Google Cache: ประโยชน์และวิธีดูหน้าแคช

Google Cache: ประโยชน์และวิธีดูหน้าแคช

หน้าแคช (Cache Pages) เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในช่วงเวลาที่หน้าเว็บทำงานได้ไม่ดีหรือหยุดทำงานชั่วคราว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO สามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาการจัดทำดัชนีของเว็บไซต์ และผู้ใช้ทั่วไปสามารถใช้เพื่อเข้าชมเว็บไซต์ที่โหลดช้าหรือไม่ตอบสนองได้

วันนี้เราจึงมานำเสนอ 2 วิธีการเข้าไปยังหน้าแคชบน Google และประโยชน์ของหน้าแคชใน 3 กรณีหลัก

หน้าแคช (Cache Pages) คือรูปแบบของสำเนา HTML แบบดิบ (Raw HTML Copy) ที่ Google สร้างไว้เวลาที่รวบรวมข้อมูลหน้าเว็บ เพื่อเป็นดัชนี (Index) สำหรับการอ้างอิงในกรณีที่หน้าเว็บปัจจุบันไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่ง Google จะระบุวันที่ล่าสุดที่ได้การทำดัชนีหน้าแคชของหน้าเว็บแต่ละหน้า ด้วยข้อความดังนี้

หากต้องการตรวจสอบว่าเว็บไซต์ได้รับการจัดทำดัชนีอย่างถูกต้องหรือไม่ หรือต้องการดูหน้าเว็บที่ไม่ตอบสนอง สามารถเข้าถึงหน้าแคชได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

วิธีที่ 1: ค้นหาหน้าเว็บที่ต้องการเข้าชมใน Google คลิกที่ลูกศรด้านขวาของ URL สีเขียวในผลการค้นหา และคลิกที่คำว่า “Cached” เพื่อเข้าไปดูหน้าแคช

วิธีที่ 2: พิมพ์คำว่า “Cache:” หน้า URL ของหน้าเว็บ

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือแคชเป็นส่วนของเว็บไซต์ที่เขียนด้วย HTML ธรรมดา จึงไม่ได้มีการบันทึก Javascript แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการจัดทำดัชนี ซึ่งเราสามารถใช้เครื่องมือ Fetch and Render ใน Google Search Console ตรวจสอบได้ว่า Googlebot ดูเว็บไซต์อย่างไรบ้าง

เมื่อเข้าถึงหน้าแคชได้แล้ว สามารถใช้ประโยชน์ของ Google Cache ใน 3 กรณีนี้

1. ใช้ Google Cache เพื่อเข้าชมหน้าเว็บที่โหลดช้าหรือไม่ตอบสนอง

หากต้องการหาข้อมูลในเว็บไซต์ แต่หน้าเว็บไม่ทำงานหรือทำงานช้า สามารถเข้าถึงหน้าเว็บนั้นจากเวอร์ชัน Google Cache ได้ ถึงแม้ว่ารูปแบบของหน้าเว็บอาจไม่ได้เหมือนกันทุกประการ

2. ใช้ Google Cache เพื่อตรวจสอบเวลาล่าสุดที่ Googlebot เข้าชมหน้าเว็บ

การทราบครั้งล่าสุดที่ Googlebot เข้าไปรวบรวมข้อมูลหน้าเว็บได้สำเร็จมีประโยชน์ต่อการพัฒนาเว็บไซต์ โดยที่ผู้จัดทำเว็บไซต์สามารถตรวจสอบได้ว่าส่วนใดทำให้เว็บไซต์ไม่ตอบสนองและทำการปรับแก้ในส่วนนั้น ดังนั้นหากไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงบันทึกเซิร์ฟเวอร์ (Server Log) ของหน้าเว็บ ก็สามารถใช้หน้าแคชตรวจสอบเวลาครั้งล่าสุดที่ Googlebot เข้าชมหน้าเว็บได้เลย

3. ใช้ Google Cache เพื่อตรวจสอบการจัดทำดัชนีของเว็บไซต์ในสื่อออนไลน์

สาเหตุที่หน้าเว็บไม่ได้ถูกแคช อาจเกิดจากการปิดกั้นการทำดัชนีโดยการใส่รหัส “noarchive” ใน Source Code อีกเหตุผลหนึ่งคืออาจต้องใช้เวลาก่อนที่จะสามารถเข้าชมหน้าแคชของหน้าเว็บใหม่ได้

ทั้งนี้ ผู้จัดทำเว็บไซต์ควรมีข้อมูลว่าหน้าเว็บแต่ละหน้าถูกจัดทำเวอร์ชันหน้าแคชหรือไม่ และพิจารณาว่าต้องการให้ผู้ใช้มีทางเลือกที่จะเข้าถึงหน้าเว็บผ่านหน้าแคชเวลาที่หน้าเว็บที่โหลดช้าหรือไม่ตอบสนองหรือไม่ เพื่อปรับการตั้งค่า Source Code ของหน้าเว็บตามจุดประสงค์

 

อ้างอิงข้อมูลจาก: https://blog.hubspot.com/marketing/google-cache

 

ทั้งนี้ หากคุณสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Digital Marketing หรือสนใจการบริการด้าน Search Engine Optimization ไม่ว่าจะเป็น Organic Search โดยการพัฒนา Website Content หรือ Paid Search ประเภท Ad Ops บน Google Ads ทั้งในช่องทางและรูปแบบของ Search Engine Marketing (SEM) และ Google Display Network (GDN)

G-ABLE พร้อมให้บริการและคำปรึกษาให้ทุกธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่ยุคดิจิทัล

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Contact G-Able

02-781-9333 หรือ
inquiry@g-able.com



Top