ไม่ใช่แค่“เร็ว”แต่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วย“ประสิทธิภาพ” เตรียมตัวเพื่อก้าวสู่ยุคดิจิทัลไปกับ G-Able และ HPE

ไม่ใช่แค่“เร็ว”แต่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วย“ประสิทธิภาพ” เตรียมตัวเพื่อก้าวสู่ยุคดิจิทัลไปกับ G-Able และ HPE

คุณโสภณ แก้วนิสัย Vice President of Data Center Transformation กลุ่มบริษัท G-ABLE ขึ้นกล่าว Keynote

 

บทสรุป Keynote

“ทำไมเราต้องเปลี่ยน ทำไมเราต้อง Transform”

คำพูดเปิดงานโดย คุณโสภณ แก้วนิสสัย – Vice President, Datacenter Transformation จาก G-Able Co., Ltd ด้วยเหตุที่ว่าโลกเราทุกวันนี้ เทคโนโลยีก้าวไปไวกว่าธุรกิจ ธุรกิจเสียเองที่ต้องปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยี จะดีกว่าไหม หากเราเตรียมตัวของเราให้พร้อมเพื่อวิ่งไปพร้อมกับยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงนี้ เพราะไม่อย่างนั้นเราอาจจะหลุดจากวงโคจรโลกธุรกิจที่กำลังวิ่งอยู่ก็เป็นได้

 

เมื่อซอฟแวร์ในทุกองค์กรจะต้องถูก Transform เราจะเตรียม Data Center ของเราให้พร้อมได้อย่างไร?

เราไม่สามารถเปลี่ยนแอปพลิเคชันทีเดียว หรือ Transform ทีเดียว จาก Traditional ให้เป็น Cloud Native ได้ในเวลาชั่วขณะได้เพราะว่าในการพัฒนาแอปพลิเคชันมันมี Life Cycle ของมันอยู่ เพราะฉะนั้นเราต้องเตรียม Data Center ของเราให้พร้อมที่จะรองรับงานทั้งที่เป็น Traditional แบบเดิม กับงานที่จะเกิดขึ้นใหม่ในอนาคต

 

ทุกองค์กรหนีไม่พ้นเรื่องของคลาวด์

การ Transform Application จากเดิมที่เป็น GRANT server, Three-Tier Architecture, Web app database ให้เป็นรูปแบบใหม่ที่เป็น Container เป็น Cloud Base Application, Cloud Native Application

สิ่งที่ทำให้ IT Operation กับคน Develop และฝ่าย Support อยู่ใกล้ชิดกัน ทั้งยังสามารถลดช่องว่างในการทำงานลง ทุกวันนี้จึงมีศัพท์คำว่า DevOps เกิดขึ้น

 

G-Able หนึ่งในผู้นำด้าน IT Solutions & Service Provider ได้จับมือร่วมกับ Hewlett Packard Enterprise (HPE) ผู้นำด้าน IT Infrastructure จัดงานสัมมนา Modernize your Infrastructure in SIMPLE WAY with HPE SimpliVity เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา เพราะ G-Able และ HPE เล็งเห็นถึงความสำคัญของการ Transform ธุรกิจคู่ค้าของเรา ให้ก้าวทันสู่ยุค Digital Transformation ซึ่งการจะก้าวให้ทันยุคนี้ เราจำต้องมีพื้นฐานองค์กรที่แข็งแกร่งเสียก่อน โดย G-Able ได้นำเสนอ 3 คีย์เวิร์ดหลักสำหรับการ Transform ไปสู่ยุคดิจิทัล ได้แก่ Modernize, Automate และ Transform

  1. Modernize เน้นไปในเรื่องของการทำ Modernize Infrastructure เพื่อปูพื้นฐานพร้อมพิจารณา Modernize Infrastructure แบบใหม่เพื่อรองรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
  2. Automate: พิจารณาในเรื่องของ Cloud โดยดูในเรื่องของความเร็วในการส่งมองการบริการอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
  3. Transform: ช่วยลดช่องว่างของการทำงานของคนไอที สร้างประสิทธิภาพเพิ่มขีดความสามารถองค์กร

Attribute อะไรบ้างที่จะทำให้ Infrastructure เราสามารถที่จะรองรับแอปพลิเคชันทั้งแนวเดิมและแนวใหม่ได้?

