Working in the Cloud ยกระดับผลิตภาพ เพิ่มพูนผลิตผล

Working in the Cloud ยกระดับผลิตภาพ เพิ่มพูนผลิตผล

งานยุคใหม่ ต้องไร้พรมแดน

ยังจำวันที่เรายังต้องทำรายงานโปรเจคส่งเจ้านายแบบเป็นกระดาษหรือการที่ต้องคอยนัดประชุมงานของสมาชิกในทีมเพื่อจัดการข้อมูลในการทำงานได้หรือไม่ สิ่งเหล่านั้นล้วนแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้พนักงานอย่างเราท่านนั้นขาดผลิตภาพที่ดี อีกทั้งยังขาดอิสระทางความคิดที่สร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ และในมุมเจ้าของธุรกิจ สิ่งสำคัญคุณจำเป็นต้องหาวิธีการที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณนั้นสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด

ซึ่งด้วยการมาถึงของ Cloud Technology จะสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งความต้องการของพนักงานและเจ้าของธุรกิจไปได้พร้อมๆกัน แน่นอนว่าเราอาจจะเคยได้ยินเรื่องของ Cloud Technology กันมาบ้าง แต่อาจจะยังขาดความเข้าใจกันอยู่ และถ้าหากคุณคิดว่านี่เป็นเพียง Trend ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปละก็ ถึงเวลาที่ต้องคิดอีกครั้งดูแล้วหละ

รูปภาพจาก cloudtp.com

จากการสำรวจของ Gartner (บริษัท Research and Consulting) ได้กล่าวไว้ว่า ภายในปี 2020 นโยบายของบริษัทที่ไม่มีการใช้ Cloud Technology นั้นจะหาได้ยากพอๆกับนโยบายบริษัทที่ไม่มีการใช้ Internet ในปัจจุบัน

ซึ่งทำให้เห็นได้ว่า ปัจจุบัน Cloud Technology ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้น ซึ่งรวมไปถึง Cloud Application และ Cloud Platform ตัวอย่างเช่น E-mail หรือ Online Storage เราก็กำลังใช้ Cloud Infrastructure กันอยู่ โดยบริการต่าง ๆ ที่เราใช้นั้นจะถูกเก็บไว้ที่ Cloud Platform และ Cloud Application มีบริการที่แยกย่อยออกไปอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Computing Machine, Big Data, Machine Learning, Storage เป็นต้น

Cloud Technology

การนำ Cloud Technology มาใช้กับการ Digital Transform ของบริษัทตั้งแต่การวาง Infrastructure ก็จะทำให้สามารถเอื้ออำนวยความสะดวกสบายให้กับพนักงานให้สามารถเพิ่มผลิตภาพ เพื่อนำไปสู่การเพิ่มผลิตผลในการทำงานได้ ซึ่งปัจจัยหลักๆที่ Cloud Technology จะช่วยให้เหล่าพนักงานให้มีคุณภาพชีวิตการทำงานได้ดีขึ้นก็ได้แก่

งานไร้ Office ชีวิตเหมือนติดปีก

Cloud Technology จะช่วยให้ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ใหญ่ กลาง ย่อม ก็สามารถแบ่งปันข้อมูลได้อย่างราบรื่นและทำงานร่วมกันใน Project ต่างๆจากระยะไกลได้ ซึ่งเจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว

รูปภาพจาก Freepik

มีหลายครั้งที่การทำ Project จะถูกกระจายงานอยู่หลายสำนักงานทั่วประเทศหรือทั่วโลก การนำ Project ลงบน Cloud Server ช่วยให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการทำงานในเวลาที่แต่ละคนมีความพร้อม เพื่อที่จะได้ผลิตภาพในการทำงานมากที่สุด อีกทั้งนักพัฒนาหรือพนักงานทั่วไปก็สามารถทำงานร่วมกันได้ไม่ว่าจะทั้งในและนอกประเทศทั่วทุกมุมโลกและยังสมารถติดตาม Process ของงานได้แบบเรียลไทม์

การที่ทุกคนได้แชร์งานกันอย่างอิสระแล้ว การนัดประชุมหรือนัดส่งงานต้นแบบกันที่บริษัทอาจจะลดน้อยลงหรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้ ซึ่งจะเป็นการประหยัดเวลาที่จะสามารถทำให้ Project ประสบความสำเร็จได้ไวขึ้น หรือรวมไปถึงการวิเคราะห์สถิติหรือข้อมูลระหว่างทำ Project ในขึ้นตอนต่างๆก็สามารถทำได้อย่างไม่มีปัญหาด้วยความสามารถพิเศษของ Cloud Technology

