ปลดล็อค IoT Challenges ไขปัญหาของการใช้เทคโนโลยี IoT เพื่อพลิกโฉมธุรกิจแบบองค์รวม

ปลดล็อค IoT Challenges ไขปัญหาของการใช้เทคโนโลยี IoT เพื่อพลิกโฉมธุรกิจแบบองค์รวม

IoT : THE BIG PICTURE

เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าองค์กรธุรกิจหรือหน่วยงานในภาครัฐต่างให้ความสนใจในการนำเทคโนโลยี IoT มาใช้ในการดำเนินงานขององค์กร ผู้บริหารในองค์กรต่างทราบดีถึงผลประโยชน์ที่จะได้จากการนำ IoT เข้ามาใช้ภายในองค์กร   อย่างไรก็ตาม  ถ้าเราถอยหลังออกมาสักหนึ่งก้าวแล้วมองย้อนกลับเข้าไปในองค์กรต่าง ๆ  พัฒนาการของ IoT  ยังไม่อยู่ในระยะของการเจริญเติบโต  ภาพของการติดตั้งแบบขนานใหญ่ยังดูห่างไกลนัก  อะไรเป็นอุปสรรคในการเติบโตของนำเทคโนโลยี IoT มาใช้อย่างจริงจังในปัจจุบัน

บริษัท Microsoft ได้จัดทำการสำรวจและเผยแพร่รายงานฉบับหนึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2562 กล่าวถึงความแพร่หลายในการใช้งานเทคโนโลยี IoT  และอุปสรรคในการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้   ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 3,000 คน  เป็นผู้บริหารระดับสูงที่มีอำนาจในการตัดสินใจลงทุนในโครงการด้านเทคโนโลยี  และมาจากองค์กรที่ตั้งกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส จีนและญี่ปุ่น

โดยรวมแล้ว 85% ของผู้ตอบแบบสอบถามได้เริ่มทดลองใช้และมีบางรายได้มีการนำ IoT เข้ามาใช้ภายในองค์กรอย่างจริงจังแล้ว  ผู้ตอบแบบสอบถาม 94% ระบุว่าธุรกิจของพวกเขาวางแผนที่จะใช้เทคโนโลยีภายในสิ้นปี 2564

เพราะเหตุใดจึงนำเทคโนโลยี IoT เข้ามาใช้ในองค์กร

เมื่อสอบถามถึงสาเหตุที่คาดว่าจะนำเทคโนโลยี IoT เข้ามาใช้ในองค์กร  คำตอบที่ได้ส่วนมากคือ การเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพเป็นปัจจัยหลักที่ดึงดูดให้อยากนำเทคโนโลยี IoT เข้ามาใช้  นอกจากเรื่องประสิทธิภาพในการทำงานแล้ว  ยังมีประโยชน์ในด้านต่าง  ๆ ที่คาดว่าจะได้รับจากการนำเทคโนโลยี IoT มาใช้  ได้แก่ ความปลอดภัยในการทำงาน  การบริหารห่วงโซ่อุปทาน การประกันคุณภาพสินค้าและบริการ การติดตามทรัพย์สิน และการเพิ่มยอดขาย  เป็นต้น

แต่ละองค์กรจะมีความคาดหวังผลประโยชน์ที่จะได้จากการนำเทคโนโลยี IoT มาใช้  ด้วยมุมมองที่แตกต่างออกไปตามประเภทธุรกิจ  ถ้าเป็นโรงงานอุตสาหกรรมก็จะให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ในด้านประสิทธิภาพและผลิตภาพในการผลิต  เพราะสามารถส่งผลต่อผลประโยชน์ที่เป็นตัวเงินได้อย่างชัดเจน  ในอุตสาหกรรมพลังงานก็จะให้ความสำคัญกับความปลอดภัย เพราะจะช่วยป้องกันความสูญเสียมูลค่ามหาศาลหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น  ในด้านธุรกิจรักษาสุขภาพก็จะให้ความสำคัญกับการติดตามคนไข้และบุคลากร รวมถึงการดูแลและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ทางการแพทย์

ความท้าทายที่รออยู่เบื้องหน้า

ถึงแม้ว่าประโยชน์จะเห็นได้อย่างชัดเจน  แต่การจะดำเนินโครงการให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก  อุปสรรคและความท้าทายในการดำเนินโครงการด้าน IoT ยังคงมีอยู่  และนี่คือความท้าทายจากความเห็นของผู้ตอบแบบสอบถามซึ่งได้เริ่มโครงการ IoT แล้ว   และได้พบกับอุปสรรคที่คล้าย  ๆ กัน พอสรุปได้ดังนี้  ความสลับซับซ้อน  การขาดแคลนบุคลากรและงบประมาณ  การขาดแคลนแหล่งความรู้ การขาดโซลูชันที่เหมาะสมลงตัวกับธุรกิจ  ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและระบบ

