8 สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไป เมื่อ เทรนด์ Metaverse มาแรง!

เทรนด์ Meataverse

8 สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไป เมื่อ เทรนด์ Metaverse มาแรง!

เทรนด์ Metaverse  กำลังเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจต่างๆ เริ่มมองเห็นศักยภาพของแบรนด์ในการมอบประสบการณ์ใหม่ให้แก่ลูกค้า ในขณะที่หลายแบรนด์เริ่มลงทุนไปกับเทคโนโลยีใหม่นี้แล้ว โดย บริษัทวิจัย Gartner คาดการณ์ว่า ภายในปี 2026  จำนวน 25% ของผู้คนทั่วโลก จะใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงต่อวันไปกับ Metaverse  และ คาดการณ์ว่า เมตาเวิร์สจะกลายเป็นตลาดที่ร่ำรวยมหาศาลถึง 800 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี 2567  ตามการรายงานของบลูมเบิร์ก  ทั้งนี้ ความกลัวที่จะพลาดเงินจำนวนมหาศาลในโอกาสใหม่นี้ ถือเป็นตัวกระตุ้นที่ทรงพลังในการก้าวเข้าสู่ตลาดของแบรนด์ต่างๆ

8 สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไป เมื่อ เทรนด์ Metaverse มาแรง!

1. เทรนด์ Metaverse กับความบันเทิง

เมื่อมองแบบผิวเผิน ความบันเทิง กับ Metaverse อาจดูเหมือนไม่มีประโยชน์กับองค์กร แต่ผู้นำธุรกิจและไอทีอาจต้องจับตาดูเรื่องนี้ เพราะความบันเทิงใน Metaverse กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผู้บริโภคที่อายุน้อย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะผลักดันการเติบโตของ Metaverse ได้อย่างก้าวกระโดด  ยกตัวอย่าง ซีรีส์คอนเสิร์ตปี 2021 ของซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง Ariana Grande ภายในจักรวาลโลกเสมือนของเกม Fortnite และเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันบอกเป็นนัยว่า Metaverse จะมอบประสบการณ์ความบันเทิงแบบใหม่ได้อย่างไร

2. เทรนด์ Metaverse กับการดำเนินธุรกิจ

ปัจจุบันองค์กรต่างๆ ในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย อาจมีการใช้ Augmented Reality (AR) เข้ามาใช้ในการทำงานอยู่แล้ว  แต่ Metaverse จะเข้ามาช่วยสนับสนุนสภาพแวดล้อมการทำงานร่วมกันมากขึ้น โดยจะรวมเอาเทคโนโลยีเสมือนจริงเข้าไว้ด้วยกัน  ตัวอย่างเช่น การมอบประสบการณ์ที่สมจริงยิ่งขึ้นแก่พนักงานปฏิบัติการ ซึ่งควรจะสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อเป็นแนวทางแม้กระทั่งงานภาคสนามและงานบริการที่ซับซ้อนที่สุด รวมทั้งสามารถประสานงานกับผู้อื่นได้อย่างเต็มที่และครอบคลุมมากขึ้น

เทรนด์ Metaverse

3. เทรนด์ Metaverse กับการศึกษาและการฝึกอบรม

การระบาดใหญ่และข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในการพบปะแบบตัวต่อตัว ทำให้สถาบันการศึกษาต่างๆ ต้องใช้แพลตฟอร์มอีเลิร์นนิง และวิธีการสื่อสารทางดิจิทัลอื่นๆ แทน แต่ในอนาคต อาจมีการพิจารณาว่า Metaverse จะสามารถเข้ามามีบทบาทกับการศึกษาและการฝึกอบรมได้อย่างไร ด้วยความสามารถในการสตรีมข้อมูลแบบเรียลไทม์ และสนับสนุนการโต้ตอบแบบเรียลไทม์ในพื้นที่เสมือน ที่อาจเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงวิธีที่นักการศึกษาหรือวิทยากรนำเสนอบทเรียนของพวกเขาได้

