การมาถึงของยุค Automation วิกฤตหรือโอกาส?

การมาถึงของยุค Automation วิกฤตหรือโอกาส?

ทุกๆวันนี้เราอาจจะได้ยินเกี่ยวกับ หุ่นยนต์หรือเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน และแทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการทำงานของเรานั้น จะเข้ามาแย่งงานและทำให้เราตกงานกันหมด หรืออาจจะเคยอ่านบทความที่วิเคราะห์อาชีพที่สุ่มเสี่ยงจะถูกแย่งงานโดยเครื่องจักรหรือหุ่นยนต์ในอนาคตอันใกล้นี้ จึงเกิดความวิตกกังวลไปต่างๆนานา

อย่างเช่นการเปิดตัว Amazon Go ร้านสะดวกซื้ออัจฉริยะที่เราสามารถเดินเข้าไปหยิบของแล้วออกมาได้เลย โดยการชำระเงินจะถูกตัดจากบัญชีของผู้ซื้อโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีแคชเชียร์ ไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวชำระเงิน แน่นอนว่าเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยแบบนี้ ก็ทำเอามนุษย์อย่างเรานั่งกุมขมับไปตามๆกัน เมื่อคิดว่าในอนาคตเราจะไปทำงานอะไรได้ ในเมื่อมีหุ่นยนต์มาทำแทนหมดแล้ว

ถึงเวลาก้าวเข้าสู่ยุค Automation

Automation คือการนำเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีมาทำงานต่างๆแทนมนุษย์นั่นเอง
Mobile-first-to-AI-first
ขอบคุณรูปภาพจาก pastemagazine

ผู้เชี่ยวชาญในวงการคอมพิวเตอร์และนักพัฒนา ต่างมองเห็นถึงยุคสมัยที่เทคโนโลยีกำลังจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง เมื่อในปัจจุบัน เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับ Smart Phone นั้นมาถึงทางตัน หมดมุขที่จะพัฒนาต่อไป ผู้คนจึงเริ่มไปสนใจและพัฒนา AI ให้มีความสามารถมากยิ่งขึ้น จึงมาถึงการเปลี่ยนผ่านจากยุค Mobile เข้าไปสู่ยุค AI อย่างที่ CEO ของ Google Sundar Pichai กล่าวไว้ Mobile first to AI first

เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของยุค Automation เลยก็ว่าได้ คนเราจึงเกิดความวิตกกังวลไปต่างๆนาๆ ว่าเหล่าเครื่องจักรเมื่อถูกพัฒนาให้ฉลาดยิ่งขึ้น จะเข้ามาทำงานแทนที่คนได้ และทำเอาหลายๆอาชีพต้องสูญหายไป พร้อมกับผลพวงปัญหาทั้งด้านสังคม คนตกงาน เศรษฐกิจ กระทั่งการพัฒนาประเทศที่จะเกิดตามมาอีกเป็นทอดๆ

แต่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เทคโนโลยีเข้ามาแย่งงานเรา!

ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าตั้งแต่ในอดีตนั้น มนุษย์มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงานอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร แต่ก่อนนั้นเครื่องจักรและเทคโนโลยีถูกนำเข้ามาเพื่อลดการใช้แรงงานคน ประหยัดเวลา และทำงานที่อันตรายแทนมนุษย์ งานที่เครื่องจักรเข้ามาทำแทนอย่างเช่นงานที่ต้องทำซ้ำๆ เหมือนกระบวนการผลิตในโรงงาน งานที่ถูกกำหนดมาอยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไร ไม่ต้องมีการตัดสินใจอะไร

เทคโนโลยีไม่ได้แย่งงานเรา แต่มาช่วยให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นต่างหาก

ลองนึกภาพว่าวันนี้ คนเรายังเดินทางไปไหนมาไหนด้วยรถม้า แต่เมื่อมีเทคโนโลยีที่เรียกว่า รถยนต์ เข้ามาแทนที่ ผู้คนจึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพารถม้าอีกต่อไป ด้วยความที่การขนส่งทางรถยนต์นั้น มีประสิทธิภาพมากกว่า อาชีพคนขับรถม้าจึงหายไป แต่ก็เกิดเป็นอาชีพใหม่ๆขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นคนขับรถ ช่างยนต์ ช่างซ่อมรถ ธุรกิจค้าขายรถยนต์ และอื่นๆอีกมากมาย คนขับรถม้าก็ไม่ได้ตกงานเสียทีเดียว เพียงแค่ต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนไปของยุคสมัยก็เท่านั้น

human-plus-bot

เรียกให้ถูกก็คือ ไม่ใช่มนุษย์จะต้องแย่งงานกับหุ่นยนต์ แต่เป็นการร่วมกันทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้นต่างหาก ในส่วนขององค์กรนั้น การนำเทคโนโลยีมาใช้ในงานหลายๆอย่าง ไม่ใช่เพื่อลดจำนวนคน แต่สิ่งที่องค์กรมุ่งหวังก็คือ คุณภาพของงานที่เพิ่มขึ้น เมื่อคนเราไม่ต้องมานั่งทำงานเอกสารง่ายๆ ซ้ำๆ ในเมื่อบอทก็สามารถทำแทนได้ เอาเวลาไปวิเคราะห์งานที่ยากขึ้นจะดีกว่า

Logo-G-Staffio-300x75

ที่ผ่านมา G-ABLE เองก็มีการออกโซลูชันที่ใช้ในการจัดการทรัพยากรบุคคลในองค์กร ชื่อว่า Staffio ซึ่งจะช่วยลดงานเอกสารไม่ว่าจะเป็นการคิดเงินเดือนของพนักงานแต่ละคน เช็ควันขาดลามาสาย ซึ่งเป็นภาระงานที่ยุ่งยากและเสียเวลาของฝ่าย HR แต่พอมีระบบเข้ามาช่วย HR ก็มีเวลาไปพัฒนาทรัพยากรบุคคลในเรื่องอื่นๆได้ ไม่ว่าจะเป็นจัดอบรม พัฒนาด้านสวัสดิการต่างๆให้พนักงาน

เราจึงเห็นได้ว่างานบางอย่างนั้น เทคโนโลยีไม่ได้มาแย่งงานไปเลย ยังมีงานอีกมากมายที่เราสามารถทำได้ เมื่อมีเทคโนโลยีมาช่วย จึงไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลไปก่อน เพราะไม่ว่ายุคสมัยนั้นจะเปลี่ยนไปอย่างไร มนุษย์เราก็จะต้องปรับตัวไปให้คล้องกับการเปลี่ยนแปลง โลกที่กำลังพัฒนาไปอีกขั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอย่างที่เราคิดอีกต่อไป

ข้อมูลเพิ่มเติม cloudfactory, how Amazon GO will impact jobs, theguardian



Top