Zero Data Loss Recovery Appliance ลดการสูญเสีย-เรียกคืนได้ทันที

Zero Data Loss Recovery Appliance ลดการสูญเสีย-เรียกคืนได้ทันที

การปกป้องข้อมูลในปัจจุบันไม่สามารถตอบรับกับความต้องการในระบบฐานข้อมูลที่มีความสำคัญ โดยข้อมูลที่มีการสูญหายมักเกิดจากการกู้คืนข้อมูลไม่ครบถ้วน ซึ่งเกิดจากปริมาณข้อมูลที่มีขนาดใหญ่มากในการทำสำรองข้อมูลของเครื่องแม่ข่ายและไม่สามารถทำการกู้คืนในระดับฐานข้อมูลได้ทันตามช่วงเวลาที่กำหนด รวมไปถึงไม่ครอบคลุมในกรณีที่มีการขยายระบบหรือปริมาณข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น

เป้าหมายของการปกป้องฐานข้อมูลมองได้ 2 มุม คือ

เป้าหมายทางธุรกิจ

  • ต้องไม่เกิดการสูญหายของข้อมูลทางธุรกิจ
  • ต้องไม่กระทบกับแอปพลิเคชันทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก

เป้าหมายทางไอที

  • การมั่นใจในกู้คืนข้อมูลในฐานข้อมูลได้
  • สามารถจัดการกับฐานข้อมูลที่มีการบริหารจัดการโดยรวม

 

ปัญหาหลักของการปกป้องฐานข้อมูลมักเกิดจาก

  • วิธีการ Backup และ Recovery มักใช้เวลาในช่วงกลางคืนที่ยาวนาน ในขณะที่ข้อมูลมีการสูญหายในทุกครั้งที่ทำการ
    Restore
  • เกิดค่าใช้จ่ายในการทำ Backup ของเครื่อง Production Server และผลกระทบต่อระบบเน็ตเวิร์คเมื่อมีการ Backup Restore สำหรับ Database
  •  แม้ว่าจะมีการเพิ่มชั่วโมง Backup (Backup Window) ในขณะที่ฐานข้อมูลมีการขยายพื้นที่ของข้อมูลตลอดเวลา
    (Data Growth)
  •  เครื่อง Backup Appliance สามารถขยายระบบ Backup จาก 100 Databases มาเป็น 1,000 Databases

ZDLRA

ZDLRA

รูปประกอบจาก : http://s5.51cto.com

จากปัญหาที่กล่าวมา ทางออราเคิลได้พัฒนาเทคโนโลยีการสำรองข้อมูลที่ถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ คือ Zero Data Loss Recovery Appliance หรือ ZDLRA สามารถตอบรับกับความต้องการของการสำรองข้อมูลของฐานข้อมูลออราเคิล (Backup Oracle Database) ซึ่งช่วยทำให้ลดการสูญเสียข้อมูล (Data Loss) ในกรณีที่ต้องการกู้คืนข้อมูลหรือเกิดเหตุฉุกเฉินที่ระบบไม่สามารถทำงานได้ และสามารถเรียกคืนฐานข้อมูลออราเคิล (Database Recovery) ได้ทันที

รูปแบบของการแก้ปัญหามีดังนี้

  • ลดการสูญหายข้อมูล (Eliminate Data Loss)
  • ลดผลกระทบต่อการสำรองข้อมูล (Minimal Impact Backup)
  • สามารถกู้คืนข้อมูลในระดับฐานข้อมูลได้ (Database Level Recoverability)
  • สามารถรองรับการขยายได้ทั้งแบบ Private Cloud และ Public Cloud (Cloud Scale Protection)

 

สำหรับสถาปัตยกรรมของ Zero Data Loss Recovery Appliance หรือ ZDLRA สามารถนำไปใช้งานร่วมกับฐานข้อมูลออราเคิล Oracle Database Version 10.2 – 12c ที่ใช้ได้กับทุกระบบปฏิบัติการ (Operating System) รองรับกับฐานข้อมูลและไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม

