Azure Stack DevOps กับคำตอบของสารพันปัญหาใน IT Project

Azure Stack DevOps กับคำตอบของสารพันปัญหาใน IT Project

ทำไมเราต้องรอถึง 9 เดือนเพื่อที่จะส่งแอปพลิเคชันใหม่ให้ลูกค้า?

ทำไมบริษัทคู่แข่งถึงปรับปรุงแอปพลิเคชันของเขาได้รวดเร็วและสม่ำเสมอขนาดนั้น?

ทำไมเราต้องจ่ายงบประมาณบานเบอะไปกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พวกนี้ด้วย?

ทำไมเรายังไม่เริ่มใช้ “คลาวด์” เหมือนชาวบ้านเขาซักที?

ทำไม ทำไม ทำไม สารพัดข้อสงสัยเหล่านี้ที่ CEO ของหลายบริษัทต้องการคำตอบ แน่นอนว่า CIO ก็จะเป็นเป้าหมายแรกที่ถูกเพ่งเล็งในการเค้นคำตอบเหล่านั้นออกมา

รูปภาพจาก freepik

ในขณะที่คู่แข่งเริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ความเร็วและความหนักหน่วงในการแข่งขันในตลาดก็มากตามไปด้วย ทีนี้ทุกฝ่ายก็จะเกิดการกดดันมาที่ CIO (Chief Information Officer) ไม่ว่าจะทั้งฝ่ายการตลาด ฝ่ายขาย รวมไปถึง CFO (Chief Financial Officer) ที่คอยจ้องแต่จะรัดเข็มขัดงบประมาณอีก

ถึงขั้นนี้แล้วตัวช่วยของ CIO คงจะมองหาอะไรอื่นใดไปไม่ได้นอกเสียจากต้องเอา “คลาวด์” มาใช้แล้วหละ ปัญหาคือ เอามาใช้กับอะไรหละ? นอกจากแค่ได้ลองใช้อะไร “ใหม่-ใหม่” อีกทั้งการที่จะนำแอปพลิเคชันมากมายร้อยแปดที่พัฒนาไว้ตั้งแต่เนิ่นนานมาแล้วเหล่านั้นไปไว้บนคลาวด์นะหรือ? แค่คิดก็อาจจะปวดหัวกันแล้ว

เหตุการณ์เหล่านี้ คงไม่ได้เกิดขึ้นแค่บริษัทใดบริษัทหนึ่ง เพราะจากผลสำรวจของ Commvault แสดงให้เห็นว่า กว่า 81% ของบริษัทไอทีชั้นนำ มีความกลัวที่จะไม่ได้นำระบบคลาวด์มาใช้งาน ด้วยปัญหาและคำถามข้างต้น จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกเลยที่ทุกคนอยากจะกระโดดเข้าไปในเทคโนโลยีคลาวด์เสียเดี๋ยวบัดนั้น

แต่ว่าแค่การนำคลาวด์มาใช้แบบดื้อ ๆ นั้นก็คงจะง่ายเกินไปสำหรับการแก้ปัญหาระดับองค์กรแบบนี้

จากผลสำรวจของ formtek ในปี 2014 กล่าวว่า กว่า 33% ถึง 65% ในการทำโปรเจคทางด้านไอที ต่างๆบน Public Cloud นั้นประสบกับความล้มเหลว ด้วยสาเหตุหลัก ๆ คือ การเข้าถึงที่ยาก ปัญหาทางด้านเทคนิค ความไม่ชัดเจนทางด้านราคา และ ค่าดำเนินการที่แพง

และแน่นอนว่า การทำ Private Cloud เองนั้นเส้นทางก็ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยขวากหนามอยู่ไม่น้อย เพราะผลสำรวจของ Gartner ในปี 2015 ก็บอกไว้ว่ากว่า 95%  ของ Private Cloud มีปัญหาเหมือนกัน

33%

Public Cloud ที่ไม่ได้ผลตามหวัง

95%

Private Cloud ที่พบกับปัญหา

ซึ่งจากรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ จากผลสำรวจเหล่านั้นแล้วเราก็จะสามารถสรุปปัจจัยที่ทำให้เกิดความล้มเหลว
เหล่านั้นได้ หลัก ๆ 3 ข้อดังนี้

มีปริมาณข้อมูลจำนวนมากในการย้ายขึ้นคลาวด์0%
ยังขาดพนักงานที่มีทักษะในการทำการย้ายข้อมูลขึ้นคลาวด์0%
มีนโยบายของบริษัทด้านความลับของข้อมูล เป็นตัวกั้นระหว่าง cloud กับ on-premise0%

แน่นอนว่า การที่ยกสถิติจากอดีตมานั้นไม่ใช่เราจะยังตอกย้ำกับความผิดพลาดแต่อย่างใด เราเรียนรู้จากอดีต เพื่อเฟ้นหาวิธีการต่าง ๆ นานา มาช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้
ซึ่งปัจจุบัน หลาย ๆ บริษัทได้เริ่มใช้คลาวด์กันแล้ว แล้วอะไรจะทำให้การใช้งานคลาวด์กับโปรเจคไอทีต่าง ๆ นั้น เป็นไปอย่างราบรื่น?

