G-Able ชูแอปพลิเคชัน Staffio ตัวช่วย HRM ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมไขข้อข้องใจ HR ว่าจะสร้าง Data Scientist ได้อย่างไร?

G-Able ชูแอปพลิเคชัน Staffio ตัวช่วย HRM ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมไขข้อข้องใจ HR ว่าจะสร้าง Data Scientist ได้อย่างไร?

เมื่อวันที่ 29-30 มีนาคม 2561 ที่ผ่าน G-Able ได้เข้าร่วมงาน “Thailand HR Tech Conference & Exposition 2018” ที่จัดขึ้นโดยสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) โดยนำเสนอ  3 โซลูชันภายในงานได้แก่

ระบบที่ถูกออกแบบมาให้มีความสามารถรองรับความต้องการที่ทันสมัยในการบริหารและการจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยความสามารถที่ยืดหยุ่นเหมาะสำหรับการบริหารงานในองค์กรทุกขนาด อีกทั้งยังตอบสนองทุกรูปแบบขององค์กร ไม่ว่าจะเป็น องค์กรมหาชน กลุ่มองค์กร หรือองค์กรข้ามชาติ ด้วยการทำงานที่สะดวกรวดเร็ว ง่ายต่อการใช้งาน และไม่ซับซ้อน

ระบบวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาดออนไลน์ ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจธุรกิจของคุณและคู่แข่งในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นผลตอบรับทาง Social Media การมองหากลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจบนโลกออนไลน์ การวิเคราะห์และเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการทำ Campaign หรือแม้กระทั่งทราบถึงความเคลื่อนไหว และกลยุทธ์ในการทำ Online Ads และ CPC Campaign ของคู่แข่ง

เปลี่ยนระบบการตลาดของคุณให้วัดผลและขยายผลได้อย่างเหนือชั้นด้วย Digital Technologies พร้อมวางแผนการตลาดในยุคดิจิทัลให้ล้ำหน้าและวัดผลได้ ด้วยบริการที่คุ้มค่าและความใส่ใจจากทีมมืออาชีพ

(เรียงจากซ้ายมือ คุณชลธิชา นิลตระการกุล Marketing Communication Manager, คุณสัมฤทธิ์ ตรงตรานนท์ Executive Vice President – Banking,Education & Telecom,คุณวสันต์ สินพิทักษ์สกุล, คุณยรรยงค์ สัจจาริยกุล Solution Specialist และคุณวิภาภรณ์ พู่ตระกุล  Staffio Team Lead )

คุณยรรยงค์ สัจจาริยกุล Solution Specialist  อธิบายเกีี่ยวกับแอปพลิเคชัน Staffio บนเวที Tech Talk

ดร. ศิษฏพงศ์ เศรษฐภัทร Head of Big Data Management & Advanced Analytics จากบริษัท G-Able

บรรยายในหัวข้อ “HR Analytic Impact and How to build Data Scientist from your existing employee”ว่า ดิจิทัล ทรานฟอร์เมชั่น (Digital Transformation) องค์กร นอกจากการปรับเปลี่ยนแนวทาง วิธีคิดในการทำงานแล้ว การเฟ้นหาบุคลากรทางด้านดิจิทัล เพื่อเสริมทัพขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือความท้าทายของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) และที่ผ่านมาหลายองค์กรกลับมองว่าการหาบุคลากรดิจิทัล ต้องสรรหาบุคลากรใหม่เข้ามาเท่านั้น ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วบุคลากรดิจิทัลที่เหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะในหน้าที่สำคัญอย่างนักวิเคราะห์ข้อมูล หรือ Data Scientist ควรเป็นผู้ที่เข้าใจธุรกิจขององค์กรอย่างถ่องแท้

การดึงข้อมูลที่เกิดจาก Digital Workplace มาใช้ ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ เนื่องจากปัจจุบันหลายองค์กรเกิดการทรานฟอร์เมชั่นกันในระดับหนึ่งแล้ว โดยจะเห็นได้จากการเริ่มนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงานมากขึ้น เช่น การลงทุนนำระบบคลาวด์มาใช้งาน รูปแบบการสื่อสารยุคใหม่ภายในองค์กรผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้การทำงานไม่ได้ยึดติดอยู่บนคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ พนักงานสามารถทำงานจากที่ใดก็ได้ การนำข้อมูลเก็บไว้บนคลาวด์ ทำให้พนักงานไม่ต้องเข้าไปดึงข้อมูลในระบบ หรือแนวคิดในการทำงานสมัยใหม่ ที่บุคลากรสามารถทำงานร่วมกันได้ทุกแผนก ส่งผลให้กรอบแนวคิดของ HR ต้องไม่ประเมินการทำงานเฉพาะจากบันทึกการทำงานประจำวันที่ระบุแค่เวลาเข้าออกงาน แต่เป็นการนำเอาดาต้าที่เกิดขึ้นจากการทำงานบน Digital Workplace ซึ่งมีข้อมูลมหาศาล มาวิเคราะห์ให้เกิดประโยชน์ เช่น การเข้าไปดูว่าพนักงานแต่ละรายทำงานอยู่บนแพลตฟอร์มใดบ้าง และสะท้อนให้เห็นการทำงานของแต่ละหน้าที่หรือไม่ ดร.ศิษฏพงศ์ กล่าวเพิ่มเติม

ตำแหน่งอย่าง ‘Data Scientist’  ถือเป็นตำแหน่งที่หายากที่สุดในยุคปัจจุบัน แต่องค์กรก็สามารถประยุกต์ใช้จากบุคลากรที่มีอย่างการพัฒนา ‘Data Engineers’ ด้วยการนำบุคลากรในฝ่ายไอที ที่มีความสามารถในการเขียนโปรแกรม มีความสามารถทางสถิติเพียง แต่ขาดทักษะทางด้านการสื่อสาร มาทำงานร่วมกับ ‘Data Analyst’ ที่อยู่ในฝ่ายธุรกิจ เพราะมีทักษะในการสื่อสารสูง แต่เขียนโปรแกรมไม่ได้ มาทำงานร่วมกัน”  ดร.ศิษฏพงศ์ กล่าว

(บทคัดย่อจากบทความเต็ม จีเอเบิลชี้ปรับองค์กรสู่ดิจิทัล HR ต้องเฟ้นหา ‘Data Scientist’)

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน หรือปรึกษาเกี่ยวกับ HR Analytics ได้ที่นี่

Contact G-Able

 



Top