7 จุดสำคัญเพื่อวางแผน BCP พาธุรกิจพ้นวิกฤตโคโรน่า (COVID-19)

7 จุดสำคัญเพื่อวางแผน BCP พาธุรกิจพ้นวิกฤตโคโรน่า (COVID-19)


Highlights

  • วิกฤตไวรัส COVID- 19 ถือเป็นความท้าทายที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของเราไปอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กระทบทั้งสุขภาพกายและจิตใจ บริษัทจึงควรมี Guideline เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้
  • เมื่อเชื้อไวรัสยังระบาดอยู่ในวงกว้าง บริษัทจึงควรเร่งตรวจสอบแหล่งที่มาของ Supply Chain ที่อาจอยู่ในแหล่งระบาดของเชื้อไวรัส (ทั้ง Tier 1, 2 และ 3) พร้อมจัดการ Stock และ Supplier เพื่อให้อุปทานสอดคล้องไปกับอุปสงค์ที่เปลี่ยนไป
  • พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปมากในช่วงวิกฤตไวรัส COVID-19 เช่น การเติบโตของ Delivery หรือการขายสินค้าออนไลน์ บริษัทจึงต้องทำความเข้าใจลูกค้าให้ลึกซึ้งและปรับตัวตาม
  • บริษัทควรมีส่วนร่วมไปกับสังคมเพื่อที่จะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ซึ่ง Contribution ส่วนนี้จะช่วยสร้างแบรนด์ให้ยั่งยืนในใจผู้บริโภคได้

ไวรัสร้ายภัยคุกคามโลก “COVID-19” ที่กำลังแพร่ระบาดหลายประเทศทั่วโลกนี้ กำลังขยายเป็นวงกว้างด้วยจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้ออย่างเป็นทางการที่พุ่งเกินแสนชีวิต ไปเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ส่งผลกระทบไปหลายภาคส่วน ทั้งยังมีผลกระทบที่กระจายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆต่อเศรษฐกิจโลก คำถามสำคัญที่ตามมาคือ แต่ละองค์กรจะต้องเตรียมแผนรับมือเพื่อป้องกันหรือประคองธุรกิจ และจัดทำ Business Continuity Plan (BCP) ได้อย่างไรบ้าง?

นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาของความหวาดกลัวและตื่นตระหนก แต่เป็นช่วงเวลาเราที่ต้องเปิดรับ รู้ทันข่าวสาร พร้อมศึกษาจากตัวอย่างรอบตัวและนำมาปรับใช้ G-ABLE จึงได้ติดตามสถานกาณ์อย่างใกล้ชิด และได้ศึกษาบทความ COVID-19: Implications for business จากทาง McKinsey ซึ่งประกอบไปด้วยหลายประเด็นน่าสนใจ จึงขอนำมาสรุปเพื่อเป็นแนวทางช่วยให้กับผู้นำองค์กร และ Business Leaders ได้เห็นมุมมองต่อสถานการณ์การณ์ที่ยังคงทวีความเข้มข้นรุนแรงอย่างต่อเนื่องนี้ เพื่อให้ทุกท่านเตรียมจัดทำในแผนประคองกิจการฝ่าวิกฤตนี้ไปได้อย่างทันท่วงที

7 เรื่องสำคัญในแผน BCP ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงกับทุกธุรกิจ
Seven actions can help businesses of all kinds.

1.ปกป้องพนักงานของคุณ
วิกฤตไวรัสโควิด 19 ถือเป็นความท้าทายที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของเราไปอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กระทบทั้งเรื่องสุขภาพกายและจิตใจ บริษัทควรมี Guideline เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ หลายๆบริษัทเองก็ได้ทำการประเมินและเปรียบเทียบนโยบายที่ใช้รับมือกับโรคระบาดเพื่อให้ได้มาซึ่งนโยบายที่สมบูรณ์และถูกต้องให้กับพนักงาน และบริษัทควรต้องสื่อสารเรื่องนี้กับคนในองค์กรอย่างละเอียดถี่ถ้วนและสม่ำเสมอ (อ่านมาตราการรับมือในองค์กรจากองค์การอนามัยโลกได้ที่นี่)

2. สร้างทีมพิเศษเพื่อรายงานสถานการณ์ตรง
สร้างทีมพิเศษเกาะติดสถานการณ์ไวรัสอย่างใกล้ชิด เพื่อรายงานตรงกับผู้บริหาร เช่น CEO โดยเลือกคนจากหลายหน่วยงานเข้ามาดูแล จัดทำ Workstream เพื่อมารองรับดูแลหลายๆด้าน ได้แก่
A) สุขภาพความเป็นอยู่ของพนักงานและสวัสดิการต่างๆ
B) ทดสอบภาวะวิกฤตทางการเงิน (Financial Stress-Testing) และวางแผนฉุกเฉินรับมือเหตุการณ์วิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้น
C) บริหารความเสี่ยงและติดตามประเมินผลใน Supply Chain
D) วางแผนการตลาด/การขายเพื่อรับมือหากอุปสงค์ของตลาดเปลี่ยนไปโดยไม่คาดคิด (Demand Shock)

