G-Able x NIDA แชร์มิติใหม่แห่งโลกการทำงานในอนาคต Digital Workplace

G-Able x NIDA แชร์มิติใหม่แห่งโลกการทำงานในอนาคต Digital Workplace

ดร. ศิษฏพงศ์ เศรษฐภัทร Head of Big Data and Analytics กลุ่มบริษัทจีเอเบิล ได้รับเชิญเป็นวิทยากร เพื่อบรรยายพิเศษ เกี่ยวกับ Digital Workplace มิติใหม่แห่งโลกการทำงานในอนาคต เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

Digital Workplace

สิ่งที่เรียกว่า “Digital Workplace” จะปลดแอกงานของเราให้เป็นอิสระมากขึ้น ยืดหยุ่นมากขึ้น เพราะในปัจจุบัน การทำงานบนโลกนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วจากการทำ Business Transformation โดยในยุคนี้เราไม่จำเป็นต้องทำงานอยู่แค่ในบริษัท ไม่จำเป็นต้องทำงานในคอมพิวเตอร์ตัวเดียวของบริษัท เหมือนเดิมอีกต่อไป

จุดเริ่มต้นของ Digital Workplace เริ่มจากการเกิดเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์มีการเชื่อมต่อและแบ่งปันข้อมูล ผู้ใช้งานสามารถค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ได้ ต่อมาเมื่อโลกอินเทอร์เน็ตเติบโตมากขึ้น ทำให้เกิดการแบ่งปันข้อมูลกันแบบเรียลไทม์ สามารถแชร์ข้อมูลหรือเนื้อหาของตัวเองได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถเชื่อมโยงตัวเรากับบุคคลอื่นได้อีกด้วย

หลังจากนั้นได้เข้าสู่ยุคของ Social Mobile ซึ่งมีแพลตฟอร์มรองรับหลากหลายรูปแบบ หรืออาจจะเรียกยุคนี้ว่า Multi-Screen โดยคนเรามีอุปกรณ์มากกว่าหนึ่งเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์หรือโทรศัพท์ ที่สามารถบริโภคสื่อหรือเนื้อหาต่าง ๆ ได้ผ่านการเชื่อมต่อทางอินเทอร์เน็ต

“Digital เป็นหนึ่ง Platform ที่เราสามารถทำงานได้ คำว่า Digital Workplace เป็นเรื่องของกลุ่มคนที่ทำงานร่วมกันในหลาย Device หลาย Platform เพราะสมัยนี้ทุกคนมีคอมพิวเตอร์ใช้กันแทบทุกคน ไม่จำเป็นต้องเฉพาะฝ่ายไอทีที่ใช้ ซึ่ง Digital Workplace ได้นำความสามารถเหล่านี้ให้สามารถจัดการทีมงานได้ผ่านโลกดิจิทัล” ดร. ศิษฏพงศ์กล่าว

ดร. ศิษฏพงศ์ เศรษฐภัทร Head of Big Data and Analytics กลุ่มบริษัทจีเอเบิล

Trend ของการทำ Digital Workplace

  1. Sense of Purpose การเปลี่ยนมุมมองและแนวคิดในการบริหารคน เพราะปัจจุบัน คนไม่ได้สนใจในการทำงานแบบ Routine แล้ว แต่เขาทำเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง ไม่เหมือนแต่ก่อนที่ไม่รู้ว่าทำแล้วได้อะไร คนสมัยนี้ไม่ต้องการอะไรแบบนั้นแล้ว คนชอบสร้าง Impact
  2. Harness Ingenuity ระบบอัจฉริยะ คนชอบทำงานอย่างชาญฉลาด โดยอยากให้มีระบบอัจฉริยะมาช่วยในการตัดสินใจต่าง ๆ ให้ฉลาดมากขึ้น
  3. Multi-Generation Teamwork ทำอย่างไรถึงจะให้คนที่อยู่แตกต่าง Generation สามารถทำงานร่วมกันได้
  4. Expertise without Boundaries ทำอย่างไรให้ผู้ที่มีประสบการณ์สูงสามารถทำงานร่วมกับเด็ก Generation ใหม่ ๆ ได้ และทำให้รู้สึกมีประโยชน์ด้วย
  5. Transparency คือการที่เราต้องการสลาย Silo คือการที่จะสลายขอบเขตในการทำงานระหว่างแผนก ระหว่างรุ่น

สิ่งที่ผู้คนต้องการจากการทำงานใน Workplace

  1. Unlock Creativity มีเครื่องมืออะไรที่ช่วยให้เราสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น มีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ หรือเครื่องมืออะไรที่จะทำให้เราแชร์ข้อมูลของเราให้คนอื่นๆ เข้าใจได้มากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีจะช่วยสร้าง Environment ในการสร้าง creativity ได้จากทุกที่
  2. Building Teamwork การสร้างกระบวนการทำงานที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ว่าเราสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือเปล่า ซึ่งเกิดจากการที่ทุกคนสามารถสร้างคุณค่าของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ และทุกคนทำงานร่วมกัน ซึ่งเราต้องให้ช่องทางในการสื่อสาร เพื่อให้สามารถติดต่อกันได้แม้จะไม่ต้องมาเจอกัน
  3. Integrate for Simplicity การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้ง่ายต่อการใช้งาน ไม่ต้องมีขั้นตอนซับซ้อน หรือความรู้ทางเทคนิคมากนักในการใช้งาน เช่น Cloud เราก็เพียงแค่รู้ว่าเราต้องการใช้ เราก็ต้องใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องรู้ข้อมูลว่า Server อยู่ไหน ใครเป็นผู้ให้บริการ จนไปถึงการอัปเดทระบบต่างๆ ในองค์กรอย่างสม่ำเสมอ และสามารถให้อิสระกับพนักงานในการลงแอปพลิเคชันที่ต้องการใช้เองได้ด้วย
  4. Intelligent Security ความปลอดภัยต้องสามารถปกต้อง Identity ของเราได้จากความเสี่ยงต่างๆ การป้องกันการเสียหายของข้อมูล ที่เราต้องมีการ Backup ไว้ ในกรณีที่ต้องการนำมาใช้ จนไปถึงการปรับตัวตามกฎหมาย GDPR (General Data Protection Regulation)
ดร. ศิษฏพงศ์ เศรษฐภัทร Head of Big Data and Analytics กลุ่มบริษัทจีเอเบิล