นอกจากนี้องค์กรยังสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสในการฝึกอบรมเสมือนจริง โดย Tuong H. Nguyen นักวิเคราะห์อาวุโสของ Gartner กล่าวว่าองค์กรต่างๆ ในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย สามารถใช้ Metaverse เพื่อให้การฝึกอบรมที่ดียิ่งขึ้นแก่พนักงาน ผู้สอนและผู้เรียนจากทั่วโลกสามารถพบกันใน Metaverse และทำงานผ่านสถานการณ์จริงร่วมกันในขณะที่ใช้กระแสข้อมูลที่อัปเดตอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นแนวทางในประสบการณ์การเรียนรู้

4. ประสบการณ์ใหม่ของลูกค้า

แพลตฟอร์ม Metaverse มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงวิธีการ เวลา และสถานที่ ที่บริษัทโต้ตอบกับลูกค้า เนื่องจากแพลตฟอร์มแบบโลกเสมือนจริง ช่วยให้ธุรกิจสามารถนำเสนอประสบการณ์ใหม่และให้ข้อมูลในรูปแบบใหม่

ตัวอย่างเช่น สกีรีสอร์ท สามารถสร้างคู่มือเสมือนจริงสำหรับนักเล่นสกีขณะที่พวกเขาเคลื่อนตัวลงจากภูเขา โดยให้ข้อมูลส่วนบุคคลในแบบเรียลไทม์เพื่อยกระดับประสบการณ์ของนักเล่นสกี   หรือบริษัททัวร์สามารถมอบประสบการณ์ที่ดื่มด่ำอย่างต่อเนื่องในโลกเสมือนที่ซ้อนทับกับโลกทางกายภาพเพื่อแจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบ เมื่อพวกเขาเดินทางผ่านจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ

บริษัทต่างๆ ยังสามารถเสนอทางเลือกที่มากขึ้นให้แก่ผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าได้ ตัวอย่างเช่น ผู้ผลิตรถยนต์สามารถเสนอให้ทดลองขับรถในสภาพแวดล้อมความเป็นจริงแบบขยายได้ เป็นต้น

5. การประชุม

ในช่วงการระบาดของ COVID-19 พนักบริษัทงานหลายล้านคนทั่วโลก มีการประชุมแบบตัวต่อตัว และติดต่อกับทีมงานด้วย แพลตฟอร์มอย่าง Zoom ,Goole Meeting หรือ Microsoft Teams  ซึ่ง ปัจจุบัน บริษัทเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นการพัฒนา Metaverse เช่น Meta (หรือชื่อเดิม Facebook) และ Microsoft กำลังใช้ความสะดวกสบายดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญสู่ “การประชุมเสมือนจริง” ในเวอร์ชันต่อไป

เป็นไปได้ว่าภายในสองหรือสามปีข้างหน้า การประชุมเสมือนจริงส่วนใหญ่ จะย้ายจากมุมมองของภาพของกล้อง 2 มิติ ไปสู่ ​​Metaverse ซึ่งเป็นพื้นที่ 3 มิติพร้อมอวาตาร์ดิจิทัล  โดยแนวคิดก็คือในที่สุดคุณจะใช้อวาตาร์ของคุณเพื่อพบปะผู้คนในพื้นที่เสมือนที่จำลองความรู้สึกเสมือนอยู่ในห้องจริงกับพวกเขานั่นเอง โดยสิ่งนี้จะต้องใช้แว่นตาเสมือนจริง (VR) และถุงมือจับการเคลื่อนไหวเพื่อแสดงการแสดงออก ภาษากาย และคุณภาพของเสียงของผู้อื่น  ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวอาจขยายขอบเขตการเข้าถึงของผู้ปฏิบัติงาน ทำให้พวกเขาสามารถทำงานได้แบบเสมือนจริง

เทคโนโลยีนี้จะสามารถขนส่งพวกเขาไปยังสถานที่ทำงานอื่นได้ในขณะเดียวกันก็ปล่อยให้พวกเขามีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นทั้งในโลกเสมือนจริงและทางกายภาพ

