Digital Transformation Trends 2021 ที่ถูกคาดการณ์โดย Forbes ว่าจะเกิดขึ้นในปี 2021

Digital Transformation Trends 2021 ที่ถูกคาดการณ์โดย Forbes ว่าจะเกิดขึ้นในปี 2021

Digital Transformation Trends 2021

ในปี 2020 เป็นปีที่เทคโนโลยีมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เช่น E-commerce หรือ Conference call ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงการเกิดการระบาดของ COVID-19 ที่ผ่านมา

สำหรับ ปี 2021 นั้นเทคโนโลยีจากปีที่ผ่านมาจะยังมีความสำคัญหรือได้รับความนิยมอยู่หรือไม่? Collaboration technology และ Big Data Analytic จะถูกพัฒนาไปในทิศทางใด? หรือจะมีการค้นพบเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ตอบสนองต่อผู้บริโภคได้ วันนี้ G-Able จึงขอเสนอ 10 Digital Transformation Trends 2021 ที่ถูกคาดการณ์โดย Forbes ว่าจะเกิดขึ้นในปี 2021 ที่คุณจำเป็นต้องรู้เพื่อเตรียมตัวก้าวให้ทันกับยุคดิจิทัลที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

1. เทคโนโลยี 5G

ผู้บริโภคได้ยินเรื่องประโยชน์ของ 5G มานานหลายปี แต่ยังไม่เกิดขึ้นจริงสักที จนกระทั่งในปี 2020 การทำงานแบบ Remote working และการประชุมระยะไกล กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิต ทำให้คนต้องการการเชื่อมต่อที่เชื่อถือได้ ซึ่งคนส่วนใหญ่ยังคงต้องการทำงานหรือเรียนจากที่บ้านอยู่ เทคโนโลยี 5G ที่สามารถตอบโจทย์พฤติกรรมนี้ได้ จึงยิ่งได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นในปี 2021

2. Customer Data Platform

Customer Data Platform หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า CDP ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา data ที่กระจัดกระจายเป็นเรื่องยากที่จะบริหารจัดการ ทำให้หลายบริษัทไม่สามารถตอบสนองได้ทันท่วงที และสิ่งที่ IBM เรียกว่า Bad Data ทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกาต้องเสียค่าใช้จ่ายกว่า 3 ล้านล้านเหรียญต่อปี

CDPs เข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ โดยการรวบรวมข้อมูลจากหลากหลายแหล่งที่มา จัดระเบียบ แยกหมวดหมู่ ทำให้ทุกคนที่ต้องการเข้าถึงสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย และช่วยให้บริหารข้อมูลลูกค้าได้แบบ 360 องศา

Data นั้นเพิ่มขึ้นทุกวันและดูไม่มีท่าทีจะหยุดในเร็ว ๆ นี้ ทำให้ CDPs จะกลายเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากยิ่งขึ้นในปีหน้าอย่างแน่นอน

3. Hybrid Cloud

ภาคธุรกิจหลายแห่งที่กำลังมุ่งหน้าไปยังการวางโครงสร้างของ Hybrid Cloud (การผสมผสานกันอย่างลงตัวของการทำ Public และ Private cloud) ซึ่งได้ขยายขอบเขตจาก IT แบบดั้งเดิม เป็นการตอบโจทย์การใช้งานในวงการต่าง ๆ อย่างหลากหลาย

Hybrid Cloud จะช่วยให้สามารถทำงานอย่างไร้รอยต่อได้มากยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายในการที่จะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ ’ทุกที่ทุกเวลา’

การเกิดการระบาดของ Covid-19 ช่วยเน้นย้ำเรื่องการทำระบบโครงสร้าง cloud ให้มีความรวดเร็วและยืดหยุ่นมากที่สุด เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วเมื่อเจอความไม่แน่นอนดังเช่นในปี 2020

