Big Data กุญแจสำคัญช่วยต่อต้านก่อการร้าย

Big Data กุญแจสำคัญช่วยต่อต้านก่อการร้าย

ภัยคุกคามบนโลกของเรามีหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นภัยจากธรรมชาติหรือภัยจากมนุษย์ด้วยกันเองในหลายปีมานี้อัตราการเกิดก่อการร้ายมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงเป็นเหตุให้ทุกคนล้วนหันมาให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือหรือป้องกันเหตุร้าย

เราควรเตรียมรับมือกันอย่างไร?

กระทรวงความมั่นคงของหลายประเทศได้มีการนำเอา Big Data ไปใช้งานได้ด้านความปลอดภัยกันมากขึ้น โดยการใช้ Big Data ศึกษาเหตุจูงใจของการก่อการร้าย ศึกษาเครือข่ายของกลุ่มก่อการร้ายหรือจนไปถึงมีใครอยู่เบื้องหลังหรือสนับสุนกลุ่มก่อการร้ายนั้นอยู่ ซึ่งการจัดการต่างๆนั้นล้วนเกิดจากการนำ Big Data มาจัดการกับข้อมูลต่างๆ

Milirary

รูปประกอบจาก : pexels.com

ในระดับใหญ่ๆอย่างกองทัพสหรัฐได้มีวิธีการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้าย โดยมีการรวบรวมข้อมูลจากการใช้ “โดรน” หรือยานภาหนะไร้คนขับ สำรวจพื้นที่ที่มีแนวโน้มการเกิดเหตุร่วมกับข้อมูลอื่นๆ ที่ได้จากหลายๆ แหล่งที่มาและใช้ระบบ “Dfuse” ที่เป็นฐานข้อมูลที่ทางรัฐบาลใช้วิเคราะห์และแบ่งปันข้อมูลกันระหว่างประเทศ ด้วยวิธีการนี้จะสร้างความเชื่อมโยงและระบุสถานที่ ที่จะเกิดการก่อการร้ายได้ เช่น การระบาดของโรค เพราะกลุ่มก่อการร้ายส่วนมากต่อต้านการฉีดวัคซีนซึ่งจะทำให้เกิดการระบาดในพื้นที่หนึ่ง นำไปสู่การวิเคราะห์ว่าอาจมีกลุ่มก่อการร้ายอยู่บริเวณนั้น

police

รูปประกอบจาก :unsplash.com

จนไปถึงระดับท้องถิ่นอย่าง กรมตำรวจในหลายประเทศได้เริ่มวิเคราะห์ข้อความและ Twitter ร่วมกับใช้ข้อมูลสามประเภท ได้แก่ ประเภทของอาชญากรรม สถานที่ และเวลาในการเกิดอาชญากรรม นำมาให้ Software ที่ใช้อัลกอริทึม “Predictive Policing” วิเคราะห์ความน่าจะเป็นที่จะเกิดอาชญากรรมได้ ซึ่งทำให้ทางกรมตำรวจสามารถตัดสินใจการออกมาตราการป้องกันได้เหมาะสมและทันท่วงที

จะเห็นได้ว่าหลายที่นั้นมีเริ่มมีการจัดการกับข้อมูลที่มีอยู่มากมายทั้งใน Social Media และเหตุการณ์รอบ ๆ ตัว ให้มีความสามารถในการยับยั้ง ป้องกัน และหลีกเลี่ยง ปัจจัยต่างๆ ที่เป็นเหตุให้เกิดภัยคุคามกับชีวิตของเราได้ โดยเราหวังว่า Big Data จะพัฒนาให้มีความสามารถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อความแม่นยำในการวิเคราะห์ที่มากขึ้น และเพื่อโลกที่สงบสุขยิ่งขึ้น


Top