G-able ร่วมมือกับ MAT บรรยายพิเศษให้กับสมาชิก The CMO Academy รุ่นที่ 5

G-able ร่วมมือกับ MAT บรรยายพิเศษให้กับสมาชิก The CMO Academy รุ่นที่ 5

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา คุณปณต กาญจนศูนย์ หัวหน้าแผนกการตลาด และ ดร.ศิษฏพงศ์ เศรษฐบุตร หัวหน้าแผนก Data Analytic ของ G-able ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษให้กับ สมาชิก The CMO Academy รุ่นที่ 5 ในหัวข้อเรื่อง “Game Changing Innovation” Tech that will Change Marketing World ณ โรงแรมเรเนซองส์ ราชประสงค์

The CMO Academy รุ่นที่ 5 (CMO#5) เป็นหลักสูตรที่สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เป็นผู้กำหนดจัดขึ้น ซึ่งเป็นหลักสูตร Flagship ที่โดดเด่นของทางสมาคมฯ จุดเด่นของหลักสูตร คือ เป็นการเรียนรู้ผ่านการแบ่งปันประสบการณ์ และองค์ความรู้จากวิทยากรชั้นแนวหน้า ซึ่งล้วนเป็นผู้บริหารระดับสูง และสุดยอดนักการตลาดจากองค์กรชั้นนำของเมืองไทย ที่มีความเชี่ยวชาญพร้อมประสบการณ์หลากหลาย

Game Changing Innovation

โดยคุณปณต ได้แชร์ความรู้เกี่ยวกับ Modern Marketing ใน 4 ประเด็นสำคัญดังนี้ The Rise The Superstition The Strategy และ The Impact

The Rise

ในหัวข้อแรกนี้ คุณปณตได้พูดถึงการเติบโตของ Digital Marketing ที่ได้เติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็วว่า

“คนที่ตัดสินใจซื้อเทคโนโลยีมาใช้ในยุคปัจจุบันนี้คือ Marketer ไม่ใช่ CIO แล้ว จึงเป็นการเกิดขึ้นของ CMTO (Chief Marketing Technology Officer) รวมไปถึงการเกิดขึ้นของ Marketing Landscape ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุก ๆ ปี ซึ่งทุกกลุ่มธุรกิจจำเป็นที่จะต้องปรับตัวตามให้ทัน เพราะถ้าไม่เริ่มปรับตัวตั้งแต่ช่วงแรก ๆ จะทำให้ปรับตัวยากขึ้น”

“Digital Marketing ที่เราเห็นในปัจจุบันนี้ยังผิวเผินมาก และการทำ Digital Marketing ในไทยเองก็ใช้เทคโนโลยีเพียง 10% ของทั้งหมด ซึ่งด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันนี้ทำให้ Marketer มีโอกาสในการเติบโตสูงและทักษะที่ใช้ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไป” คุณปณตเสริม

คุณปณต กาญจนศูนย์ หัวหน้าแผนกการตลาดและดิจิทัลโซลูชัน กลุ่มบริษัทจีเอเบิล

The Superstition

ในหัวข้อที่สองคุณปณต กล่าวถึงการเข้าใจแบบผิด ๆ ที่ในอดีตคนส่วนใหญ่เคยเข้าใจเกี่ยวกับ Digital Marketing ว่า “Digital Marketing เคยถูกมองว่าเป็นแค่ทางเลือกในการทำการตลาดและคิดว่าการทำ Digital Marketing นั้นถูก แต่ในความเป็นจริงแล้วอาจจะแพงกว่าการทำการตลาดแบบทั่วไปด้วยซ้ำ”

ซึ่งคุณปณตได้เน้นย้ำอีกว่า Digital Marketing นั้นไม่ใช่แค่เรื่องมือที่เป็นกระแสนิยมหรือเรื่องเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เพราะว่าตัว Digital Maketing สามารถทำให้เกิดหลักการสำคัญในการทำการตลาดขึ้นได้ ซึ่งมีทั้งหมด 5 หลักการคือ

  1. Measurable การทำการตลาดในยุคดิจิทัล ถ้าองค์กรสามารถวัดผลที่เกิดขึ้นได้ จะทำให้สามารถจัดการและหาแนวทางแก้ไขเพื่อช่วยเพิ่มยอดขายและขยายกิจการได้
  2. Automatable ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ นักการตลาดสามารถตั้งค่าและควบคุมเครื่องมือให้ดำเนินการได้เอง ซึ่งส่งผลให้ใช้คนในการทำงานน้อยลงแต่ได้ผลลัพธ์ที่มากขึ้น
  3. Scalable หากเกิด Automation ขึ้นในองค์กร ก็จะสามารถขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้นได้เช่นกัน
  4. Real-time การทำการตลาดยุคดิจิทัลนั้นเป็นแบบ Real-time ทำให้รู้ผลได้ทันทีว่าได้ Conversion เท่าไหร่ หรือ ยอดขายเท่าไหร่ ซึ่งจะแตกต่างจากสมัยก่อนที่จะรู้ผลหลังจากจบแคมเปญแล้ว
  5. Actionable วัตถุประสงค์ของการทำการตลาดในยุคดิจิทัลไม่ควรทำเพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้าเพียงอย่างเดียว แต่ควรส่งผลให้เกิดยอดขายด้วย

