Title Tag ของ Website คืออะไร และมีความสำคัญต่อ SEO อย่างไร

Title Tag ของ Website คืออะไร และมีความสำคัญต่อ SEO อย่างไร

แท็กชื่อเรื่อง (Title Tag) เป็นส่วนประกอบของ HTML ที่ระบุเนื้อหาของหน้าเว็บ (Web Page Content) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าชื่อเว็บไซต์ (Website Title) นั่นเอง

Title Tag มีประโยชน์ต่อทั้งผู้ค้นหา ผู้ผลิตเว็บไซต์ และเครื่องมือค้นหา (Search Engine) ทั้งในแง่ของการผลิต Web Page Content ใช้งานอินเทอร์เน็ต และในแง่ของ Search Engine Optimization (SEO)

เพื่อทำความเข้าใจความสำคัญของ Title Tag ต่อ Search Engine Optimization (SEO) ขอเริ่มต้นด้วยการนึกภาพตามตัวอย่างต่อไปนี้

สมมติว่าผู้ใช้ Google รายหนึ่งหาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการตลาดโดยการพิมพ์คำค้นหา (Search Query) ว่า “What is Marketing?” (“การตลาดคืออะไร?”)

Google จะทำความเข้าใจเจตนาของผู้ใช้รายนี้ว่า เขาคงไม่สนใจเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตลาด (Marketing) ในประเด็นอื่นๆ เช่น “10 Best Marketing Campaigns of 2018” (“10 แคมเปญการตลาดที่ยอมเยี่ยมที่สุดในปี 2018”) หรือ “Marketing Best Practices” (“แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดด้านการตลาด”)  ถึงแม้ว่าทั้งสองหัวข้อดังกล่าวจะมีคำว่า Marketing เป็นคำหลัก (Keyword) เช่นเดียวกันกับ “What is Marketing?” ก็ตาม Google จึงแสดงผลการค้นหา (Search Results) ดังนี้

นั่นหมายความว่าถ้าหน้าเว็บไซต์ “What Is Marketing? [FAQ]” ของ HubSpot ดังกล่าวไม่ได้ใช้ Title Tag ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาโดยตรง อาจจะไม่ได้ปรากฏในหน้าแรกของผลการค้นหาของ Google และไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช้คำค้นหาโดยดังกล่าว ถึงแม้ว่าเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์จะน่าสนใจและตรงตามหลัก SEO อื่นๆ ก็ตาม

เพราะฉะนั้น การใช้ Title Tag ที่มีคำว่า “What is Marketing” อยู่ในชื่อเว็บไซต์จึงมีประโยชน์ต่อการทำ Search Engine Optimization (SEO) เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ค้นหาหัวข้อดังกล่าว

Title Tag มีประโยชน์ต่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในการช่วยให้เขารับรู้เนื้อหาของหน้าเว็บอย่างกระชับและได้ใจความในหน้าผลการค้นหา (Search Engine Results Page หรือ SERP) ก่อนที่จะตัดสินใจคลิก

ในขณะเดียวกัน Title Tag มีประโยชน์ต่อเครื่องมือค้นหา (Search Engines) ในการพิจารณาความเกี่ยวข้อง (Relevancy) ของหน้าเว็บกับคำค้นหา (Search Query) เพื่อที่จะเรียงลำดับผลการค้นหาให้ตอบโจทย์ความสนใจของผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ทางด้านเทคนิค Search Engines สามารถรับรู้ชื่อเว็บไซต์โดยการหา Title Tag ใน HTML Code

เช่น HTML Code: <title>What Is Marketing? [FAQ]</title> ในหน้าเว็บ “What is Marketing? [FAQ]” ของ Hubspot เป็นต้น

นอกจากนั้น Title Tag ยังมีประโยชน์ต่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเวลาที่เปิดหน้าเว็บหลายแท็บพร้อมกันโดยจะปรากฏอยู่บนแต่ละแท็บ (Tab) ดังนี้

เพื่อให้ Title Tag มีประสิทธิภาพสำหรับเทคนิค SEO อย่างที่กล่าวข้างต้น เรามีคำแนะนำสำหรับวิธีการใช้ Title Tag ที่ดีดังนี้

  • เขียน Title Tag ให้สั้นกระชับ ไม่เกิน 60 ตัวอักษร
  • ไม่ควรใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด
  • อย่าใช้ Keywords มากเกินไปใน Title Tag เช่น “What Is Marketing? Marketing Tips, Marketing Facts, Marketing General Information” (“การตลาดคืออะไร? เคล็ดลับการตลาด ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการตลาด ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการตลาด”) สำหรับ Keyword คำว่า Marketing เป็นต้น
  • เขียน Title Tag ในสไตล์ที่อ่านแล้วดึงดูดความสนใจให้ผู้ใช้อยากคลิก
  • เขียน Title Tag ให้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในหน้าเว็บไซต์
  • ทำ Keywords ใน <h2> ให้แตกต่างจาก Title Tag
  • ใส่แบรนด์ของคุณไว้ใน Title Tag เช่น “Google Ads กับ Google AdSense แตกต่างกับอย่างไร | G-ABLE” เป็นต้น

 

อ้างอิงข้อมูลจาก: https://blog.hubspot.com/marketing/website-title

ทั้งนี้ หากคุณสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Digital Marketing หรือสนใจการบริการด้าน Search Engine Optimization ไม่ว่าจะเป็น Organic Search โดยการพัฒนา Website Content
หรือ Paid Search ประเภท Ad Ops บน Google Ads ทั้งในช่องทางและรูปแบบของ Search Engine Marketing (SEM) และ Google Display Network (GDN)

G-ABLE พร้อมให้บริการและคำปรึกษาให้ทุกธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่ยุคดิจิทัล
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Contact G-Able

02-781-9333 หรือ
inquiry@g-able.com



Top