เทคนิคการ Convert ผู้เข้าชมเว็บไซต์ด้วย Strong Call To Action

เทคนิคการ Convert ผู้เข้าชมเว็บไซต์ด้วย Strong Call To Action

ปัจจัยสำคัญในการเชิญชวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้กรอกแบบฟอร์ม คือการมีสิ่งที่นักการตลาดเรียกว่า “Strong Call to Action”

Call to Action คือสิ่งที่กระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายทำสิ่งในที่แบรนด์ต้องการ เช่นไอคอนหรือฟอร์มที่ใช้กรอกข้อมูลเพื่อให้สมัครสมาชิกหรือซื้อของ เป็นต้น

ซึ่งการลงมือทำของผู้เข้าชมเว็บไซต์เรียกว่า Conversion โดยที่ 1 การกระทำนับเป็น 1 Conversion และ Conversion Rate คือเปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่ลงมือทำต่อจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ทั้งหมด

Strong Call to Action คือข้อเสนอที่ชัดเจน เข้าใจง่าย และดึงดูด ซึ่งสามารถเชิญชวนให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์สนใจที่จะให้ข้อมูลการติดต่อของเขาเพื่อที่จะได้รับข้อเสนอจากเว็บไซต์ ทั้งนี้การมีแบบฟอร์ม “ติดต่อเรา” บนเว็บไซต์อาจไม่ใช่ Call to Action ที่น่าสนใจพอสำหรับผู้เข้าชม หากไม่ได้มีการให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับประโยชน์ที่จะได้รับ

ค่าเฉลี่ยของ Conversion Rate ทั่วไปอยู่ที่ 1% โดยเคล็ดลับ 3 ข้อในการผลิต Strong Call to Action ที่มีแนวโน้มที่จะเพิ่ม Conversion Rate ให้ถึง 4-5% มีดังนี้

1. เขียนให้กระชับและเข้าใจง่าย

ผู้เข้าชมมักจะไม่ใช้เวลานานในการอ่านเว็บไซต์ จึงทำให้ Call to Action ที่เข้าใจยากมักจะได้รับการตอบสนองน้อยลง

ดังนั้น การเขียน Call to Action จึงควรใช้คำที่กระชับพร้อมให้ข้อเสนอที่ชัดเจน โดยหลีกเลี่ยงเงื่อนไขหรือกติกาที่ซับซ้อนจนเกินไป และไม่ควรมีหลายหน้า เนื่องจากแบบฟอร์มที่ซับซ้อนหรือใช้เวลานานย่อมมีคนกรอกน้อยลง

2. แสดงให้ชัดเจน

แสดง Call to Action ในตำแหน่งที่ชัดเจน แทนที่จะใส่ไว้บริเวณด้านล่างสุดของเว็บไซต์ที่ผู้ชมอาจเลื่อนหน้าจอลงไปไม่ถึง ในเมื่อผู้เข้าชมเว็บไซต์บางคนมักมองหา Call to Action อยู่แล้ว Call to Action ที่ชัดเจนจึงสามารถเข้าถึงผู้เข้าชมกลุ่มนี้ได้มากขึ้น

3. สร้างให้มีคุณค่า

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำให้ข้อเสนอของแบรนด์มีคุณค่าและตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย หนึ่งในวิธีคือการให้ของขวัญเช่น USB หรือ iPod แต่วิธีที่ดีกว่าคือการให้ข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับกลุ่มเป้าหมายเพื่อที่จะเพิ่มโอกาสที่จะได้รับ Conversion จากกลุ่มเป้าหมายโดยตรง

โดยทั่วไปแบรนด์สามารถนำทรัพยากรที่มีอยู่แล้วมาเรียบเรียงใหม่เพื่อสร้างคุณค่าได้ ยกตัวอย่างเช่น บริษัทที่ปรึกษาขนาดเล็กแห่งหนึ่งทำงานร่วมกับบริษัทต่างๆ เพื่อพัฒนาระบบการบริหารและการปฏิบัติพฤติกรรมองค์การเพื่อลดอัตราการลาออก และต้องการให้ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่เข้าชมเว็บไซต์กรอกข้อมูลการติดต่อ เพื่อที่จะขายการบริการให้คำปรึกษา โดยที่เอกสารที่บริษัทที่ปรึกษาแห่งนี้เคยจัดทำประกอบด้วย ไฟล์ PDF 2 หน้าที่อธิบายเกี่ยวกับบริการของบริษัท ไฟล์ PDF ของตัวอย่างกรณีศึกษาต่างๆ ที่บริษัทได้ช่วยให้ลูกค้าประสบความสำเร็จในการลดอัตราการลาออกของพนักงาน บทความสั้นๆ ที่เคยผลิตให้ลูกค้าเกี่ยวกับ 10 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดหรือ 5 วิธีที่ดีที่สุดในการลดอัตราการลาออก และบทความที่เคยเขียนให้กับนิตยสารอุตสาหกรรม ทางบริษัทสามารถนำเอกสารและบทความเหล่านี้มารวมกันเป็น “คู่มือผู้เชี่ยวชาญฟรีสำหรับการลดอัตราการลาออกของพนักงาน” เพื่อให้ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลสนใจกรอกฟอร์มเพื่อรับคู่มือ

ข้อดีของการคู่มืออิเล็กทรอนิกส์คือความพึงพอใจของผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่สามารถดาวน์โหลดได้ทันที และเมื่อแบรนด์มีเนื้อหามากขึ้นก็สามารถสร้างผลิต Content ในหลายรูปแบบการให้ข้อมูลให้ผู้กรอกฟอร์มดาวน์โหลด เพื่อดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจ

 

อ้างอิงข้อมูลจาก: https://blog.hubspot.com/blog/tabid/6307/bid/1369/expert-tips-on-converting-website-visitors-strong-call-to-action-required.aspx

ทั้งนี้ หากคุณสนใจข้อมูลเพิ่มเติมและการบริการด้าน Digital Marketing ไม่ว่าจะเป็น Owned Media, Paid Media หรือ Earned Media ในช่องทางและรูปแบบต่างๆ รวมทั้ง Email Marketing, Social Media Management, Website Content and Design, Search Engine Optimization และ/หรือ Google Ads

G-ABLE พร้อมให้บริการและคำปรึกษาให้ทุกธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่ยุคดิจิทัล
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Contact G-Able

02-781-9333 หรือ
inquiry@g-able.com



Top