งานที่ใช่ มาพร้อมกับอุปกรณ์ที่ชอบ

ตอนนี้พวกเราทุกคนคงมีคอมพิวเตอร์แบบพกพาหรือโน๊ตบุ๊คเป็นอาวุธคู่กายในการทำงานกันอย่างน้อยคนละหนึ่งเครื่องแล้วใช่หรือไม่ ต้องขอขอบคุณแนวคิดที่ว่า Bring Your Own Device หรือที่เรียกกันว่า “นำอุปกรณ์ของคุณมาเลยสิ” ซึ่งหมายถึงแนวโน้มทางเทคโนโลยี ที่พนักงานนำอุปกรณ์พกพาของตัวเองมาที่ที่ทำงาน และใช้อุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อใช้ทรัพยากรที่มีการควบคุมการเข้าถึงของบริษัท เช่น อีเมล ไฟล์เซิร์ฟเวอร์ หรือฐานข้อมูล

ซึ่งจากผลสำรวจของ Avanade (บริษัท IT Solution ที่ก่อตั้งโดย Microsoft) กล่าวไว้ว่า กว่า 90% ของบริษัทชั้นนำ ให้พนักงานใช้อุปกรณ์ของตนเองในการทำงาน และ 73% ของผู้ตอบแบบสำรวจกล่าวว่า การบริหารทรัพยากรทางเทคโนโลยี และ การใช้งานบริการ Cloud ถิอเป็นปัจจัยลำดับต้นๆในการทำงานในแต่ละวันของพวกเขา

90%

บริษัทที่ให้พนักงานใช้อุปกรณ์ของตนเองในการทำงาน

73%

ผู้ตอบแบบสำรวจที่ให้ความสำคัญกับ Cloud

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสของ BYOD นั้นเป็นที่ต้องการของพนักงานมากขึ้น และบริษัทต่างๆก็เห็นว่าเป็นกระแสที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้แล้ว ซึ่งทำให้เกิดการตระหนักถึงความปลอดภัยที่ทำให้การนำ Cloud Technology ที่มีความปลอดภัยสูงเข้ามาช่วยจัดการให้นโยบายนี้สามารถมั่นใจได้มากขึ้นว่าทุกครั้งที่ให้อิสระในการทำงานกับพนักงาน ข้อมูลของบริษัทจะปลอดภัย

รูปภาพจาก Freepik

พนักงานยังสามารถเพิ่มผลิตภาพในการทำงานของตัวเองได้มากยิ่งขึ้น เมื่อได้ลองออกไปทำงานนอกสถานที่บ้าง ทำงานอยู่ที่บ้านบ้าง ไม่เพียงแต่ได้ทำงานจากอุปกรณ์ที่ตัวเองคุ้นเคยซึ่งช่วยให้ทำงานได้อิสระมากขึ้นแล้วเท่านั้น แต่ยังมีความเป็นไปได้พนักงานอาจจะมีการทำงานเพิ่มเติมจากชั่วโมงทำงานปกติ ขณะที่อยู่ที่บ้านของตัวเอง ซึ่งเป็นเวลาพักผ่อนที่จะทำให้ศักยภาพการทำงานดีขึ้นและงานเสร็จไวขึ้น โดยที่ทางบริษัทอาจจะไม่ต้องขอให้ทำด้วยซ้ำ การให้อิสระกับพนักงานเช่นนี้พร้อมทั้งยังสามารถควบคุมงานให้เป็นไปตามแนวทางที่วางไว้ได้ ก็ถือเป็นหนึ่งในประโยชน์ ของ Cloud Technology ที่ห้ามพลาด

ซึ่งสุดท้ายแล้วการทำงานในที่ที่ชอบ ทำงานอุปกรณ์ที่คุ้นเคย ย่อมส่งประโยชน์มาให้ทั้งตัวพนักงานและตัวบริษัทเอง ถือเป็นการเพิ่มผลิตภาพที่ได้ผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ตัวบริษัทก็จะได้งานที่เสร็จเร็วขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น และตัวพนักงานเองก็อาจได้ผลตอบแทนในการทำงานล่วงเวลาขณะอยู่ที่บ้าน หรือขณะพักผ่อนเป็นรางวัลหรือโบนัส และด้วย Cloud Technology  บริษัทก็จะสามารถสามารถมุ่งเน้นที่สิ่งที่พวกเขาทำได้ดีที่สุดและทำได้ดียิ่งขึ้น