Oracle Database Version 10.2 – 12c

ZDLRA ร่วมกับฐานข้อมูลออราเคิล Oracle Database Version 10.2 – 12c ได้กับทุกระบบปฏิบัติการ

รูปประกอบจาก : https://oracle-base.com

โดยรูปแบบการสำรองข้อมูลหรือ “ Delta Push” นั้น เมื่อใดที่ Database มีการใช้งานและมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล กลุ่ม Database เหล่านี้จะทำการส่งข้อมูลไปให้กับ ZDLRA เพื่อเป็นการสำรองข้อมูล และเมื่อใดที่มีการทำ Transaction แบบ Real-Time ก็สามารถทำการบันทึกหรือสำรองข้อมูลไปยัง ZDLRA ได้เช่นเดียวกัน

ZDLRA (Recovery Appliance)

ZDLRA : Recovery Appliance

รูปประกอบจาก : slidesharecdn.com

ในส่วนของ ZDLRA มีองค์ประกอบต่างๆ ที่ช่วยส่งเสริมให้สามารถทำการสำรองข้อมูลได้อย่างง่ายดาย องค์ประกอบที่กล่าวถึงคือ การเชื่อมต่อของ ZDLRA (Recovery Appliance) กับกลุ่มฐานข้อมูลสามารถติดต่อกันได้หลายช่องทาง คือ ผ่านทาง RMAN จากต้นทางที่เป็น Database Version 10.2 สำหรับ Database Version 11g ขึ้นไปสามารถผ่านช่องทางของการทำ Real-Time Redo Transport พร้อมกับมีระบบตรวจสอบความถูกต้องแบบ End-to-End Data Validation

Real-time Redo Transport

Real-time Redo Transport

รูปประกอบจาก : oracle.com

เพราะภายในตัวของ Recovery Appliance รู้จักกับรูปแบบ Database Block Format ที่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในระดับ Database สามารถผ่านช่องทางของการทำ Real-Time Redo Transport ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับ Oracle Data Guard พร้อมกับมีระบบตรวจสอบความถูกต้องแบบ End-to-End Data Validation

Zero data loss recovery appliance

Zero Data Loss Recovery Appliance

รูปประกอบจาก : techtalkthai.com

เพราะภายในตัวของ Recovery Appliance รู้จักกับรูปแบบ Database Block Format ที่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในระดับ Database สามารถผ่านช่องทางของการทำ Real-Time Redo Transport ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับ Oracle Data Guard พร้อมกับมีระบบตรวจสอบความถูกต้องแบบ End-to-End Data Validation เพราะภายในตัวของ Recovery Appliance รู้จักกับรูปแบบ Database Block Format ที่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในระดับ Database

Protected databases

Protected Databases

รูปประกอบจาก : techtalkthai.com

สำหรับการทำงาน Database Operations ส่วนใหญ่ทำงานตลอดเวลา แต่ระบบสำรองข้อมูลทั่วๆ ไปยังต้องมีการขอช่วงเวลาในการสำรองข้อมูล นั่นหมายถึงการขอใช้ Backup Windows ซึ่งกระทบกับระบบงานหลักที่ทำอยู่ และช่วงเวลาในการสำรองข้อมูลอาจจะทำไม่ทันกับช่วงเวลาที่ต้องการทำ Report และ Batch Workloads ในกรณีที่ข้อมูลมีการขยายพื้นที่ขึ้น ช่วงเวลาของ Backup Windows ก็มีขนาดเท่าเดิมหรืออาจจะปรับมากขึ้นได้

ระบบการสำรองข้อมูลแบบ Disk-Base มักมีผลกระทบต่อระบบงานหลัก โดยส่วนใหญ่เกิดจากปริมาณข้อมูลที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น ซึ่งมีจุดที่น่าสนใจ คือ