  • Flash
  • Cloud Enabled
  • Scale Out
  • Software Defined
  • Security and Trust

 

Flash คีย์เวิร์ดของ Flash มีอยู่เรื่องเดียว คือ Eligible Performance เราต้องการ performance ที่รองรับแอปพลิเคชันหรือ workload มหาศาลที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ในเชิงธุนกิจ ถ้าเกิดเราเอา service ไป public บนเว็บหรือบนมือถือ เราไม่สามารถ predict performance หรือ predict workload ได้ บางวัน workload เข้ามาเป็นระดับหมื่น เป็นแสน เพราะฉะนั้น Infrastructure ของเราต้องพร้อมที่จะรองรับ workload เหล่านี้

 

Cloud Enabled ส่วนของคลาวด์มีคีย์เวิร์ดอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรกก็คือ Service Delivery ต้องเร็ว อยากได้ service ใหม่ ต้องได้ อันที่สองก็คือ ต้อง Mobility ได้ ทั้ง Data และ Application ไม่แคร์กับ Data Center แล้ว แอปบางแอปอาจจะอยู่บน AWS หรืออยู่บน Azure นั่นก็คือเราสามารถที่จะ Mobility Data และ Application เราได้ตลอดเวลา

Scale Out ก็คือ Scale เท่าที่จำเป็น เท่าที่ Growth สามารถ manage resource ได้ เพื่อที่จะ Balance investment กับ workload ที่เกิดขึ้น

Software Defined ซึ่งทุกองค์กรมีเรื่องนี้อยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น Virtualization, Software Defined, Server Software Defined Storage, Software Defined Network, Software Defined

Security and Trust เรานำพา Infrastructure ของเราไปสู่ Cloud ready สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ Security และความปลอดภัยของข้อมูล

 

Data center ที่เป็น cloud ready คือภาพขนาดใหญ่ ต้องมีหลายองค์ประกอบ มีหลายจิ๊กซอว์ มีหลาย Solution

SimpliVity อาจจะเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ที่จะมาเติมเต็ม Data center ของท่านให้เป็น cloud ready data center ได้ในอนาคต

 

ซึ่งทั้งหมดนี้ G-Able ร่วมกับ HPE นำเสนอ HPE SimpliVity 380 – The evolution of Hyper convergence, Hyper converged Platform สำหรับองค์กรระดับ Enterprise หนึ่งเดียวที่ครบครัน ที่รวมความสามารถของ Server, Storage และการปกป้องข้อมูลเข้าด้วยกัน สามารถทำ Compress และ Deduplication แบบ in-line ได้พร้อมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ให้คุณบริหารจัดการได้อย่างง่ายๆ บนเครื่อง Enterprise Server ซึ่งภายในงาน ไม่เพียงแค่นำเสนอฟีเจอร์และจุดเด่นที่แตกต่างของ HPE SimpliVity กับ Hyper converged แบบทั่วไปเท่านั้น เรายังมีการโชว์สาธิต Demonstration การใช้งาน HPE SimpliVity แบบสดๆกันภายในงานอีกด้วย

 

พร้อมกันนี้ G-Able ยังขนทัพทีมงานคุณภาพ ผู้ที่จะคอยดูแล ให้คำแนะนำตลอดจนเรื่องการดูแลการบริการหลังการขายให้กับลูกค้าทุกท่าน เพื่อจะทำให้ท่านมั่นใจได้ว่า องค์กรท่านได้สิ่งที่ดีที่สุด พร้อมที่จะก้าวสู่ยุค Digital Transformation อย่างเต็มสปีด!

