Blockchain เปลี่ยนโลกธุรกิจ พลิกโฉมธุรกรรมการเงิน- บริการแห่งอนาคต

Blockchain เปลี่ยนโลกธุรกิจ พลิกโฉมธุรกรรมการเงิน- บริการแห่งอนาคต

Blockchain นวัตกรรมล้ำยุค นำทางสู่การเปลี่ยนแปลงด้านบริการให้ ง่าย-สะดวก-รวดเร็ว-ต้นทุนต่ำบนความปลอดภัย

ซึ่งเราสามารถเชื่อมั่นได้ด้วยการตัดตอนคนกลางและใช้เทคโนโลยีเข้าทดแทนในยุคแห่งการทำธุรกรรมการเงิน อาทิ การใช้ Mobile Banking กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของใครหลายคน ความสะดวก ปลอดภัย มั่นใจ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อไปในอนาคต แต่จะเป็นอย่างไรหากวันหนึ่งผู้คนส่วนใหญ่จะสามารถเชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนในแบบออนไลน์ได้จากทั่วโลกในแบบบุคคลต่อบุคคล (Peer to Peer) โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยคนกลาง Centralized Network แม้บุคคลจะไม่รู้จักกันมาก่อนก็สามารถเชื่อมต่อถึงกันผ่านเครือข่ายร่วมกันได้อย่างอิสระในรูปแบบ Decentralized Network หรือเรียกว่าเทคโนโลยี Blockchain ที่กำลังเป็นกระแสโด่งดังและถูกจับตามองอยู่ในขณะนี้

Blockchain จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงและมีผลกระทบในส่วนใดของชีวิตประจำวัน

โอกาสนี้เราได้รับเกียรติจาก ดร.ภูมิ ภูมิรัตน ที่ปรึกษาอาวุโส กลุ่มธุรกิจ G-Security กลุ่มบริษัท G-ABLE มาถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับกลไกสำคัญของเทคโนโลยี Blockchain ที่จะเข้ามาพลิกโฉมโลกของธุรกรรมออนไลน์ในอนาคต รวมทั้งสร้างความเข้าใจเทคโนโลยีดังกล่าวและแนวโน้มในการนำ Blockchain ไปประยุกต์ใช้ขององค์กรต่างๆ นอกจากนี้ยังได้เห็นภาพรวมของเทคโนโลยีที่มีผลกับชีวิตประจำวันต่อการทำธุรกรรมและการเปลี่ยนแปลงด้านบริการของสถาบันการเงิน อีกทั้งไขคำถามสำคัญในด้านความปลอดภัยและความไว้วางใจได้มากน้อยเพียงใดสำหรับเทคโนโลยี Blockchain

แนวคิดที่ถือเป็นจุดกำเนิด Blockchain และความสำคัญของเทคโนโลยีมาจากการเปลี่ยนแปลงในตลาดด้านการเงินของโลก โดยในช่วงปี 2008 ได้มีผู้ที่นำเอาระบบแลกเปลี่ยนเงินบนโลกออนไลน์ที่เรียกว่า Bitcoin มาใช้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนเชื่อมั่นในเทคโนโลยีได้โดยไม่ต้องเชื่อมั่นในตัวบุคคล ด้วยการแลกเปลี่ยนเงินออนไลน์ระหว่างผู้ใช้ด้วยกัน ขณะเดียวกันไม่ต้องอาศัยสถาบันการเงินที่มีความน่าเชื่อถือจากคนทั่วไปมาเป็นตัวกลาง

นั่นคือจากเดิมที่ต้องอาศัยสถาบันการเงินเป็นตัวกลางในการโอนเงินออนไลน์ แต่ด้วยรูปแบบของ Bitcoin ทำให้เกิดเป็นการแลกเปลี่ยนกันระหว่างบุคคลต่อบุคคลได้ทันทีโดยมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าการโอนเงินผ่านบัญชีที่มีธนาคารเป็นศูนย์กลาง เรียกง่ายๆ ว่าไม่จำเป็นต้องรู้จักผู้ที่ทำธุรกรรมในเครือข่ายด้วยกัน แต่สามารถเชื่อมั่นได้ด้วยระบบโดยที่ Bitcoin นี้ มีองค์ประกอบสำคัญที่เรียกว่า “Blockchain” อยู่ในกระบวนการดังกล่าวตรวจสอบ กระนั้นจึงทำให้เทคโนโลยี Blockchain ได้รับความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และความถูกต้องสูงจากความสามารถของระบบด้านความเชื่อมั่นและความปลอดภัยที่เกิดขึ้น จึงทำให้ผู้ที่อยู่ในระบบ Blockchain ทำการแลกเปลี่ยนหรือทำสิ่งต่างๆ ร่วมกันได้โดยไม่ต้องผ่านคนกลางที่มีความน่าเชื่อถือ ดังเช่นปัจจุบันสถาบันการเงินทำหน้าที่เป็นคนกลางในการรับจ่ายโอนเงินเพื่อสร้างความเชื่อมั่น เป็นต้น

