4 วิธีป้องกันข้อมูลในต่างแดน ก่อนที่แผนเที่ยวของคุณจะกลายเป็นฝันร้าย

4 วิธีป้องกันข้อมูลในต่างแดน ก่อนที่แผนเที่ยวของคุณจะกลายเป็นฝันร้าย

ปัจจุบันนี้การเดินทางไปต่างประเทศเริ่มเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนไม่ว่าจะไปเดี่ยว ไปกลุ่ม ไปทำงาน ไปเที่ยว ล้วนสะดวกสบายมากกว่าเมื่อก่อน ต้องขอขอบคุณราคาเครื่องบินที่ถูกลง ราคาค่าครองชีพที่เอื้อมถึง อีกทั้งยังมีการเปิดฟรีวีซ่าในหลายๆ ประเทศให้กับคนไทยอีกด้วย

แต่กระนั้น ในบางครั้งเราอาจจะหลงลืมบางอย่างที่สำคัญไม่น้อยกว่าพาสปอร์ท หรือตั๋วเครื่องบินของคุณเลย

นั่นคือ ความปลอดภัยของข้อมูล ในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวนั่นเอง

รูปภาพจาก freepik

บางทีเราอาจจะคิดว่า มือถือก็อยู่กับเรา แฟลชไดร์ฟก็ไม่มี ซีดีก็ไม่พก แล้วยังจะมีอะไรให้กังวลอีก?

เรื่องนี้เราอย่าดูถูกความสามารถของเหล่าผู้ไม่หวังดีเชียว เพราะด้วยเทคโนโลยีที่ยิ่งก้าวไกลเท่าไหร่ กลเม็ดต่างๆที่คนร้ายจะงัดออกมาเพื่อให้ได้ซึ่งข้อมูลแสนสำคัญของคุณนั้นก็แพรวพราวตามไปด้วย

บางคนก็อาจจะยังคิดอยู่ว่า ในมือถือเรามันก็ไม่ได้มีอะไรสำคัญขนาดนั้น มีแต่เพลงเติ้ง ลี่ จวินที่โหลดมาตั้งนานแล้ว วิดีโอที่โหลดจากเฟสบุ๊ค รูปสวัสดีรายวันที่ไว้ส่งในไลน์ ก็ไม่เห็นจะมีอะไรต้องห่วงอยู่ดี?

ถ้าคุณคิดอย่างนั้นแล้วละก็ คุณก็อาจจะกลายเป็นหนึ่งในเหยื่อของผู้ไม่หวังดีเข้าสักวันแน่นอน

รูปภาพจาก freepik

ลองนึกภาพตามว่า เมื่อก่อนคุณอาจจะยังไม่มีข้อมูลอะไรสำคัญเก็บไว้ในเครื่อง ถึงจะมีช่องโหว่ของความปลอดภัยอยู่ ก็คงยังไม่เสียหายอะไรมาก แต่ทุกวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่า เราทำกิจกรรมผ่านทางมือถือกันเยอะแล้ว ที่สำคัญเลยคืออีเมล รายชื่อผู้ติดต่อ และการทำธุรกรรมการเงิน แน่นอนว่าช่องโหว่ที่คุณไม่ได้ระวังตัวในอดีตก็ยังอยู่และพร้อมเล่นงานทุกเมื่อ

มานึกภาพต่อดูว่าถ้าเกิดข้อมูลเหล่านั้นโดนใครก็ไม่รู้เอาไปแอบอ้างสวมรอย ถูกนำไปเผยแพร่ ถูกดักข้อมูล ไอดี/พาสเวิร์ด เข้าไปใช้งานบริการต่าง ๆ ของคุณ แค่คิดก็ก่อให้เกิดความเสียหายไปมากแล้ว

เพราะเราไม่อยากให้ความเผลอเพียงชั่วครู่ ทำลายความสุขของการไปเที่ยวในเทศกาลแห่งความสุขในช่วงปลายปีนี้ เรามาป้องกันตัวเองไปด้วยกันกับ 5 วิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้คุณปลอดภัยจากการโดนจารกรรมข้อมูลกันเถอะ

1. เริ่มต้นที่การจัดการล็อคอุปกรณ์ของคุณก่อน

แค่ขั้นตอนง่าย ๆ แต่ได้ผลคือการตั้งรหัสให้กับอุปกรณ์หรือแอปพลิเคชันของคุณ รวมไปถึงการเข้ารหัสแบบ 2 ชั้น (Two-factor authentication) ถึงแม้ว่ามันจะดูยุ่งยากต่อการใช้งานไปหน่อย แต่เราควรเริ่มใช้กันให้ชินไม่ว่าจะใช้งานใน หรือนอกประเทศ

รูปภาพจาก freepik

การตั้งรหัสนั้นมีประโยชน์มากให้การไปเที่ยวต่างแดน เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์ถูกขโมยหรือทำหาย และไม่มีการตั้งรหัสไว้ก็เหมือนเปิดประตูบ้านให้ผู้ไม่หวังดีเข้าไม่ยุ่มย่ามกับข้อมูลส่วนตัวของคุณได้แบบแทบจะครบทุกอณุของเครื่องได้เลย

