7 เคล็ดลับการทำ Content Marketing

7 เคล็ดลับการทำ Content Marketing

ในปี 2019 มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นประจำมากกว่า 4 พันล้านคน และมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียมากกว่า 3 พันล้านคนทั่วโลก ดังนั้น แบรนด์จึงมีโอกาสมากมายในการมีส่วนรวมกับกลุ่มเป้าหมายและเติบโตทางธุรกิจผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือในดึงดูดลูกค้าใหม่ให้รู้จักและสนใจแบรนด์มากขึ้นคือ Content Marketing

Content Marketing คือกลยุทธ์การตลาดที่เน้นการจัดทำและเผยแพร่เนื้อหา (Content) ที่มีคุณค่าและมีความเกี่ยวข้องกับผู้อ่านผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหลายและได้รับกำไรจากการตัดสินใจซื้อของลูกค้า Content Marketing จึงมีความสำคัญสำหรับการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม นักการตลาดจำนวนมากยังไม่ทราบวิธีการทำ Content Marketing ให้ประสบความสำเร็จ ในขณะที่ 63% ของธุรกิจในปัจจุบัน ยังไม่มีกลยุทธ์ Content Marketing ที่ชัดเจน

วันนี้เราจึงขอนำเสนอ 7 เคล็ดลับการทำ Content Marketing เพื่อให้คุณสามารถนำไปใช้ในการวางกลยุทธ์สำหรับปี 2019 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. ตั้งเป้าหมายสำหรับ Content ที่ชัดเจนและวัดผลได้

ในปัจจุบันมีวิธีการสร้าง Content หลายช่องทางและรูปแบบ ทั้ง Instagram Stories, Blogs, E-Books และ Podcasts ซึ่งในบางครั้งอาจจะมีช่วงเวลาที่ผู้ผลิต Content ไม่แน่ใจว่าจะใช้สื่อประเภทไหนในการสื่อสาร

Karla Cook บรรณาธิการและผู้จัดการบล็อกการตลาดของ HubSpot กล่าวว่า Content ทุกชิ้นควรมีเป้าหมายทางธุรกิจที่ชัดเจนและวัดผลได้ การได้รับยอดการเข้าชม (Views) ไม่ใช่เป้าหมายทางธุรกิจที่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้น ควรคำนึงว่าแต่ละ Content สามารถใช้ประกอบกลยุทธการตลาดโดยรวมได้อย่างไร

เช่น เวลาที่จะเขียน Blog นอกจากการเขียนและโพสต์ Content ที่มีคุณภาพแล้ว ควรพิจารณาความสนใจและเจุดประสงค์ในการค้นหาข้อมูลต่างๆ ของกลุ่มเป้าหมายโดยการวิเคราะห์ข้อมูล รวมทั้งเชื่อมโยง Content กับธุรกิจ

ทางด้านคุณภาพของเนื้อหา Ann Handley ผู้บุกเบิกการตลาดดิจิทัลและนักเขียนกล่าวว่า “คุณควรผลิต Content ที่ดีเยี่ยม – Content ที่มีประโยชน์ ให้ความเพลิดเพลิน และสร้างแรงบันดาลใจ”

 

2. เข้าใจกระบวนการซื้อของลูกค้า (Buyer’s Journey)

นักการตลาดที่ดีจะต้องเข้าใจความสำคัญของการทำกลยุทธ์ Content Marketing ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในทุกขั้นตอนของ Buyer’s Journey ตั้งแต่ตอนที่ดึงดูดให้พวกเขาเข้าชมสื่อออนไลน์ของแบรนด์และเริ่มรู้จักแบรนด์ (Awareness Stage) ตอนที่พวกเขาเริ่มสนใจสินค้าหรือบริการของแบรนด์ (Consideration Stage) ถึงตอนที่ตัดสินใจซื้อ (Purchase Stage) และส่งเสริมให้กลับมาอุดหนุนแบรนด์อย่างต่อเนื่องในระยะยาว (Loyalty Stage)

 

3. ใช้สถิติจาก Analytics เพื่อติดตามประสิทธิภาพ (Track Performance)

Content ที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญเช่นกันต่อธุรกิจคือการที่กลุ่มเป้าหมายที่ได้เห็น Content เลือกที่จะเป็นลูกค้า ดังนั้นการเก็บสถิติและวิเคราะห์ข้อมูลจาก Analytics เป็นประจำ โดยเฉพาะการ Track Buyer’s Journey จึงสำคัญสำหรับการประเมินผล Content Marketing

Conversion Rates เป็น Metric ที่สำคัญต่อการ Track Performance นอกเหนือจาก Traffic เช่น หาก Instagram Account มีผู้ติดตาม 1,000 คน และมี Conversion Rate ที่ 7% ในขณะที่ Blog มีผู้ติดตาม 7,000 คน แต่มี Conversion Rate แค่ 0.01% ผลการ Track Performance เช่นนี้แสดงให้เห็นว่า Content ใน Blog ของแบรนด์นี้สำคัญต่อ Awareness Stage และ Content บน Instagram มีความสำคัญต่อ Purchase Stage อย่างยิ่ง

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก Analytics สามารถให้ Insights สำหรับการพัฒนากลยุทธ์ในการทำ Content Marketing เช่นหากผล Analytics แสดงให้เห็นว่าผู้อ่าน Blog สนใจ Content ที่เกี่ยวกับ E-Commerce เป็นพิเศษ แบรนด์นั้นสามารถปรับกลยุทธการตลาดโดยการเน้นหัวข้อที่เกี่ยวกับ E-Commerce มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความชอบและความสนใจของผู้อ่านและเพิ่ม Traffic การเข้าชม Blog