4. Cybersecurity

ความมั่นคงปลอดทางภัยไซเบอร์เริ่มถูกพูดถึงน้อยลงในช่วงปีที่ผ่านมา แต่เนื่องจากเหตุการณ์ COVID-19 ทำให้ Cybersecurity กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง เนื่องจากเหล่า Hackers ใช้โอกาสนี้ในการโจมตีธุรกิจต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องจากฐานข้อมูลทั่วโลก

ในเดือนมกราคมถึงเมษายน 2020 การโจมตีข้อมูลธนาคารเพิ่มสูงถึง 238% และการโจมตีผ่านระบบคลาวด์เพิ่มสูงถึง 600%

การที่คนเริ่มทำงานที่ออฟฟิศน้อยลง และทำงานที่บ้านมากขึ้น ทำให้องค์กรต่าง ๆ ต้องกลับมายกระดับกลยุทธ์ด้าน Cybersecurity เพื่อรองรับอุปกรณ์และเครือข่ายในการ Work from home

นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ผลิต Software, Hardware และ Cloud เพิ่มความพยายามในการทำให้สินค้าและบริการ มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเพื่อการรับมือกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

5. Confidential Computing

หัวใจหลักของ Confidential Computing คือ การเข้ารหัสกระบวนการคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ไม่ใช่แค่ Data โดยการสร้างความมั่นคงอีกชั้นให้กับข้อมูลที่มีความสำคัญ

บริษัทยักษ์ใหญ่ เช่น Microsoft, IBM, Alibaba, VMware ต่างช่วยกันพัฒนาวิธีการและหาหนทางในการสร้าง The Confidential Computing Consortium ซึ่งน่าจะได้เห็น Confidential Computing กลายเป็นกระแสหลักในโลกธุรกิจในปี 2021

6. Headless Tech

“Headless Tech” คือการที่ธุรกิจสามารถแยกการทำงานของ Front-End (โปรแกรมหน้าบ้าน เช่น เว็ปไซต์ แอปพลิแคชั่น) กับ Back-End (โปรแกรมหลังบ้าน เช่น ฐานข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน) ทำให้สามารถสร้างประสบการณ์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ผู้ประกอบการจึงหันมาทำการค้าขายในรูปแบบนี้มากยิ่งขึ้น

โดยการเปลี่ยนจากประสบการณ์แบบ Omnichannel ไปสู่การเชื่อมต่อทุกอย่างตั้งแต่ โกดัง ไปถึง หน้าร้าน ไปจนถึงการให้บริการทางออนไลน์

บริษัทต่าง ๆ ได้สร้างประสบการณ์ในการชอปปิงไปยังช่องทางใหม่ ๆ เช่น ลำโพงอัจฉริยะ หรือ สื่อประชาสัมพันธ์ทางจอภาพรูปแบบใหม่ ทำให้ Developer ในฝั่งผู้ขายมีอิสระในการสร้างประสบการณ์การซื้อรูปแบบที่สร้างสรรค์ผ่านช่องทางใหม่ ๆ มากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกัน

7. Smart Work from Home

ถึงแม้ว่าในช่วงหลัง พนักงานสามารถเริ่มกลับไปทำงานได้แล้ว แต่หลาย ๆ บริษัทยังคงมีนโยบาย Work from home ให้กับพนักงานอยู่ ทำให้เกิดการพัฒนาและใช้งานเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับ Smart work from home เช่น Zoom, Webex หรือ Microsoft Teams ซึ่งส่งผลทำให้ยอดขายคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือการเชื่อมต่อต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้เราอาจจะได้เห็นการอพยพของประชากร เนื่องจากคนสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ จึงมีแนวโน้มที่คนจะย้ายจากเมืองหลวง ไปสู่พื้นที่ที่ค่าครองชีพถูกกว่า

ซึ่งส่งผลให้เกิดการลงทุนด้านเครือข่ายและการเชื่อมต่อในพื้นที่ชนบทมากยิ่งขึ้น จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้นด้วยค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินการที่ถูกลง หลาย ๆ บริษัทจึงอาจจะยังไม่กลับไปใช้วิธีการเดิม ๆ ในเร็ว ๆ นี้ หรืออาจจะตลอดไป