  • Deduplication Appliance ส่วนใหญ่มักต้องทำการสำรองข้อมูลแบบเต็มรูปแบบเป็นระยะๆ ซึ่งรูปแบบการอ่านฐานข้อมูลมีผลต่อระบบstorage, ระบบเซิร์ฟเวอร์และระบบเน็ตเวิร์ค

Third-Party Deduplicating Appliance

Full Backups to a Third-Party Deduplicating Appliance

รูปประกอบจาก : oracle.com

  • เมื่อมีการทำ Deduplication ที่ต้นทางเพื่อลดผลกระทบต่อระบบเน็ตเวิร์ค แต่กลับมีผลต่อการใช้ CPU/Memory ที่สูงขึ้น
  • ในช่วงการกู้คืนข้อมูล (Recovery Phase) ข้อมูลที่มีการทำ Incremental Backup ต้องนำมารวมไว้ด้วยกันเพื่อคืนข้อมูลก่อนที่จะทำการเปิดฐานข้อมูลมาใช้งาน

เป้าหมายถัดไปของการออกแบบ Recovery Appliance ก็คือการลดกระบวนการ Backup บนเครื่อง Production Database ให้เกิดน้อยที่สุด โดยการส่งข้อมูลที่เกิดการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น (Transmitting Only The Change Data) นั่นถือว่าสามารถให้บริการกับ Database ที่มีความสำคัญให้ทำงานได้อย่างเต็มที่

Recovery Appliance ได้มีการพัฒนารูปแบบการทำ Backup แบบ Incremental-Forever Backup ที่สามารถลดผลกระทบต่อระบบฐานข้อมูลหลักได้เป็นอย่างดี โดยลักษณะที่กล่าวถึงมีการใช้ 2 เทคโนโลยี คือ Delta Push และ Delta Store

Delta Push เป็นรูปแบบของการปกป้องฐานข้อมูลด้วยการส่งแบบ Incremental Backup เฉพาะที่มีการเปลี่ยนแปลงเท่านั้นไปยัง Recovery Appliance ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องกลับไปทำ Full Backup ทกครั้ง

Delta Push_Incremental ForeverDelta Push : Incremental Forever

รูปประกอบจาก : slidesharecdn.com

สำหรับ Delta Push ที่รู้จักในนามของ Incremental Forever คือหลังจากที่มีการทำ Full Backup เพียงครั้งเดียว รวมทั้งมีการทำ Incremental Backup ก็สามารถนำข้อมูลที่ได้ไปใช้เป็นระบบ Production ได้

ผลของการใช้ Delta Push สามารถปรับการใช้งานได้กับเครื่องต้นทาง Source-Site Deduplication ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลของการเปลี่ยนแปลงฐานข้อมูลในระดับ Blocks ของเครื่อง Production Database คือรูปแบบการบ่งชี้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการ ใช้ RMAN Block Change Tracking เพื่อเป็นการลดการอ่านข้อมูลที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล

Delta Store เปรียบเสมือน สมอง (Brains) ของ Recovery Appliance ในรูปแบบของซอฟต์แวร์ด้วยการตรวจสอบข้อมูลที่ถูกนำส่งเข้ามาของ Data Blocks ที่มีการเปลี่ยนแปลงและมีการบีบอัด (Compress) ข้อมูล และจัดทำ Index ไว้ในชุดของ Delta Store ที่สามารถนำข้อมูลนี้ไปเป็นพื้นฐานให้กับการทำ Virtual Full Database Backups ที่สามารถทำพื้นที่จัดเก็บได้มากถึง 10 เท่าของพื้นที่ที่มีอยู่ โดยรูปแบบของการกู้คืนสามารถกระทำได้ผ่านทาง Delta Store ที่มีการสร้างชุด Full Backup ขึ้นมาใหม่ตามที่ต้องการและอ้างอิงตามการใช้ชุด Incremental ที่ต้องการขั้นตอนของการกู้คืนข้อมูลสามารถรองรับการขยายพื้นที่และมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นภายใต้สถาปัตยกรรมของ Recovery Appliance