 

คุณ ชัยรัตน์ โลวโสภณกุล Software-Defined Infrastructure Product Manager, Hewlett Packard Enterprise

 

ทำความรู้จักโซลูชัน HPE: HPE SimpliVity 380

         ปัจจุบัน Trend ของ Datacenter นั้นมีการปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดย G-ABLE และ HPE มีความเชื่อในเรื่องของ Hybrid IT ที่เป็นการผสมผสานระหว่าง Resource ใน Datacenter ของเราที่เป็นต้นทางและปลายทาง ซึ่งจะเห็นได้ว่ายุคสมัยนี้เริ่มเข้าสู่ยุคที่เป็น Hybrid IT มากขึ้น ดังนั้น G-ABLE จึงร่วมกับ HPE นำเสนอ Infrastructure ที่มีคุณสมบัติของ Cloud เพื่อช่วยในการบริหารจัดการได้ง่ายและมีความรวดเร็ว ซึ่งคือ “HPE SimpliVity 380” โดยมีคุณสมบัติดังนี้

 

  1. ช่วยประหยัดเวลาเจ้าหน้าที่ IT ของผู้ใช้ ไม่ต้องเรียนรู้การใช้งานใหม่ เพราะ HPE SimpliVity เป็นระบบ Hyperconverged ที่ถูกออกแบบมา โดยให้ความสำคัญกับข้อมูลของผู้ใช้ ทั้งด้าน Data Protection, Data Efficient และ Data Resilience ด้วยเทคนิคการทำ Data Virtualization

 

  1. ช่วยในการทำ Compress และ Deduplication ได้พร้อมเพราะเป็นการทำงานแบบ inline คือทันที่มีการเขียนข้อมูล ก็จะทำการ Deduplication & Compress โดยไม่กระทบกับ Performance ของเครื่องเพราะมี Hardwareที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะจากสถิติลูกค้าที่ใช้งานโดยเฉลี่ยได้ถึง 40:1

 

  1. ช่วยในการ Backup & Restore อีกทั้งยังรับประกันว่า VM ขนาด 1 เทอราไบต์ สามารถ Backup หรือ Restore ได้เสร็จภายใน 60 วินาที ในกรณีที่มี DR Site ระบบยังสามารถทำ Backup หรือ Restore ข้ามไซต์ ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยในการลด Bandwidth ระหว่างไซต์ เสมือนมี WAN Optimizer ในตัว โดยไม่ต้องซื้อ Software/Hardwareหรือจ่ายค่า Link Bandwidth สูงๆ ระหว่าง Datacenter

 

  1. HPE SimpliVity 380 ยังมีโปรแกรม “HyperGuarantee” ที่ช่วยในเรื่องของการประหยัดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล, ความสามารถในการสำรองข้อมูลสำหรับ VM ขนาด 1 TB, ความสามารถเรื่องการทำ Backup, Restore, Move หรือ Clone ได้ภายใน 3 คลิ๊ก, ความสามารถในการสร้างหรือแก้ไจ Backup Policy ต่างๆ และความสามารถที่ใช้เพิ่มหรือทดแทยเครื่องในระบบ HPE SimpliVity

ซึ่ง G-Able เองก็จะมีการจัดทัพเหล่าทีมงานผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ และมากด้วยประสบการณ์ในแง่ของการทำ Modernizer Infrastructure เพื่อนำเสนอการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา!

 

ภาพบรรยากาศงาน

 

คุณ พงศกร ศิริสมบัติยืนยง, Senior Solution Architect กลุ่มบริษัท G-Able

คุณ ธีรเชษฐ์ ลาภทวี, Senior Solution Architect กลุ่มบริษัท G-Able

(เรียงจากซ้ายไปขวา คุณ ธีรเชษฐ์ ลาภทวี, Senior Solution Architect, G-Able Co., LTD, คุณ ชัยรัตน์ โลวโสภณกุล Software-Defined Infrastructure Product Manager, Hewlett Packardม Enterprise, คุณโสภณ แก้วนิสัย Vice President of Data Center Transformation, คุณธีระพงษ์ จันทร Solutio Architech Mnager, G-Able Co.,Ltd)

 

เกี่ยวกับ HPE

HPE ผู้นำและผู้เชี่ยวชาญด้าน Infrastructure อีกหนึ่งพาทเนอร์รายสำคัญ ร่วมมือกับ G-Able ที่พร้อมให้คำปรึกษา ช่วยธุรกิจของท่านในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับระบบ Hyper converged Platform ระดับ Enterprise เพื่อร่วมต่อยอดธุรกิจ ลดต้นทุนในการบริหารจัดการ และสร้างกำไรมหาศาลแก่องค์กรของท่าน!

Tags:


Top