 

4. ผลิต Content ให้สม่ำเสมอและทันสมัยกับสถานการณ์ปัจจุบัน (Up-to-date)

Victor Pan หัวหน้าฝ่ายเทคนิค SEO ของ HubSpot กระตุ้นให้นักยุทธศาสตร์ (Strategists) นำเทคนิคการทำ SEO เบื้องต้นมาใช้เพื่อให้ Content ทันสมัยและมีความเกี่ยวข้อง (Relevancy) สำหรับโปรแกรมค้นหา (Search Engines)

Victor Pan อธิบายว่า “คุณสามารถรับรู้ได้ว่าความทันสมัยสำคัญต่อหัวข้อของคุณเมื่อ คำหลัก (Keywords) และปี แสดงผลใน การค้นหาที่เกี่ยวข้อง (Related Searches) ของผลการค้นหา (Search Results) ของ Google”

เขาได้แนะนำเคล็ดลับ 3 ข้อ เพื่อให้ Content มีความเกี่ยวข้องและทันสมัยดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงการใส่ปีใน URL เวลา Optimize Content เพราะว่า URL ไม่ควรเปลี่ยน
  2. ใส่ปีในหัวข้อของ Content
  3. ตั้งเวลาในการปฏิทินแผนการทำ Content เพื่อกลับมาทบทวน Content ทุกปี และอัปเดตให้ทันสมัย เช่นการปรับแท็กชื่อเรื่อง (Title Tag) คำอธิบายเนื้อหาของหน้าเว็บ (Meta Description) และเนื้อหาของ Content

ทั้งนี้ การไม่เปลี่ยน URL เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการ Optimize Content เพื่อที่จะไม่กระทบต่อ Backlinks ภายนอกจากเว็บไซต์อื่นที่ Drive Traffic เข้ามาในหน้าเว็บไซต์ของ Content

ในขณะเดียวกัน การผลิตและเผยแพร่ Content ที่สอดคล้องกันในเว็บเป็นกลยุทธ์สำคัญเพื่อให้ได้รับการจัดอันดับผลการค้นหาที่สูง (Top Position Rankings บน Search Engine Results Page หรือ SERPs) พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ติดตาม Content ด้วย

 

5. ใช้กลยุทธ์การ Optimize Content เก่าให้ทันสมัย (Historical Optimization Strategy)

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทีมเขียน Blog ของ HubSpot ได้เห็นถึงความสำคัญของการใช้กลยุทธ Historical Optimization โดยการนำเสนอเนื้อหาเก่าที่มีคุณภาพสูงโดยการปรับรูปแบบ (Repurpose) ซึ่งได้ผลลัพธ์ที่ดีเยื่ยมในการเพิ่มจำนวน Leads ถึงสองเท่า และเพิ่มยอดการเข้าชมจาก Organic Search โดยเฉลี่ย 106% ต่อเดือน Content ที่มีความทันสมัยในระยะยาว เช่น “วิธีสร้างบล็อก” มักจะคุ้มค่ากับการ Repurpose โดยการนำเสนอในรูปแบบใหม่

 

6. Repurpose Content

การผลิต Content ที่มีประโยชน์และได้รับ Engagement สูงย่อมใช้เวลาและความสามารถ ดังนั้น การหาวิธีนำ Content ที่เคยจัดทำแล้วมานำเสนอใหม่ (Repurpose) จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากนั้นการ Repurpose Content ยังช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ได้อีกด้วย

เช่น สามารถลองนำ Podcast ที่มี Performance ดีไปเขียนเป็น Blog และเมื่อ Blog มี Performance ที่ดีก็สามารถผลิตวีดีโอ YouTube ในหัวข้อที่คล้ายกัน เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชอบการดูคลิปมากกว่าการอ่านบทความ

ประโยชน์อีกอย่างของการ Repurpose Content คือเพิ่มโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายได้เห็น Content มากกว่าหนึ่งครั้งและมากกว่าหนึ่งรูปแบบ เพราะฉะนั้นนักการตลาดจึงควรพิจารณาว่า Content ไหนจะมีประสิทธิภาพสำหรับการ Repurpose

 

7. สร้างเสียงของแบรนด์ให้มีความมั่นคงอย่างสม่ำเสมอในทุกช่องทาง

เวลาเข้าชมสื่อของ Spotify ไม่ว่าจะเป็น Twitter Account, YouTube Account หรือป้ายโฆษณากลางแจ้ง ผู้ชมจะสามารถสัมผัสความตลก ความตรงไปตรงมา และความเยาว์วัยของแบรนด์ ที่สร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายอย่างสม่ำเสมอในทุกช่องทาง

ดังนั้น การสร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์โดยการใช้วิธีการสื่อสารที่สม่ำเสมอในทุกช่องทางจึงสามารถสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

 

อ้างอิงข้อมูลจาก: https://blog.hubspot.com/marketing/content-marketing-tips

 

ทั้งนี้ หากคุณสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Digital Marketing หรือสนใจการบริการด้าน Search Engine Optimization ไม่ว่าจะเป็น Organic Search โดยการพัฒนา Website Content
หรือ Paid Search ประเภท Ad Ops บน Google Ads ทั้งในช่องทางและรูปแบบของ Search Engine Marketing (SEM) และ Google Display Network (GDN)

G-ABLE พร้อมให้บริการและคำปรึกษาให้ทุกธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่ยุคดิจิทัล
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Contact G-Able

02-781-9333 หรือ
inquiry@g-able.com



Top