The Strategy

ในส่วนนี้คุณปณตได้ตั้งคำถามให้ผู้ฟังคิดตามว่า การที่จะให้ Digital นั้นเหมาะสำหรับทุกคนจริงหรือไม่? โดยคุณปณตได้ยกตัวอย่างการใช้ Machine ที่เข้ามามีส่วนร่วมกับการทำธุรกิจ ซึ่งแสดงให้เห็นได้จากกราฟว่า ในบางครั้งการใช้เทคโนโลยีอาจไม่จำเป็นสำหรับกลุ่มธุรกิจที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก เพราะจะเป็นการสิ้นเปลืองและไม่เกิดประโยชน์สูงสุด

คุณปณตยังได้พูดถึงการเลือกใช้สื่อสำหรับการทำการตลาดอีกด้วยว่า ในยุคนี้ที่สื่อแบบ Paid Media แพงขึ้นเรื่อย ๆ เราจึงควรมีกลยุทธ์ในการเลือกใช้สื่ออย่างสมดุลและพยายามไม่พึ่งพา Paid Media จนเกินไปเพราะสุดท้ายแล้ว Impact ที่ได้จาก Owned Media จะมีมากกว่านั้นเอง

The Impact

ในการที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อการทำธุรกิจหรือ Impact คุณปณตได้กล่าวว่า การทำ Digital Marketing ควรเป็นไปตามขั้นตอนเพื่อให้เกิดการทำ Marketing แบบองค์รวม ดังนี้

และการทำ Digital Marketing ก็จำเป็นต้องส่งเสริมเส้นทางการเดินทางของผู้บริโภค หรือ Customer Journey ที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต ให้เกิดเป็น Loyalty Loop เพื่อสร้าง Impact ให้กับธุรกิจ

Big Data and Analytic

ในส่วนต่อมา ดร.ศิษฏพงศ์ ได้มาแชร์ความรู้เกี่ยวกับการทำ Big Data and Analytic โดยดร.ศิษฏพงศ์ให้คำแนะนำว่า “การสร้าง Innovation ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแนวคิด เปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน โดยมี Enterprise Knowledge Stream ที่ทำให้ผลงานต่าง ๆ ของคนในองค์กรจะถูกทำเป็นรูปแบบดิจิทัล เพื่อพร้อมใช้ในการ Analytics ผ่านการสร้าง Center of Excellent คือทีมงานที่ประกอบไปด้วยคนที่มีศักยภาพ ที่เข้ามาเปลี่ยนข้อมูลดิบให้กลายเป็น Insight”

ดร.ศิษฏพงศ์ เศรษฐภัทร Head of Big Data and Analytics กลุ่มบริษัทจีเอเบิล

ดร.ศิษฏพงศ์ยังกล่าวต่ออีกว่า “Big Data นั้นจะทำให้ศักยภาพในการทำงานขององค์กรดีขึ้นใช่หรือไม่ คำตอบจริง ๆ แล้วคือไม่ใช่ แต่ Big Data จะเน้นช่วยให้เราวิเคราะห์ Process ของการทำงานว่าอะไรต้องลด ต้องเพิ่ม ซึ่งถือว่าเป็นส่วนช่วยให้เราปรับปรุงและพัฒนา Business Flow มากกว่า”

Big Data กับหลัก 3 Vs

ดร.ศิษฏพงศ์กล่าวว่าในการที่จะนำ Big Data ไปใช้งานนั้นต้องตั้งคำถามกับองค์กรให้ได้ว่า ตามหลัก 3 Vs ของข้อมูลนั้น เรามีโจทย์ไหนที่จำเป็นต้องใช้ Big Data จริงๆ บ้าง ได้แก่

  • โจทย์ของ Volume คือมีปริมาณข้อมูลมากเกินไป ทำให้โหลดไม่ได้ แสดงออกมาให้ดูไม่ได้
  • โจทย์ของ Velocity คือความเร็วของข้อมูล ถ้าต้องการตอนนี้ แบบทันทีทันใด แต่ทำให้ไม่ได้
  • โจทย์ของ Variety คือการที่องค์กรมีระบบหลากหลาย ต่าง Platform ต่างเวอร์ชัน แล้วรวมกันไม่ได้

ดร.ศิษฏพงศ์กล่าวว่าในการทำ Big Data นั้น ต้องมอง Process ในการใช้เป็นหลัก ซึ่งจะต้องเป็น Process ที่ทำให้เกิด Value ทางธุรกิจที่ไม่ว่าจะเป็น การหาแหล่งรายได้ใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำแคมเปญการตลาด การเพิ่มผลิตผลในองค์กร และ การสร้างความยั่งยืนเป็นต้น

ซึ่งการใช้ Big Data Analytics กับ Customer Journey ก็มีส่วนสำคัญที่จะมาเติมเต็มส่วนที่หายไปบน Customer Journey คือประสบการณ์ในส่วนของ Purchase Point และ Gain Production ที่ในปัจจุบันนักการตลาดพยายามที่จะใช้เทคโนโลยี IoT เข้ามาช่วยในเก็บเก็บข้อมูลประสบการณ์ในการใช้งานสินค้าของลูกค้า เพื่อที่จะได้สามารถนำไปวิเคราะห์ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

คุณปณต กาญจนศูนย์ หัวหน้าแผนกการตลาดและดิจิทัลโซลูชัน (ซ้าย) ดร.ศิษฏพงศ์ เศรษฐภัทร Head of Big Data and Analytics (ขวา) และผู้เข้าร่วมงาน

เกี่ยวกับ G-Able
G-Able คือบริษัทผู้พัฒนา, ติดตั้งจนถึงให้บริการด้านระบบ IT และ Digital ในไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำระดับโลกในด้าน Modern Digital Solutions, Enterprise Business Solutions และ IT Infrastructure Solutions โดยมีกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำในภาคเอกชนและรัฐบาล

Contact G-Able

www.g-able.com

inquiry@g-able.com

02-781-9333



Top