1. ความสลับซ้อนทางเทคนิค

ความสลับซับซ้อนทางเทคนิคในโครงการ IoT นั้นเกิดจากการที่มีอุปกรณ์เซ็นเซอร์จำนวนมาก  และ หลากหลายชนิด  อุปกรณ์เหล่านี้มีวิธีการติดต่อสื่อสารที่แตกต่างกัน  ไม่สามารถเชื่อมต่อหรือสื่อสารกันได้โดยตรง  ต้องมีการดัดแปลงหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนเพื่อให้อุปกรณ์เหล่านี้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้  นอกจากอุปกรณ์ที่หลากหลายแล้ว  ยังต้องเกี่ยวข้องกับผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์เหล่านั้นที่หลากหลายอีกด้วย ( 1 ยี่ห้อ ก็ต้องติดต่อบริษัทเพิ่มขึ้น 1 บริษัท)  ในโครงการที่ต้องมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากจะยิ่งเพิ่มความสลับซับซ้อนและความยุ่งยากในการดำเนินงานของโครงการ

ความสลับซับซ้อนเช่นนี้ส่งผลให้การดำเนินงานของโครงการจะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินโครงการที่ยาวนานมากขึ้น  ใช้ทรัพยากรและงบประมาณที่มากขึ้น  ยิ่งโครงการใช้ระยะเวลายาวนานมากขึ้นเท่าไร  จะส่งผลให้ ROI ของโครงการลดลงมากขึ้นเท่านั้น  ตลอดจนบริษัทเล็ก ๆ ที่เป็นผู้จัดหาอุปกรณ์จะไม่สามารถรอระยะเวลาการเก็บเงินที่ยาวนานได้  ในท้ายที่สุดก็จะทำให้โครงการไม่ประสบความสำเร็จในการดำเนินโครงการ

ดังนั้นกลยุทธ์ในการจัดการกับความสลับซับซ้อนนี้ก็คือ  การคัดเลือกผู้รับเหมาที่มีความรับผิดชอบ  มีความสามารถในการบริหารโครงการ  สามารถประสานงานและบริหารผู้จัดหาอุปกรณ์รายย่อย ๆ จำนวนมากที่จะเข้ามาร่วมในโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ขาดแคลนบุคลากรเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับโครงการ IoT

การวิจัยชี้ให้เห็นว่าเกินครึ่งหนึ่ง (58%) ของความท้าทายนั้นเป็นปัญหาในด้านของการขาดแคลนบุคลกรที่มีทักษะ(29%) และการขาดแคลนแหล่งความรู้(29%) ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันในตลาดด้าน IoT ว่า  บุคลากรทางด้านนี้ยังคงขาดแคลน  และยังไม่สามารถผลิตได้ทันกับความต้องการของตลาด 

บุคลากรที่จะมาทำงานทางด้าน IoT นั้นจะต้องมีความรู้ และทักษะในหลาย ๆ สาขา  กล่าวคือ  ต้องมีความพื้นฐานทางวิศวกรรม  ความรู้ทางด้านอิเล็คทรอนิกส์  และความรู้ทางด้านการเขียนโปรแกรม  ความรู้ทางด้านการจัดการข้อมูลและ การวิเคราะห์ข้อมูล 

สิ่งที่ทำได้ในขณะก็คือ  องค์กรต่าง ๆ ต้องเร่งเสริมสร้างความรู้หลากหลายสาขาเหล่านี้ให้กับบุคลากรของตนเอง  ต้องมีการวางแผนการพัฒนา และ กำหนดระยะเวลาในการพัฒนาบุคลากรให้ชัดเจนเพื่อให้มีบุคลากรรองรับทันตามกำหนดเวลาที่โครงการด้าน IoT จะเริ่มใช้งานและปฏิบัติงานประจำวันในองค์กร

3. ขาดการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและระบบ

ความห่วงใยในด้านการรักษาความปลอดภัยของระบบ IoT เป็นข้อห่วงกังวลของทุกองค์กรที่จะนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้  อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงอยู่ในระบบ IoT นอกจากจะใช้ในการอ่านค่าต่าง ๆ แล้ว  ยังสามารถรับคำสั่งให้ เปิด ปิด เคลื่อนที่ หรือ ทำงานที่สลับซับซ้อนต่าง ๆ ได้  ถ้าหากผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเจาะผ่านระบบรักษาความปลอดภัยเข้ามาควบคุมสั่งการอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้  จะสร้างความเสียหายต่อองค์กรในระดับที่ประเมินค่ามิได้  เหตุการณ์ที่เราเคยได้เห็นในภาพยนต์ดูจะไม่ไกลเกินความเป็นจริงเสียแล้ว