6. โอกาสในการโฆษณา การสร้างแบรนด์ และการตลาด

แบรนด์จำนวนมากกำลังสร้างสถานะในการตั้งค่า VR ที่เป็นที่ยอมรับ ตัวอย่างเช่น บริษัท Hyundai Motor เปิดตัว Hyundai Mobility Adventure ซึ่งเป็นประสบการณ์ metaverse บนแพลตฟอร์มเกม Roblox อวตารของเกมเมอร์สามารถสัมผัสกับโปรเจ็กต์การขับเคลื่อนในอนาคตของฮุนไดและผลิตภัณฑ์ปัจจุบันได้ และเมื่อปีที่แล้ว Warner Bros. Pictures ได้จัดปาร์ตี้เสมือนจริงบน Roblox เพื่อทำการตลาดให้กับภาพยนตร์เรื่อง In the Heights

ยังมีอีกหลายคนกำลังสร้างแบรนด์โครงการ metaverse ของตนเอง บริษัท Walt Disney Co. ซึ่งเป็นผู้นำในโลกแห่งจินตนาการมาอย่างยาวนาน เป็นหนึ่งในบริษัทดังกล่าว

ในโพสต์บน LinkedIn เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2020 Tilak Mandadi หัวหน้าฝ่ายดิจิทัลและเทคโนโลยีของ Disney Parks, Experiences and Products Inc. ได้ประกาศโครงการริเริ่ม “theme park metaverse” ของดิสนีย์ โดยที่ โลกทางกายภาพและดิจิทัล จะมาบรรจบกัน โดยมีอุปกรณ์สวมใส่ สมาร์ทโฟน และ จุดเชื่อมต่อดิจิทัลที่นำแขกมาสัมผัสกับประสบการณ์ Metaverse เป็นต้น

เทรนด์ Metaverse

7. เทรนด์ Metaverse กับอสังหาริมทรัพย์

ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งทั่วโลก เริ่มหันมาให้ความสนใจซื้อขายพื้นที่บนโลกเสมือนจริงกันมากขึ้น เนื่องจากเล็งเห็นถึงแนวโน้มของการเติบโตด้านการลงทุนบนโลกดิจิทัล ทั้งนี้เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ของลูกค้าที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นในอนาคต  นอกจากนี้ ธุรกิจ โรงแรม หรือรีสอร์ท จะสามารถเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถทดลองใช้บริการแบบเสมือนจริงเพื่อโอกาสการเข้าพักจริงในอนาคต หรือศูนย์การค้า ก็สามารถจำลองโลกเสมือนจริงเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ร้านค้าเข้ามาเช่าพื้นที่ และทำการค้าขายได้ พร้อมหาวิธีการในการดึงดูดลูกค้าที่เข้ามาในโลกเสมือนจริงนั้น และส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับร้านค้า เพื่อนำไปสู่การซื้อขายและให้บริการที่เกิดขึ้นจริง ตลอดจนการส่งมอบสินค้าในโลกจริง เช่นเดียวกับการสั่งของในช่องทางออนไลน์ เป็นต้น

8. ช่องทางของแหล่งรายได้ใหม่

แน่นอนว่าในอนาคต หรือแม้แต่ในขณะนี้ หลายบริษัทต่างพร้อมกระโจนสู่ตลาดการขายสินค้าและบริการในโลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น  อาทิ Gucci ที่ล่าสุดได้ร่วมมือกับบริษัทผลิตภัณฑ์และความบันเทิงอย่าง Superplastic เพื่อสร้าง NFTs สะสมจำนวนจำกัด  หรือ Ralph Lauren กำลังขายเสื้อผ้าสำหรับ Avatar และ Nike กำลังสร้าง NFT ที่เชื่อมโยงกับโลกแห่งความเป็นจริง นอกจากนี้ แบรนด์แฟชั่นชื่อดังมากมายเริ่มขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับเฉพาะบนดิจิทัล ซึ่งนี่อาจชี้ให้เห็นโอกาสสำหรับแนวทางของธุรกิจที่กว้างขึ้น ซึ่งการขายสินทรัพย์ดิจิทัลอาจเป็นหนึ่งในโอกาสที่ยิ่งใหญ่สำหรับหลายๆ บริษัท

เกี่ยวกับ G-Able

G-Able คือบริษัทผู้พัฒนา, ติดตั้งจนถึงให้บริการด้านระบบ IT และ Digital ในไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำระดับโลกในด้าน Modern Digital Solutions, Enterprise Business Solutions และ IT Infrastructure Solutions โดยมีกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำในภาคเอกชน

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่

บริษัท จีเอเบิล จำกัด

โทร : 065-719-3899



Top