Delta Push

Delta Push

รูปประกอบจาก : oracle.com

คุณสมบัติของ Real-Time Redo Transport และ Delta Push สามารถปกป้อง Database ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดการข้อมูลที่เกิดการเปลี่ยนแปลงให้ทำการส่งข้อมูลชุดเหล่านี้ไปยัง Recovery Appliance สำหรับกระบวนการ Backup / Restore รวมไปถึง Tape Backup สามารถจัดการได้โดย Recovery Appliance

รูปแบบการนำไปใช้งานของRecovery Appliance Configuration

สำหรับ Recovery Appliance สามารถนำเสนอ ได้ 2 รูปแบบ คือ Base Rack และ Full Rack โดยชุด Base Rack ประกอบด้วย 2 Compute Servers และ 3 Storage Servers ที่มีการเชื่อมต่อภายในด้วยความเร็วสูงของ InfiniBand ที่มีความเร็ว 40Gb/sec และ รองรับข้อมูลที่ต้องการ Backup ได้ถึง 94TB

หากต้องการขยายเพิ่มจาก Base Rack สามารถทำได้ด้วยการเพิ่ม Storage Servers ได้สูงสุดถึง 18 Storage Servers ให้อยู่ภายใต้ Rack เดียวกันและความจุของพื้นที่ที่สามารถ Backup ได้คือ 580TB [Virtual Full Backup ได้ถึง 5.8PB (Petabytes)] ความเร็วในการทำ Virtual Full Backup ทำได้ถึง 120TB ต่อชั่วโมง ความเร็วในการ Restore ทำได้ 12TB ต่อชั่วโมง หากต้องการขยายสามารถเพิ่มเป็น 18 Full Racks เชื่อมต่อกันเป็นระบบเดียวกัน ได้ความจุ Backup ถึง 10PB ( Virtual Full Backup ได้ถึง 100 Petabytes) ความเร็วในการทำ Virtual Full Backup ทำได้ถึง 2PB ต่อชั่วโมงความเร็วในการ Restore ทำได้ 216TB ต่อชั่วโมง

Oracle Enterprise Manager

Oracle Enterprise Manager

รูปประกอบจาก : oracle.com

สำหรับรูปแบบการบริหารจัดการ Recovery Appliance ทำได้โดยใช้ Oracle Enterprise Manager ที่สามารถจัดการไปแบบ End-to-End ของ Data Protection Lifecycle โดยเริ่มจากการทำ Backup ด้วย RMAN แล้วนำข้อมูลไปเก็บที่ Disk, Tape และ/หรือ Replicate ไปยัง Recovery Appliance อีกชุด โดยชุดข้อมูลทั้งหมดสามารถบริหารจัดการผ่าน Recovery Appliance Catalog รวมไปถึง Oracle Enterprise Manager สามารถบริหารจัดการ Recovery Appliance ที่เข้าไปดูได้ถึง Performance, Throughput ของ CPU, Memory และปริมาณ IOPs

สรุป

Oracle’s Zero Data Loss Recovery Appliance สามารถใช้ได้งานได้ดีกับการปกป้องฐานข้อมูลของ Oracle Database ที่มี Version 10.2 ถึง 12c และมีประโยชน์ที่สามารถนำไปต่อยอดกับระบบ Critical Database ได้เป็นอย่างดี โดยช่วยลดปริมาณการสูญหายของข้อมูล (Eliminates Data Loss), ป้องกันข้อมูลผิดพลาดจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่ทำให้ระบบทำงานไม่ได้ (Protects Data from Disasters), ลดผลกระทบที่มีต่อระบบงานหลัก (Eliminates Production Impact), Offloads Tape Archival, รองรับการ Restore แบบ Point-in-Time ซึ่งช่วยให้ การสำรองข้อมูลมีประสิทธิภาพขึ้น

อ้างอิง

G-Magazine vol.46 : column Tech&Trend



Top