รู้จักกับ DevOps

DevOps คือแนวคิดของการพัฒนาซอฟต์แวร์และวิธีการปล่อยแอปพลิเคชัน ที่ใช้วิธีการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการระหว่างฝั่ง Develop (Dev) และ Operations (Ops) ไว้ด้วยกัน โดยมีเป้าหมายคือ การปล่อยแอปพลิเคชันได้รวดเร็ว โดยมีความถี่ที่เพิ่มขึ้นและมีอัตราความผิดพลาดที่ต่ำลง

Hybrid Cloud and DevOps

อีกหนึ่งการพัฒนาของเทคโนโลยีคลาวด์ที่จะมาช่วยอุดรอยต่อระหว่าง Public Cloud และ Private Cloud ที่มักจะเป็นปัญหาให้หนักใจบ่อย ๆ ในหลายบริษัทคือ Hybrid Cloud ที่เราเคยพูดถึงกันไปแล้วหลายครั้งในบทความก่อน ๆ

ซึ่งการผสมผสานทั้งสองรูปแบบของคลาวด์นี้จะช่วยการพัฒนาโครงการต่าง ๆ หรือแอปพลิเคชันนั้นเหล่านั้นอิสระจากกรอบเดิม ๆ ที่จะต้องนั่งกันอยู่ที่บริษัท ใช้เซิร์ฟเวอร์ได้แค่ในบริษัทเท่านั้น หรือเลวร้ายที่สุดคือยังจำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัทในการทดสอบแอปพลิเคชันเหล่านั้น ซึ่งการให้อิสระกับนักพัฒนาจะทำให้การทำโครงการหรือการพัฒนาแอปพลิเคชันนั้น เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ถึงอย่างนั้น ความเร็วก็ยังเป็นข้อจำกัดของการพัฒนาอยู่ดี ในไซเคิลของการพัฒนานั้น จะมีกำแพงของฝั่งพัฒนาและฝั่งปฏิบัติการ ที่บางครั้งการที่ฝั่งพัฒนาจัดการเขียนโค้ดได้ตามที่ออกแบบไว้แล้วก็จริง

ทำให้การส่งต่อมาที่ฝั่งดำเนินการก็อาจจะเกิดอาการ งง ๆ หน่อยว่าจะทำยังไงกับเจ้าโค้ดเหล่านั้นดีหว่า ลำบากไปนั่งอ่านเอกสาร Requirement ให้วุ่นวายอีก หรือเวลาโค้ดมีปัญหา ก็ต้องทำการโยนไปโยนมาระหว่าง 2 แผนกนี้ ทำให้เวลาการปล่อยแอปพลิเคชันยืดเยื้อออกไปอีก

รูปภาพจาก Microsoft

จะดีกว่าไหม ถ้าทั้งสองทีมนั้นทำงานร่วมกันในพื้นที่ ๆ ทุกคนในทีมสามารถเข้าถึงได้จากทั้งบนคลาวด์และ On-premise พร้อมทั้งสามารถเขาใจกันได้ในระดับของการออกแบบและการ Coding ของแอปพลิเคชันนั้น ๆ ?

นั่นคือที่มาของเครื่องมืออย่าง Azure Stack ที่จะช่วยทำลายกำแพงที่กั้นไว้ระหว่าง 2 แผนกนี้ลง และช่วยส่งเสริมความเป็น DevOps ได้อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการทำให้การ Development, Test, และ Production Code นั้นอยู่รวมกันใน Environment เดียวกัน ทรัพยากรเดียวกัน

รูปภาพจาก Microsoft

รายงานประจำปี 2016 ของ puppet ที่รวบรวมข้อมูลการพัฒนาของเหล่าบริษัท IT ต่างๆที่ได้นำแนวคิด DevOps ไปใช้เป็นปีที่ 5 กว่า 25,000 บริษัท

ซึ่งจากรายงานจะเห็นได้ว่า ทีม High-Performance จะปล่อยแอปพลิเคชั่นได้ถี่ขึ้น 200 เท่า ลดเวลา Lead Time ลง 255 เท่า ลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดลง 3 เท่า และ การกู้คืนจากความผิดพลาดเร็วขึ้น 24 เท่า

ดังนั้นในยุคที่กำแพงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกำแพงทางด้านเทคโนโลยีอย่าง ความไม่เข้ากันของ Private Cloud และ Public Cloud กำแพงของมนุษย์อย่าง ทีม Dev และ ทีม Ops เริ่มถูกทำให้หายไปด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ที่เข้าใจความต้องการของทั้งตัวบริษัทและลูกค้า จะทำให้เราเข้าสู่เป้าหมายในการพัฒนาแอปพลิเคชันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างแน่นอน

Learn More


Top
ปิดโหมดสีเทา