าน แต่เห็นข้อมูลอย่างกับอยู่ประเทศนั้นจริง ๆ เลย (ยิ่งมี Street view แล้วนั่งเที่ยวมันหน้าคอมเลยดีไหมเนี่ย) และด้วยความช่วยเหลือจากระบบอัจฉริยะนั้น เราต้องขอบคุณมันจริง ๆ ที่ทำให้การไปเที่ยวของเรา เป็นไปได้อย่างราบรื่นขึ้น

วุ้นแปลภาษา ไม่ต้องรอศตวรรษที่ 22

ปัญหาด้านภาษายังคงเป็นกำแพงขวางกั้น ระหว่างเธอ เขา และเราสอง มานานแสนนานแล้ว ถึงแม้ว่าปัจจุบันตามสนามบินต่าง ๆ ก็มีบริการป้ายภาษาอังกฤษกันเป็นส่วนใหญ่ก็ตามแล้ว แต่….แต่ว่าภาษาอังกฤษก็ไม่แข็งแรงทำยังไงดี แหะ ๆ

เหมือนเดิม เป็นหน้าที่ของเทคโนโลยีที่จะช่วยคุณได้อีกแล้ว

เพียงแค่คุณหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ดาวน์โหลดสารพัดแอปพลิเคชันแปลภาษา แล้วก็ยื่นให้เขาอ่านซะ ก็เป็นอีหนึ่งวิธีที่พอจะถูไถได้ในสถานการณ์แบบนั้น แต่ถ้าเราไม่เจอคนละ เจอแต่ป้ายกับอะไรก็ไม่รู้ แน่นอนว่าปัญหานั้นเทคโนโลยีตอนนี้ก็จัดการให้ได้

 

รูปภาพจาก freepik

ยิ่งช่วงนี้ก็เริ่มมีของเล่นใหม่ให้เห็นกันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้โต้ตอบกับเจ้าของภาษาได้แบบ real-time หรือหูฟังที่สามารถแปลงเสียงของอีกฝ่ายให้กลายเป็นภาษาบ้านเราได้โดยตรง เหมือนกับหลุดมาจากหนังไซ-ไฟเลยยังไงยังงั้น หรือแค่ยกมือถือขึ้นมาส่องป้ายก็สามารถแปลภาษาได้ทันที

ซึ่งของเล่นเหล่านี้ล้วนมีเทคโนโลยีขั้นสูงอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น ไม่ว่าเป็น Deep LearningImage Recognitionหรือแม้กระทั่ง Machine Learning ก็มีเอี่ยวกับเขาด้วย

แน่นอนว่า ต้องขอขอบคุณเทคโนโลยีเหล่านี้ทำทำให้การเดินทางในต่างแดนของเราเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ อีกทั้งยังง่ายและสะดวกสบายมากขึ้นอีกด้วย

เห็นไหม ว่าเบื้องหลังความสะดวกสะบายของเราที่ทำให้สามารถแหกกรอบออกมาจากการเป็นการเที่ยวแบบชะโงกทัวร์ (ไม่ได้ลงไปไหนเลย นั่งดูอยู่แต่บนรถทัวร์) แล้วก้าวมาเป็นนักเดินทางได้อย่างภูมิอกภูมิใจ ต้องขอขอบคุณเทคโนโลยียุคใหม่ที่พาเราไปถึงจุดนั้นด้วย

ฉะนั้นแล้วหยุดยาวสิ้นปีนี้ แพ็คของ เก็บกระเป๋า แล้วอย่าลืมเอาเทคโนโลยีไปปรับใช้กับแผนการเที่ยวของคุณด้วยหล่ะ Happy Holiday !!



Top