AI มีความสามารถที่มากกว่ามนุษย์ …จริงหรือ?

AI มีความสามารถที่มากกว่ามนุษย์ …จริงหรือ?

ในช่วงที่ผ่านมา คงไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่เคยได้ยินคำว่า AI(Artificial Intelligence) เราอาจเคยได้ยินชื่อ AI ที่มีชื่อเสียงเช่น SimSimi ที่เป็น Chatterbot จอมกวน หรือ AlphaGo ที่ชนะ Lee Sedol นักหมากล้อมมืออาชีพ และล่าสุด OpenAI ที่ได้รับการสนับสนุนการพัฒนาโดย Elon Musk ได้เอาชนะผู้เล่นมืออาชีพหลายคนในเกม DotA2(Defense of the Ancient 2)

รูปภาพจาก https://en.wikipedia.org/wiki/AlphaGo

ความสามารถของ AI มากกว่ามนุษย์อย่างไร

1. AI มีเวลาฝึกฝนตัวเองตลอดเวลา

ตามที่นักพัฒนา AI หลายๆคนได้กล่าวไว้ พวกเขาเปิด AI ให้พวกมันฝึกฝนด้วยการแข่งกับตัวเองอยู่ตลอดเวลา นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ AI เก่งกว่ามนุษย์ ยกตัวอย่างเช่น

  • DeepMind ปล่อยให้ AlphaGo ฝึกฝนกับตัวเองวันละ 1000 กระดาน ซึ่งเป็นความสามารถที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน
  • Elon Musk ได้ให้ OpenAI ของเขาฝึกฝนเกม DotA2 กับตัวมันเองเป็นระยะเวลาเทียบเท่ากับ 30 ชั่วอายุของคน โดยที่ใช้เวลาจริงเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น
รูปภาพจาก http://www.openphilanthropy.org

2. AI มีหน่วยความจำที่แม่นยำกว่ามนุษย์

หน่วยความจำของ AI นั้นสามารถเก็บข้อมูลได้อย่างค่อนข้างถาวร ต่างจากมนุษย์ที่มีการเก็บข้อมูลทั้งแบบระยะสั้น ระยะยาว ข้อมูลถาวร และยังมนุษย์มีอาการความจำเสื่อมอีกด้วย

3. AI สามารถประมวลผลและตัดสินใจได้ไวกว่ามนุษย์

การตัดสินใจของ AI นั้นเฉียบขาดและแน่นอน เนื่องจาก AI นั้นไม่มีปัจจัยอื่นที่ทำให้ลังเล ต่างจากมนุษย์ที่มีปัจจัยอื่นๆในการตัดสินใจ ยกตัวอย่างเช่น อารมณ์, ความถูกผิด และ ผลประโยชน์

รูปภาพจาก https://www.quantamagazine.org/

แต่กว่าที่ AlphaGo และ OpenAI จะถูกพัฒนามาจนถึงขนาดนี้ ตัวมันเองก็แพ้ให้กับผู้เล่นมาเป็นเวลายาวนานพอสมควร และอีกอย่างหนึ่ง แม้ว่ามันจะถูกพัฒนาจนเอาชนะผู้เล่นมืออาชีพได้ขนาดนี้ แต่ก็ยังมีผู้เล่นอีกหลายคนที่ชนะมันเหมือนกัน จากแชนแนล YouTube ที่ใช้ชื่อว่า OpenAI ได้อัพโหลดคลิปการแข่งขันเกม DotA2 ที่ OpenAI แพ้ให้กับผู้เล่นทั่วไปหลายๆคน ทั้งที่ตัว OpenAI เองสามารถเอาชนะผู้เล่นมืออาชีพได้

เราจะเห็นได้ว่า AI นั้นมีความสามารถหลายๆอย่างมากกว่ามนุษย์จริง และยังสามารถพัฒนาขึ้นไปได้เรื่อยๆ แต่ถึงอย่างไร AI ก็ไม่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญซึ่งมีแค่ในมนุษย์ นั่นคือสามัญสำนึกและวิจารณญาณในการตัดสินใจ

สามัญสำนึกและวิจารณญาณในการตัดสินใจสำคัญอย่างไร?

ตามที่กล่าวไปข้างต้น การตัดสินใจของ AI นั้นอาจทำได้รวดเร็วและเฉียบขาด แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า การตัดสินใจนั้นเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เนื่องจากการตัดสินใจของ AI นั้น ประมวลผลมาจากข้อมูลที่มี แล้วเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งทางเลือกที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้องที่สุด ส่วนในมนุษย์นั้นต้องอาศัยสิ่งต่างๆเข้ามาร่วมในการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นหลักศีลธรรม,ความถูกต้อง และความเหมาะสม แม้ว่าการตัดสินใจของมนุษย์จะช้ากว่า AI และอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่ตัวเลือกนั้นมันคือสิ่งที่ประกอบไปด้วยความถูกต้องและเหมาะสมอีกด้วย

รูปภาพจาก http://beauty.ai

ตัวอย่างของการตัดสินใจของ AI

  • ในการประกวด “The First International Beauty ContestJudged by Artificial Intelligence” ได้ใช้ AI ในการตัดสินการประกวดโดยอาศัยอัลกอริทึม โดยผู้เข้าร่วมต้องอัพโหลดรูปตัวเองขึ้นไปบนเว็บ หลังจากนั้น AI จะให้คะแนนกับใบหน้าของแต่ผู้เข้าประกวดแต่ละคน โดยตัวแปรที่ใช้ในการตัดสินนั้นประกอบด้วย ริ้วรอยบนใบหน้า, ความสมมาตรของใบหน้า, สีผิว, เพศ, กลุ่มอายุ และ เชื้อชาติ มีผู้เข้าร่วมการประกวดเป็นจำนวนมากจากทั่วโลก แต่ผลการตัดสินนั้นไม่เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากผู้ชนะทั้งหมดมีเฉพาะคนผิวขาว
รูปจาก http://winners2.beauty.ai/

จากตัวอย่างข้างต้น จะเห็นได้ว่าการตัดสินใจของ AI นั้นยังถูกจำกัดด้วยการใส่ชุดคำสั่งหรืออัลกอริทึม ซึ่งทำให้ผลของการตัดสินใจนั้นถูกจำกัดไว้ และผลของการตัดสินครั้งนี้ได้ผู้ชนะที่เป็นคนสวยจริง แต่มันดูไม่ยุติธรรมกับผู้เข้าแข่งขันที่มีผิวสีอื่นเลย การตัดสินใจที่ผิดพลาด หรือคลาดเคลื่อนของ AI ในครั้งนี้ทำให้เกิดผลเสียต่างๆต่อตัวระบบเองและสิ่งรอบข้าง ส่งผลให้ผู้เข้าประกวดมีทัศนคติด้านลบต่อตัว AI และยังมีผลกระทบด้านลบต่อตัวผู้จัดการประกวดอีกด้วย

สุดท้ายนี้เราจะเห็นได้ว่าความสามารถของ AI ในปัจจุบันนี้อยู่ในระดับสูงกว่ามนุษย์จริง หากแต่ขาดเพียงสิ่งสำคัญเพียงสิ่งเดียวนั่นคือวิจารณญาณในการตัดสินใจ ซึ่งในอนาคตเราอาจได้เห็น AI ที่สามารถทำการตัดสินใจเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดได้

อ่านบทความที่น่าสนใจอื่นๆได้ที่นี่

Learn More



Top