ทำความรู้จัก Google Tag Manager ผู้ช่วยของคนทำ Digital Marketing

ทำความรู้จัก Google Tag Manager ผู้ช่วยของคนทำ Digital Marketing

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า ในยุคนี้การทำ Marketing ล้วนเข้ามามีบทบาทอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ จนไปถึงช่องทางพื้นฐานอย่างหน้าเว็บไซต์ ที่เป็นช่องทางให้ผู้บริโภคกับกลุ่มธุรกิจต่างๆ ได้เข้ามาเจอกันมากขึ้น

นั่นหมายความว่าการทำ Digital Marketing จะต้องสามารถวัดผลได้และมีเครื่องมือต่างๆ มาช่วยมากมาย ซึ่งในบทความนี้เราจะมาเริ่มทำความรู้จักกับ Google Tag Manager ที่จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยให้เราสามารถทำการวัดผลได้สะดวกมากขึ้น

google gtm (1)

Google Tag Manager หรือจะเรียกสั้น ๆ ว่า GTM เป็นเครื่องมือที่ทาง Google เปิดให้ได้เข้าไปใช้กันแบบฟรี ๆ โดย GTM นั้นจะเป็นตัวกลางที่ช่วยให้สามารถอัปเดต Tag และข้อมูลโค้ดในเว็บไซต์หรือบนแอปพลิเคชันได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เพราะว่า GTM เป็น Tag ประเภท Container Tag ความหมายก็คือ เป็น Tag ที่เอาไว้บรรจุ Tag อื่นๆ เช่น Google Analytics Google Adword Facebook Pixel และ Tag ประเภทต่างๆ อีกมากมายนั่นเอง

Tag คืออะไร

ข้อมูลโค้ดที่ถูกเพิ่มลงในเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว การเพิ่มแท็กจะช่วยให้คุณสามารถวัดประสิทธิภาพของเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันได้ เช่น การใช้แท็ก AdWords Remarketing สามารถช่วยให้สามารถติดตามการวัดประสิทธิภาพของการโฆษณาผ่าน Google และสามารถเลือกที่จะให้โฆษณาแสดงผลสำหรับผู้ที่เคยเข้าชมเว็บไซต์แล้ว

Trigger คืออะไร

ตัวกำหนดที่จะทำให้แท็กของเราทำงาน เช่น Trigger สำหรับ Tag Google Analytics เป็น All Pages หมายความว่าแท็กของ Google Analytics จะถูกเรียกขึ้นมาทำงานในทุกๆ หน้า แต่ถ้า Trigger เป็นหน้า Page url = “/product” แท็กก็จะถูกเรียกทำงานแค่ตอนที่เราเปิดหน้า “/product” เท่านั้น

Variables คืออะไร

ตัวแปรที่บรรจุข้อมูลต่างๆ ซื่งตัวแปรนี้จะถูกแยกออกเป็นหลายๆ ชนิด เช่น ชนิดที่เป็น url ก็จะเก็บ url ของเว็บไซต์เราไว้ และนำตัวแปรไปตรวจสอบกับ Trigger ว่าตรงตามที่เรากำหนดหรือไม่ ถ้าตรง แท็กก็จะถูกเรียกขึ้นมาทำงาน

ทำไมต้องใช้ Google Tag Manager?

การใช้ Google Tag Manager ช่วยประหยัดเวลา ทรัพยากร และค่าใช้จ่าย เพราะเมื่อเพิ่มข้อมูลโค้ด GTM ลงในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันแล้ว จะสามารถกำหนดค่า Tag ผ่านทางอินเทอร์เฟซผู้ใช้ทางเว็บได้โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนโค้ดเพิ่มเติม

ให้เราลองนึกภาพตามว่า เราตั้งแคมเปญต่างๆ ผ่านช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Facebook Google หรือการทำ Digital Marketing ที่มี Tag ในการวัดผลต่างๆ มากมาย แล้วเราจะต้องมาใส่โค้ดตามหน้าเว็บไซต์ จนถึงการปรับแก้ไขต่างๆ ด้วยตัวเองทุกครั้งที่ทำแคมเปญ คงจะเป็นเรื่องที่วุ่นวายไม่น้อย อีกทั้งยังต้องใช้เวลาในการรอกระบวนการจากทีม Developer เข้ามาจัดการให้อีกด้วย

ดังนั้น การที่เรามีเครื่องมืออย่าง GTM เข้ามาช่วยรวบรวม Tag ต่างๆ เข้ามาไว้อยู่ในที่เดียวกันและสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งนักพัฒนามากนักก็จะทำให้การใช้งาน Tag ต่างๆ เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็น การนำ Tag มาประยุกต์ใช้ในการทำธุรกิจออนไลน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการซื้อ ขาย และตรวจสอบพฤติกรรมของลูกค้า รวมไปถึงความสามารถในการติดตามพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้แบบละเอียด เช่น การเลื่อนหน้าจอ การคลิก การดู Content ต่างๆ ที่ล้วนใช้ Tag เป็นตัวติดตามผลได้ทั้งสิ้น

G-ABLE เองในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการทำ Digital Marketing ที่การันตีด้วยการเป็น Google Premium Partner พร้อมผู้เชี่ยญชาญ ที่พร้อมจะให้คำปรึกษากับทุกธุรกิจในการทำ Digital Marketing ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Contact G-Able
02-781-9333 หรือ
inquiry@g-able.com



Top