CTR ยังมีประโยชน์อยู่ไหม ทำไมนักการตลาดจึงหันมาสนใจ CTOR ของอีเมลมากกว่า

CTR ยังมีประโยชน์อยู่ไหม ทำไมนักการตลาดจึงหันมาสนใจ CTOR ของอีเมลมากกว่า

ตั้งแต่ช่วงปี 1990-2000 การตลาดผ่านอีเมล (Email Marketing) ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก นักการตลาดอีเมล (Email Marketers) มักจะวัดประสิทธิภาพของ Email Marketing ในสอง Metrics หลักคือ (1) อัตราการเปิด (Open Rate) และ (2) อัตราการคลิกผ่าน (Click-Through-Rate)

Open Rate คือเปอร์เซ็นต์ (%) ของผู้รับ (Recipients) ที่เปิดอีเมล ซึ่งแสดงถึงประสิทธิภาพของหัวข้ออีเมล (Subject Line)

ในขณะที่ Click-Through-Rate (CTR) คือเปอร์เซ็นต์ของผู้รับอีเมลที่คลิกเข้าไปที่เว็บไซต์ผ่านลิงก์ในอีเมล โดยที่ไม่คำนึกถึงจำนวนผู้รับที่เปิดอีเมล

เช่นหากคุณส่งอีเมลไปหาผู้รับ 100 คน และมีคลิกที่ลิงก์ 5 ครั้ง CTR จะแสดงผลเป็น 5% ไม่ว่าจะมีผู้รับกี่คนที่เปิดอีเมลจากจำนวนผู้รับ 100 คน

จะเห็นว่า Open Rate ที่ต่ำจะทำให้ Click-Through-Rate น้อยลงด้วย ถึงแม้ว่าผู้รับส่วนใหญ่ที่เปิดอีเมลจะคลิกเข้าไปที่เว็บไซต์ หลักการนี้แสดงให้เห็นว่า Click-Through-Rate อาจไม่ใช่ Metrics ที่ดีที่สุดสำหรับการวัดผล Engagement ของ Email Marketing

วันนี้เราจึงมานำเสนอ Metric ที่จะช่วยให้คุณวัดผล Engagement ที่แท้จริงของ Email Marketing Campaign ได้อย่างแม่นยำขึ้น เรียกว่าอัตราการคลิกเพื่อเปิด (Click-To-Open Rate) หรือ CTOR

Click-To-Open Rate (CTOR) คือเปอร์เซ็นต์ของผู้รับอีเมลที่ไม่ซ้ำ (Unique Recipients) ที่เปิดอีเมลและคลิกเข้าไปที่เว็บไซต์ลิงก์ในอีเมล ดังนั้น Email Marketers จึงนิยมใช้ CTOR เพื่อการวัดผล Engagement เนื่องจาก Metric นี้วัดผลจากผู้รับที่เปิดและอ่านอีเมลเท่านั้น

ทีม Email Marketing ที่ Hubspot ก็ใช้ CTOR เพื่อการวัดผล Engagement เช่นกัน

Ari Echt-Wilson หัวหน้าฝ่ายทดลองของทีม Global Messaging Team ของ HubSpot กล่าวว่า CTOR ช่วยให้เราสามารถวัดประสิทธิภาพของข้อความและ Call-to-Actions (CTAs) ในอีเมลที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้รับอีเมลของเรา ในขณะเดียวกันการที่ผู้รับที่เห็นข้อความในอีเมลของเราเป็นคนเดียวกับคนที่เปิดอีเมล จึงสมเหตุสมผลที่จะวัดจำนวนคลิกของผู้รับที่เปิดอีเมล

นอกจากการวิเคราะห์ของ Ari ว่า CTOR เป็น Metric ที่ดีที่สุดในการวัดประสิทธิภาพของแคมเปญ Email Marketing แล้ว CTOR ยังสามารถให้ข้อมูลเชิงลึก (Insights) เกี่ยวกับการพัฒนาแคมเปญ Email Marketing ได้อีกด้วย อย่างที่ Tova Miller ผู้จัดการฝ่ายการตลาดเพื่อสร้างอุปสงค์ (Demand Generation Marketing Manager) ของ HubSpot กล่าวว่า ถ้าอีเมลไม่ได้รับการเปิด ก็ยากที่จะคิดวิธีปรับกลยุทธ์เพื่อเพื่ม Engagement

อย่างไรก็ตาม CTR ยังคงมีประโยชน์สำหรับการวัดภาพรวมของประสิทธิภาพของอีเมล Jordan Pritikin ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดอัตโนมัติ (Senior Nuturing & Automation Marketing Manager) ของ HubSpot อธิบายว่า เขาใช้ CTR ในการทำความเข้าใจประสิทธิภาพโดยรวมของอีเมลในระดับสูง เนื่องจาก CTR สามารถแสดงถึงประสิทธิภาพของการส่งอีเมล (Deliverability), หัวข้อ (Subject Line) และเนื้อหา (Content) ของอีเมล

ถึงแม้ว่า Email Marketing จะเป็นช่องทางการตลาดยุคดิจิทัลที่เก่าที่สุดและเป็นที่ยอมรับมากที่สุด แต่ก็ยังมีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอไปพร้อมๆกับการตลาดช่องทางอื่นๆ เช่นเดียวกับการพัฒนาวิธีการวัดผลประสิทธิภาพจากเดิมที่นิยมใช้ Click-Through-Rate (CTR) เปลี่ยนมาเป็น Click-To-Open Rate (CTOR) เพื่อวัดผล Engagement ของกลุ่มผู้ใช้ที่เปิดและคลิกเว็บไซต์ลิงก์จากอีเมลโดยเฉพาะ

อ้างอิงข้อมูลจาก: https://blog.hubspot.com/marketing/ctor-vs-ctr

ทั้งนี้ หากคุณสนใจข้อมูลเพิ่มเติมและการบริการด้าน Digital Marketing ไม่ว่าจะเป็น Owned Media, Paid Media หรือ Earned Media ในช่องทางและรูปแบบต่างๆ รวมทั้ง Email Marketing, Social Media Management, Website Content and Design, Search Engine Optimization และ/หรือ Google Ads

G-ABLE พร้อมให้บริการและคำปรึกษาให้ทุกธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่ยุคดิจิทัล
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Contact G-Able

02-781-9333 หรือ
inquiry@g-able.com



Top