8. เทคโนโลยี AI

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ภายในชั่วข้ามคืนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ต้องมาทำงานร่วมกันในการหาทางออกเพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ทำให้ Data, AI, Machine Learning เป็นเครื่องมือที่ถูกนำมาใช้มากยิ่งขึ้นในทุกภาคส่วน

ในขณะที่หลายคนอาจจะรู้สึกว่า AI คือเทรนด์แห่งอนาคต ในความจริงแล้ว AI นั้นอยู่ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว สังเกตจากสิ่งที่เราเห็นบน Social media หรือการที่ Netflix สามารถแนะนำภาพยนตร์ที่เหมาะกับเรา ล้วนเกิดจาก AI ทั้งสิ้น

ในอนาคต AI จะมีผลต่อการซื้อ การบริโภค การจ้างงาน และความบันเทิง โดยได้รับอิทธิพลจากข้อมูลจำนวนมหาศาล และความสามารถของเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนี้ ซึ่งไม่ต้องสงสัยว่า AI จะเติบโตในอนาคตอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าปัจจุบัน ท้ายที่สุดแล้ว AI จะต้องถูกเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าจะถูกใช้เพื่อจุดประสงค์ในเชิงบวกเท่านั้น

9. Device Form Factors

ผู้บริโภคต้องการอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักเบาลง ขนาดเล็กลง และสามารถเชื่อมต่อได้ดีกว่าเดิม แต่ก็ยังต้องใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย แทนที่จะถืออุปกรณ์หลาย ๆ เครื่อง ผู้ใช้งานต้องการอุปกรณ์แบบไฮบริดมากขึ้น ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามวัตุประสงค์ในการใช้งาน

ในปี 2021 เราจะได้เห็นการกลับมาของโทรศัพท์พับได้อีกครั้ง หากสามารถให้คุณภาพและการเชื่อมต่อได้ดีเท่า ๆ กับโทรศัพท์รูปแบบปัจจุบัน

ไอเดียหลักของโทรศัพท์พับได้คือ สามารถขยายเป็นแท็บแล็ตได้เมื่อต้องการจอที่ใหญ่ขึ้น และสามารถพับกลับเป็นโทรศัพท์ได้เมื่อต้องการใช้งานแบบปกติ เช่น Microsoft Surface Duo หรือ Samsung Galaxy Fold 2 ในปี 2021 จะมีอุปกรณ์ลักษณะนี้ออกมาให้เราได้เห็นมากขึ้นอีกแน่นอน

10. Quantum Computing

เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์รูปแบบใหม่ที่อาศัยปรากฏการณ์เชิงควอนตัมในการช่วยประมวลผลข้อมูล (Quantum Computing) อาจจะยังไม่เป็นที่พูดถึงเท่าไหร่นัก แต่เทคโนโลยีนี้กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการที่ Quantum computing สามารถประมวลผลที่เร็วกว่าคอมพิวเตอร์โดยทั่วไปอย่างมหาศาล ลองนึกภาพตามง่าย ๆ ว่าคอมพิวเตอร์แบบคลาสสิคจะแทนค่าข้อมูลด้วย Bit ที่ประกอบด้วยค่า 1 หรือ 0 ทีละตัว

แต่คอมพิวเตอร์เชิงควอนตัมจะใช้คุณสมบัติของคิวบิตที่สามารถประมวลผลค่า 1 และ 0 ได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งคิวบิตที่ว่านี้สามารถมีค่าได้ทั้งสองสถานะพร้อม ๆ กัน เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้ในการจัดการการแพร่ระบาดของ COVID-19 เช่นเดียวกับการพัฒนาวัคซีน ในอนาคตคาดการณ์ว่าเราจะได้เห็นกรณีศึกษาในหลากหลายอุตสาหกรรมในอนาคต เนื่องจากผู้คนเริ่มตระหนักถึงความสามารถอันทรงพลังของ Quantum Computing มากขึ้น

ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก Forbes (https://bit.ly/3kKGhlm)

ยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า
และเพิ่มยอดขายให้คุณไปพร้อมกันได้ตั้งแต่วันนี้



Top