สรุป 10 เทคโนโลยีที่ผลักดันให้เกิด Digital Workplace

  • Ambient Knowledge: ความรู้ที่มีอยู่ทั่วไป สามารถเรียนรู้ได้ในระยะเวลาสั้นๆ แล้วสามารถนำไปแก้โจทย์และทำงานต่อ
  • Embedded Analytics: เครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ
  • Production Studio: การนำเสนอในรูปแบบใหม่เช่นการใช้ Interactive BI, Real-time Dash board
  • Micro Learning: คอร์สความรู้สั้นๆที่ถูกจัดขึ้นหรือสามารถค้นหาได้ทางอินเทอร์เน็ต เพื่อนำไปพัฒนาบุคลากร
  • Process Hacking: ลดขั้นตอนในการทำงานให้สั้นลงเพื่อเพิ่มความรวดเร็ว โดยยังคงผลลัพธ์เหมือนเดิม
  • Silo-Buster: สามารถทำงานข้ามไปข้ามมาระหว่างทีมได้อย่างทันที ซึ่งเป็นความต้องการในการลด Silo-Base และสร้าง Network-Base
  • Immersive Technology: VR AR ช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น โดย สามารถเชื่อมต่อระหว่างโลกความจริงและโลกเสมือน อาจนำไปใช้ในการเทรนนิ่ง แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีอาจยังไม่พร้อมใช้งาน
  • Office Landscape: ห้องทำงานเป็นส่วนสำคัญของ Digital Workplace ดังนั้นห้องทำงานต้องเอื้อต่อการทำงานให้เกิดการพูดคุยและบรรยากาศที่ดีที่ช่วยสร้าง Creativity ได้
  • Personal Cloud: พื้นที่ส่วนตัวขององค์กรที่ให้พนักงานสามารถใช้งานไฟล์ได้จากที่ไหนก็ได้
  • Virtual Personal Assistant: ผู้ช่วยที่จะมาคอยตอบคำถามทั่ว ๆ ไปหรือ Chatbot

ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ทำให้เกิดสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากนั่นคือ การสร้างข้อมูลตลอดเวลา แปลว่าปัจจุบันไม่ใช่แค่ไทม์ชีทอย่างเดียวแล้วที่จะเป็นตัววัดประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งจากข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นผ่าน Digital Workplace นั้นจะถูกนำมาวิเคราะห์ได้ว่าการทำงานที่เกิดขึ้นนั้นดีที่สุด มีประสิทธิภาพที่สุดผ่านการทำ Big Data Analytics

“Big Data คือเรื่องที่เกี่ยวกับว่าการตั้งคำถามว่าเราต้องการจะถามอะไร และคำถามนั้นมีความคุ้มค่าที่จะหาคำตอบจากมันหรือเปล่า Big Data ใช้ในการ Analytics ที่เปลี่ยนข้อมูลดิบให้กลายเป็น Insight เริ่มจากการทำ Root Cause Analytic ในการหาคำตอบที่มี Impact สูงย่อมจำเป็นต้องใช้คำถามที่ดี เพื่อให้เกิด Improvement และเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น”

ดร. ศิษฏพงศ์ เศรษฐภัทร Head of Big Data and Analytics กลุ่มบริษัทจีเอเบิล (ขวา) คุณมนัญชยา เฟื่องฟูขจร หน่วยบ่มเพาะธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) (ซ้าย)

Digital Workplace จึงเป็นส่วนหนึ่งในองค์ประกอบที่เรียกว่า Digital Economy ซึ่งถ้าถามว่าเราควรจะเริ่มกันอย่างไรดี

“เราก็เริ่มจาก HR ต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดในการบริหารทรัพยากร การวัดผล จนไปถึงคน ก็ต้องมีการปรับตัว เปลี่ยนมุมมอง และพัฒนาตัวเองด้วย จากนั้นการวาง Road Map ก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะในการทำ Transformation จะเป็นการร่วมมือระหว่าง Business Line และ Technology Line ความร่วมมือของคนทุกฝ่าย ต้อง Transform ตั้งแต่ระดับผู้บริหารจนถึงคนทำงาน” ดร. ศิษฏพงศ์กล่าวสรุป

เกี่ยวกับ G-Able
G-Able คือบริษัทผู้พัฒนา, ติดตั้งจนถึงให้บริการด้านระบบ IT และ Digital ในไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำระดับโลกในด้าน Modern Digital Solutions, Enterprise Business Solutions และ IT Infrastructure Solutions โดยมีกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำในภาคเอกชนและรัฐบาล

Contact G-Able

www.g-able.com

inquiry@g-able.com

02-781-9333

บรรยากาศภายในงาน



Top