ผลิตภาพที่ดี ย่อมมาจากโครงสร้างที่ดีด้วย

การทำ Digital Transformation ให้โครงสร้าง Infrastructure ของบริษัท นั้นอาจจะจำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก เพื่อที่จะรองรับสถานการณ์ต่างๆในเวลาที่บริษัทต้องการ ซึ่งข้อได้เปรียบที่สำคัญของ Cloud Technology คือการให้ธุรกิจสามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดหรือของลูกค้าได้อย่างปัจจุบันทันด่วน และยังมีความยืดหยุ่นต่อการ Scale Up ธุรกิจที่ปรับเปลี่ยนได้ตามปริมาณการใช้งานของทั้งพนักงานและของลูกค้า ซึ่งทำได้ยากถ้าหากยังคงใช้เพียงแค่ On-Premises อยู่

รูปภาพจาก Freepik

และด้วยโครงสร้าง Infrastructure แบบ On Cloud แบบนี้แล้ว ทั้งพนักงานและลูกค้าก็สามารถอุ่นใจได้เลยว่า งานหรือ Project ที่ทำไว้บน Cloud เหล่านั้นจะปลอดภัยได้ แม้ในช่วงที่เกิดภัยพิบัติ โดยข้อมูลเหล่านั้นจะสามารถเรียกคืนกลับมาได้อย่างง่ายดายและครบถ้วน ด้วยการสำรองข้อมูลและการจัดการกับความเสี่ยงต่อการสูญหายได้อย่างสมบูรณ์แบบของ Cloud Platform ซึ่งจะทำงานและ Project ต่างๆสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นและไม่ได้ทำให้ผลิตภาพในการทำงานของพนักงานนั้นลดลงเลย

Logo-G-Staffio-300x75

ในองค์กรขนาดใหญ่อย่าง G-ABLE ก็ได้มีการนำ Cloud Technology  มาใช้งานในบริษัทมาได้นานพอสมควร ซึ่งการใช้งานในรูปแบบของ Cloud Application อย่าง การออกโซลูชันที่ใช้ในการจัดการทรัพยากรบุคคลในองค์กร ชื่อว่า Staffio

ซึ่ง Staffio จะช่วยลดงานเอกสารไม่ว่าจะเป็นการคิดเงินเดือนของพนักงานแต่ละคน เช็ควันขาดลามาสาย ซึ่งเป็นภาระงานที่ยุ่งยากและเสียเวลาของฝ่าย HR แต่พอมีระบบเข้ามาช่วย HR ก็มีเวลาไปพัฒนาทรัพยากรบุคคลในเรื่องอื่นๆได้ ไม่ว่าจะเป็นจัดอบรม พัฒนาด้านสวัสดิการต่างๆให้พนักงาน

แน่นอนวาการนำเทคโนโลยี Cloud มาใช้นั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องที่หลายคนถนัดนัก ไม่ว่าอาจจะด้วยความไม่พร้อมทางด้านบุคคลากรหรืองบประมาณที่จะทำ Cloud Server เป็นของตัวเอง หรือต้องการผู้เชี่ยวชาญด้าน Cloud Solution แล้วละก็

Microsoft จึงได้ก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ Cloud Platform ที่มีความมั่นคงและปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆ ซึ่ง Microsoft Azure Cloud มีความหลากหลายที่จะสามารถยืดหยุ่นและปรับใช้ได้กับธุรกิจหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการที่เก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การสำรองข้อมูล การอำนวยความสะดวกในการถึงถึงข้อมูลในรูปแบบต่างๆ

แต่ละธุรกิจอาจจะมีการพัฒนาผลิตภาพของพนักงานในแนวทางที่แตกต่างกัน ซึ่งการที่รู้จักธุรกิจของตัวเองเป็นอย่างดีแล้วนั้นจะช่วยให้สามารถทำการ Digital Transform ธุรกิจให้มีความนำสมัยไปพร้อมกันด้วย Cloud Technology ซึ่งถ้าหากคุณต้องการที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างประสิทธิภาพใน บริษัทของคุณโดยใช้ Cloud Solution แล้วละก็ ลองอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่….

Learn More



Top