2. อย่าโหลดข้อมูลสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่ว่ากับใครและที่ไหน

บางทีไปต่างประเทศอาจจะมีให้เห็นอยู่บ่อยๆ จำพวกโหลดแอปพลิเคชันนี้เพื่อรับส่วนลดเฉพาะร้านนี้ หรือโหลดแอปพลิเคชันนำเที่ยวเฉพาะโซนนี้เพื่อรับสิทธิพิเศษ ซึ่งเราต้องดูให้ดีก่อนว่าแอปพลิเคชันเหล่านั้นได้รับการรับรองจากแหล่งที่น่าเชื่อถือหรือเปล่า ผ่าน Store ตอนโหลดไหม ใช้ Permission อะไรในเครื่องบ้าง

รูปภาพจาก freepik

เพราะการโหลดอะไรต่าง ๆ มาลงในเครื่องนั้นก็เหมือนกับการเชิญแขกเข้ามานั่งอยู่ในบ้านเรา เจอแขกดีก็เป็นประโยชน์ไป แต่ถ้าไม่ระวังให้ดีแขกที่เข้ามาอาจมือบอนฉกฉวยอะไรในบ้านเราออกไปบ้างก็ไม่รู้

เพราะมีแอปพลิเคชันจำนวนไม่น้อยที่เชิญชวนให้โหลดกันแต่ไม่ได้มีผ่านการรับรองอะไรเลย มาเป็นไฟล์ดิบ ๆ อย่างจำพวก .apk แล้วให้ Install ลงเครื่องตรง ๆ แบบนั้นให้ Say No แล้วลบทิ้งให้ไว เพราะแอปพลิเคชันที่ไม่ได้ผ่านการรับลองพวกนั้นแหละจะเป็นคนเชิญโจรให้เข้ามาขึ้นบ้านหรือจะกลายร่างเป็นโจรเสียเองแน่นอน

3. หา VPN มาใช้และไม่ไว้ใจ Wi-Fi ฟรี

VPN (Virtual Private Network) คือเครือข่ายเสมือนส่วนตัว ที่ทำงานโดยใช้ โครงสร้างของ เครือข่ายสาธารณะ ได้ยินชื่อแล้วอย่าพึ่งตกใจไปว่าจะเป็นอะไรที่เข้าใจยากหรือต้องมีความรู้เรื่อง Network อะไรหรือเปล่า ความจริงแล้วมันก็มีส่วน แต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันเราสามารถใช้งาน VPN ได้ง่ายไม่ต่างอะไรกับการล็อคอินเข้าอีเมลหรือเฟสบุ๊คเลย และด้วย VPN นี้เองจะช่วยให้การเข้าอินเตอร์เน็ตจากต่างแดนปลอดภัยขึ้นอีกระดับ

รูปภาพจาก stradiant.com

เราอาจจะยังไม่รู้กันว่า Free Wi-Fi นั้นอันตราย ด้วยสาเหตุที่ไม่มีการตรวจสอบด้านความปลอดภัยเลย แบบต่อปุ๊บก็ติดปั๊บ เราก็ไม่อาจรู้ได้ว่าตัว Wi-Fi ที่ปล่อยออกมาเป็นของใคร เห็นชื่อดูเป็นของหน่วยงาน หรือผู้ให้บริการที่ปกติใช้กันอยู่ แต่ Wi-Fi ของปลอมนั้น ก็สามารถตั้งชื่อเลียนแบบขึ้นมาได้อย่างแนบเนียนด้วยเช่นกัน ซึ่งถ้าคุณต่อเข้าไปแล้ว มันจะกลายเป็นช่องโหว่ให้แฮกเกอร์เข้าไปล้วงข้อมูล ฝังมัลแวร์ใส่เครื่องคุณได้อย่างสะดวกเลยทีเดียว

4. เตรียมจัดการมือถือจากระยะไกล

รูปภาพจาก freepik

ในส่วนนี้คุณต้องเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยการทำให้โทรศัพท์ของคุณนั้นสามารถจัดการได้จากระยะไกล ไม่ว่าจะสั่งให้ส่งเสียงออกมา สั่งให้ระบุตำแหน่ง ณ ปัจจุบัน จะทำให้การติดตามหามือถือพอจะมีความหวังมากขึ้นและยังเป็นการเตรียมรับมือสถานการณ์ที่ว่ามือถือของคุณหายและหมดหวังในการนำมันกลับมาแล้ว

การจัดการลบข้อมูลในเครื่องเมื่อเกิดมีคนพยายามที่จะเข้าใช้งานโทรศัพท์ที่หายไปของคุณหลายครั้งอาจจะดูโหดร้ายไปหน่อย แต่แน่นอนว่า กันไว้ดีกว่าแก้

ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวของคุณ อาจจะต้องผ่านขั้นตอนมากมาย แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็สามารถทำให้คุณไปเที่ยวในเทศกาลวันหยุดสิ้นปีได้อย่างสบายใจ


Top