4 องค์ประกอบขับเคลื่อนความเชื่อมั่น

Blockchain ประกอบด้วย 4 ส่วนหลักสำคัญที่ทำให้ระบบได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ใช้ ได้แก่ กล่องเก็บข้อมูล หรือ Block ทำหน้าที่กระจายไปให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องเก็บเอาไว้ โดยข้อมูลเหล่านั้นไม่สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้ และทุกๆ ครั้งที่มีการทำธุรกรรมใหม่เกิดขึ้นจะมีการสร้างกล่องใหม่ขึ้นมา จากนั้นจึงนำกล่องมาผูกเข้าด้วยกัน หรือที่เรียกว่า Chain โดยการผูกด้วยวิธี Hash Function ซึ่งเปรียบเสมือนลายนิ้วมือของไฟล์ที่ใช้ในการ Verify หรือยืนยันความถูกต้องจากข้อมูลที่แต่ละคนถือเอาไว้ ถือเป็นตัวแทนของข้อมูลต้นฉบับ ซึ่งค่าที่ได้จากการ Hash นี้มีโอกาสที่ซ้ำกันยากมาก จึงเป็นคุณสมบัติที่เชื่อมั่นได้ในการนำมาใช้ยืนยัน (Verify) ข้อมูลที่แต่ละบุคคลถือไว้

องค์ประกอบที่สำคัญอีกประการคือ การตกลงร่วมกัน หรือ Consensus เพื่อกำหนดข้อตกลงที่ต้องเห็นพ้องร่วมกันด้วยอัลกอริทึมต่างๆ แล้วแต่การตกลง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันในเรื่องกฏและเครื่องมือที่ใช้ในเครือข่ายของผู้ใช้ รวมทั้งจะต้องมีขั้นตอนการตรวจสอบหรือ Validation เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นร่วมกัน ซึ่งกระบวนการตรวจสอบต้องเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเมื่อมีการทำธุรกรรมใดๆ เกิดขึ้นจะสร้างกล่องใหม่ขึ้น จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการเชื่อมโยงกล่องนั้นเข้ากับห่วงโซ่เดิมที่ผูกรวมกัน โดยมีการยืนยันตัวเองของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกรรมนั้น ซึ่งข้อมูลธุรกรรมที่สร้างใหม่จะต้องได้รับการเห็นชอบจากผู้ใช้คนอื่นๆ ในห่วงโซ่ผ่านข้อตกลงที่มีร่วมกันก่อนหน้านี้และระบบจะทำการตรวจสอบ กระนั้นจึงทำให้เทคโนโลยี Blockchain ได้รับความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและความถูกต้องสูง

จากความสามารถของระบบด้านความเชื่อมั่นและความปลอดภัยที่เกิดขึ้น จึงทำให้ผู้ที่อย่ใูนระบบ Blockchain ทำการแลกเปลี่ยนหรือทำสิ่งต่างๆ ร่วมกันได้โดยไม่ต้องผ่านคนกลางที่มีความน่าเชื่อถือ ดังเช่นปัจจุบันสถาบันการเงินทำหน้าที่เป็นคนกลางในการรับจ่ายโอนเงินเพื่อสร้างความเชื่อมั่น เป็นต้น

เกิดมิติใหม่…การแลกเปลี่ยนคุณค่าผ่านออนไลน์

นอกจากคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้น Blockchain ยังมีต้นทุนต่ำ เพราะบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีและยังทำให้เกิดการธุรกรรมที่มากกว่าเงิน นั่นคือ “การแลกเปลี่ยนคุณค่าทางอินเทอร์เน็ต” ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดร.ภูมิ ยกตัวอย่างการแลกเปลี่ยนคุณค่าทางอินเทอร์เน็ตจากการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินว่าต่อไปธุรกรรมดังกล่าว จะดำเนินการซื้อขายจ่ายโอนได้บนเครือข่าย โดยอาศัยรากฐานของเทคโนโลยี Blockchain นำมาประยุกต์โดยการโอนความเป็นเจ้าของผ่านระบบสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ในระบบ สิ่งเหล่านี้ทำให้ Blockchain เกิดการแลกเปลี่ยนคุณค่าหรือความเป็นเจ้าของทางอินเทอร์เน็ตได้ด้วยการแปลงข้อมูลต่างๆ มาอยู่ในรูปแบบดิจิทัล ยิ่งกว่านั้น Blockchain ยังสามารถประยุกต์ใช้กับธุรกรรมอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะธุรกิจที่จะต้องมีคนกลางเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะค่อยๆ เกิดขึ้นเรื่อยๆ คล้ายกับยุคที่เกิดอินเทอร์เน็ตที่จะต้องสร้างความเข้าใจให้กับผู้คนบนโลกเพื่อก้าวสู่การใช้งานในโลกไซเบอร์เช่นทุกวันนี้