ดังนั้นการวางระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา  มีการเข้ารหัสข้อมูลที่ส่งผ่านในเครือข่าย  มีการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงอุปกรณ์  การหมั่นดูแลและคอยอัพเดตซอฟต์แวร์ และเฟิร์มแวร์ของอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ทันสมัยเพื่อปิดช่องโหว่ทางด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ ก็นับเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งในการดำเนินโครงการด้าน IoT

4. ขาดโซลูชันที่เหมาะสมลงตัวกับธุรกิจ 

ปัญหาเรื่องรูปแบบการนำ IoT มาใช้ในองค์กรได้อย่างเหมาะสมลงตัวนั้นเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างองค์กรและผู้จัดหาโซลูชัน  ที่จะต้องแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างตรงไปตรงมา  และ ร่วมกันกำหนดวัตถุประสงค์ ขอบเขตของงานที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้โครงการใช้งบประมาณที่บานปลาย  และยังสามารถวัดผลตอบแทนที่เป็นตัวเลขได้อย่างชัดเจน

ใครคือผู้ที่จะผลักดันโครงการ IoT

เนื่องจากความสลับซับซ้อนของโครงการ IoT กลยุทธ์ในการดำเนินโครงการด้าน IoT  จึงจำเป็นต้องอาศัยผู้นำในการเชื่อมโยงประสานข้ามหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร นำพาวิสัยทัศน์ด้าน IoT และผลักดันให้ทุกทีมที่เกี่ยวข้องประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ดังนั้น ผู้นำในโครงการจึงต้องมีความรู้ในทางด้านเทคโนโลยีอย่างครอบคลุม  และ มีความรับผิดชอบในทุก ๆ ภาคส่วนตั้งแต่หัวไปจรดท้าย

ในขณะที่ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรนั้นเป็นผู้เริ่มส่งสัญญาณออกสตาร์ทของโครงการ  หัวหน้าทีมทางด้านไอทีและฝ่ายปฏิบัติการทุก ๆ คน รวมไปจนถึงนักพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบต่างก็มีความสำคัญในสร้างและนำเทคโนโลยีไปใช้ให้สำเร็จตามเป้าหมายที่ได้วางไว้  ดังเช่นที่ผู้ตอบแบบสอบถามได้กล่าวเอาไว้ว่า  ฝ่ายไอทีนั้นมีบทบาทสำคัญในการสร้างเรื่องราวทางธุรกิจ  และเป็นผู้พัฒนาให้เกิดขึ้น

Key Takeaway

การใช้ IoT ทั่วโลกและในทุกอุตสาหกรรมช่วยให้ บริษัทต่าง มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มีประสิทธิผลและความปลอดภัยยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาในด้านความซับซ้อน  ความมั่นคงปลอดภัย และการขาดแคลนบุคลากร ให้เราต้องแก้ไขและก้าวข้ามปัญหาเหล่านี้ไปให้ได้  ธุรกิจที่มีความพร้อม ในด้านความรู้ IoT มีบุคลากรและงบประมาณ และมีผู้นำที่เล็งเห็นประโยชน์ของ IoT ย่อมมีโอกาสในการประสบความสำเร็จในการดำเนินโครงการด้าน IoT  แต่สำหรับผู้ที่ยังขาดความพร้อมเหล่านี้ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะใช้ IoT ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต  เนื่องจากคาดว่า ROI  ของโครงการด้านนี้จะเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า IoT กำลังกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับองค์กรธุรกิจ และกล่าวได้ว่าอนาคตของ IoT นั้นดูสดใสอย่างแน่นอน

G-Able IoT Solutions

เรามีผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจปัญหาด้านความซับซ้อนของระบบ ช่วยเชื่อมต่อระบบและเก็บรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งหลายประเภท เพื่อให้บริการข้อมูล (data services) ในรูปแบบต่างๆ เช่น การเฝ้าระวัง การทำระบบอัติโนมัติ การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น การช่วยในการกำหนดนโนบาย การแสดงผล การลดเวลาการเรียนรู้ ฯลฯ และยังสามารถส่งต่อข้อมูลที่เก็บไว้เพื่อการทำการวิเคราะห์ชั้นสูง หรือ Big data ได้อีกด้วย

Meet the Experts

ที่ G-Able เราออกแบบ Solutions เพื่อธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ โดยเริ่มต้นจากการตอบโจทย์ทางธุรกิจ ให้ Fit กับ Business Needs เพื่อที่จะช่วยขยายธุรกิจของคุณให้ไปได้ไกลกว่าเดิม ยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า และเพิ่มยอดขายไปได้พร้อมกัน

ยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า
และเพิ่มยอดขายให้คุณไปพร้อมกันได้ตั้งแต่วันนี้



Top