3. ตรวจสอบสภาพคล่องทางการเงินของธุรกิจ
ควรลองสร้าง scenario ทางการเงินหลายๆแบบ และทำแบบจำลองทางการเงิน (Financial Model) สำรวจ cash flow, P&L, balance sheet ตรวจสอบหา Trigger ที่อาจทำให้ธุรกิจขาดสภาพคล่องทางการเงิน วิเคราะห์ Trigger เหล่านั้นเพื่อสร้างความมั่นใจว่าบริษัทจะมีกระแสเงินสดเพื่อพยุงบริษัทไปได้จนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุด

4. สร้างสเถียรภาพให้กับ Supply Chain
ตรวจสอบแหล่งที่มาของ Supply Chain ที่อาจอยู่ในแหล่งแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส (ทั้ง Tier 1, 2 และ 3) บริหาร Stock และ Supplier เพื่อให้อุปทานสอดคล้องไปกับอุปสงค์ที่เปลี่ยนไป โดยจะต้องคิดเผื่อไปจนถึงระยะยาวด้วย เช่น การขนส่งสินค้า, การเป็น Top Priority หรือเป็นลูกค้ารายแรกๆของ Supplier, หรือการเริ่มหา Supplier สำรองหรือรายใหม่ๆ

5. เข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง
บริษัทที่ปรับตัวกับ Disruption ได้จะสามารถรับมือกับเหตุการณ์นี้ได้ดีกว่า (เพราะมักจะเป็นบริษัทที่เข้าใจ Core Customer Segment อย่างชัดเจน และสามารถคาดเดาพฤติกรรมของลูกค้าได้) บริษัทต้องทำความเข้าใจลูกค้าให้ลึกซึ้ง โดยพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปมากในช่วงวิกฤตไวรัส COVID-19 เช่น การเติบโตของ Delivery หรือการขายสินค้าออนไลน์ บริษัทเองก็ต้องปรับตัวตามไปด้วย การทำงานแบบสถานการณ์ปกติอาจใช้ไม่ได้ผลในช่วงนี้

6. นำแผนการมาปฏิบัติ
บริษัทส่วนใหญ่มักไม่ได้ลงทุนเวลาให้กับการวางแผนรับมือ Disruption จนกว่าจะตกอยู่ในสถานการ์จริง บริษัทจึงควรวางแผนล่วงหน้า และวางแผนออกมาหลายๆ Scenario รวมถึงกำหนดทีมทำงาน ผู้มีส่วนในการตัดสินใจ และต้องมีการสื่อสารในองค์กรล่วงหน้าให้คนเข้าใจถึง Protocol ต่างๆ

7.แสดงเจตจำนงค์เพื่อสังคมของแบรนด์ให้เห็นชัดเจน
ธุรกิจจะแข็งแรงเติบโตอย่างยั่งยืนเมื่อสามารถสร้างให้ Community โดยรอบโตไปพร้อมกันได้ บริษัทจึงควรมีส่วนร่วมไปกับชุมชนเพื่อผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน เช่น การบริจาคเงิน, อุปกรณ์จำเป็นต่างๆ, หรือความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ให้กับสังคมเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งส่วนนี้จะช่วยสร้างแบรนด์ให้ยั่งยืนในใจผู้บริโภคได้

แม้เราจะยังมองไม่เห็นจุดจบปลายทางที่ชัดเจนของวิกฤตการณ์ไวรัส COVID-19 แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนแน่นอนคือวิกฤตความสูญเสียมากมายต่อมนุษยชาติ บริษัทจึงมีความจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องดูแลและปกป้องพนักงานอย่างฉับพลันทันที ทำการประเมินและบริหารความเสี่ยง และวางกลยุทธ์รับมือกับความท้าทายทางธุรกิจ เพื่อช่วยกันทำให้วิกฤตในครั้งนี้ลดระดับเบาบางลงได้ในทางใดทางหนึ่ง

G-Able ขอส่งต่อบทความที่มีประโยชน์นี้ให้กับผู้บริหาร และทีมทำงานในองค์กรที่ต้องเริ่มวางแผนในระยะยาวเพื่อรับมือกับภัยคุกคามโลกในครั้งนี้อย่างถ้วนหน้า เพื่อให้ทุกท่านได้ตัดสินใจวางแผนและลดความตื่นตระหนกให้กับองค์กร พร้อมร่วมกันฝ่าวิกฤต Disruption ในครั้งนี้ไปพร้อมกัน

 

G-ABLE พร้อมให้บริการและคำปรึกษาให้ทุกธุรกิจ
เพื่อเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Contact G-Able

02-781-9333 หรือ inquiry@g-able.com



Top