สถาบันการเงินยังคงจุดแข็งที่แตกต่าง

อย่างไรก็ตามสิ่งที่เป็นผลกระทบต่อสถาบันการเงินในฐานะคนกลางเป็นเพียงส่วนเดียวของธุรกิจสถาบันการงานทั้งหมด โดยสถาบันการเงินยังคงมีจุดแข็งอีกหลายด้าน เช่น ธนาคารจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากให้กับลูกค้า แต่ Blockchain ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยให้กับเงินที่อยู่ในระบบคนทั่วไปยังต้องพึ่งพิงระบบดอกเบี้ยให้เงินงอกเงยในระบบของธนาคารอยู่ดี

ดร. ภูมิ เสริมในมุมมองของทางผู้ให้บริการหรือสถาบันการเงินว่า ถึงแม้ Blockchain จะส่งผลกระทบต่อระบบธนาคารบางส่วนก็ตาม แต่หลายแห่งก็เริ่มมีการเตรียมตัวเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูกค้า อย่างเช่น การโอนเงินต่างธนาคารหรือต่างประเทศ ที่ต้องอาศัยตัวกลางมีค่าบริการและมีขั้นตอนมากมาย แต่เมื่อนำเทคโนโลยี Blockchain มาช่วย ก็ทำให้กระบวนการต่างๆเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากถึงเวลาที่ผู้คนจะสามารถโอนเงินและทำธุรกรรมการเงินผ่านแอปพลิเคชันระหว่างบุคคลต่อบุคคลโดยไม่ต้องผ่านคนกลางที่เชื่อมั่นได้ สถาบันการเงินน่าจะมอง Blockchain เป็นเครื่องมือที่จะนำมาใช้ในการปรับปรุงรูปแบบและสร้างเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้บริการของลูกค้า ถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมากเพราะจะต้องประเมินสถานการณ์ให้ทันเวลาและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้รวดเร็ว

G-ABLE ปักหมุดศึกษา Blockchain หาแนวทางสร้างนวัตกรรม

ในมุมมองของกลุ่มบริษัท G-ABLE เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ G-ABLE มีความมุ่งมั่นในการเรียนรู้ศึกษาและสรรหาแนวทางในการนำมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อลูกค้า คู่ค้าและบริษัท ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีใหม่ต่อกรณีของ Blockchain ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เอื้อประโยชน์หลายรูปแบบ ในระหว่างนี้ G-ABLE อยู่ในช่วงการศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้เชิงธุรกิจ

ในต่างประเทศมีตัวอย่างการใช้งาน Blockchain อยู่มากมาย อาทิ Jack Ma เจ้าของธุรกิจตลาดออนไลน์ของโลกอย่าง Alibaba ที่จะนำ Blockchain มาใช้ในการบริหารเงินในมูลนิธิการกุศลเพื่อให้ข้อมูลมีความโปร่งใส หรือตัวอย่างในสหรัฐอเมริกาใช้ในระบบการเงินออนไลน์ผ่านทาง Bitcoin ที่มีค่าใช้จ่ายน้อยและใช้เวลาสั้นๆ ทำได้ง่ายกว่าระบบศูนย์กลางปกติ ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน จ่ายเงิน รวมถึงการนำมาใช้ในส่วนอื่นๆ เช่น การบริการทางสังคม นำมาใช้ในการเก็บโฉนดที่ดินเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการใช้ยืนยันความเป็นเจ้าของ ตลอดจนการตรวจสอบสถานะตัวบุคคล เช่น ข้อมูลบัตรประชาชน (Digital Identity) ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวอีกต่อไป นอกจากนี้ความน่าสนใจก็คือ Blockchain ยังนำมาประยุกต์ใช้ร่วมในการ Authentication หรือการยืนยันตัวตนแทนการใช้รหัสผ่านได้ด้วย เช่น ในกรณีที่จะติดตั้งแอปพลิเคชันเพื่อเข้าถึงบริการต่างๆ ที่ต้องล็อคอินผ่านคนกลางที่มีความน่าเชื่อถืออย่าง Facebook Account หรือ Gmail Account เพียงใช้แอปพลิเคชันในการทำหน้าที่เชื่อมโยงเข้ากับ Blockchain ในการเช็คความมีตัวตนได้ทันทีและที่สำคัญยังมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วย

Jack Ma

เจ้าของธุรกิจตลาดออนไลน์ของโลกอย่าง Alibaba นำ Blockchain มาใช้ในการบริหารเงิน

สำหรับประเทศไทยในช่วงปี 2016 ที่ผ่านมาองค์กรธุรกิจและผู้สนใจ ให้ความสำคัญกับ Blockchain มีการสร้างคอมมูนิตี้และกิจกรรมมากมาย เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สร้างให้เกิดความเข้าใจในวงกว้าง หากแต่อาจยังไม่ได้นำไปใช้งานอย่างจริงจัง แต่อย่างไรเชื่อว่าเมื่อทุกอย่างลงตัว ทุกภาคส่วนในประเทศก็จะมีความพร้อมเกิดขึ้นไม่ต่างจากประเทศอื่นๆ เพราะธุรกิจและองค์กรไม่อาจหยุดยั้งเทคโนโลยีได้เลย

G-ABLE พร้อมให้บริการและคำปรึกษาให้ทุกธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่ยุคดิจิทัล

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Contact G-Able

02-781-9333 หรือ

inquiry@g-able.com



Top