สรุปสาระจากงาน Shape up your future with Google Marketing Tools

สรุปสาระจากงาน Shape up your future with Google Marketing Tools

เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา G-Able ได้จัดงาน ร่วมกับทาง Google ในหัวข้อ ‘Shape up your future with Google Marketing Tools’ ณ อาคาร Park Venture สำนักงานใหญ่ กูเกิ้ล ประเทศไทย โดยมีผู้เชี่ยวชาญเป็นวิทยากรภายในงานจากทั้ง G-Able, Google และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มาให้แนวทางในการนำเครื่องมือต่าง ๆ ของ Google ไปใช้ได้อย่างมีศักยภาพ

ตัวแทนจาก Google ได้มาพูดคุยในเรื่องการเติบโตของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงการทำการตลาดบนโลกออนไลน์

Session ต่อมาคือ “Implementing data-driven marketing strategy” โดย คุณปณต กาญจนศูนย์ Head of Marketing and Digital Solutions

Modern Digital Marketing นักการตลาดรุ่นใหม่ต้องใส่ใจการวัดผล

คุณปณต กล่าวว่า แต่ก่อนฝ่ายการตลาดมักมีปัญหาเวลายื่นของบการทำ Marketing จากผู้บริหาร เนื่องจากไม่สามารถชี้วัดผลของการทำ Marketing ได้อย่างชัดเจน ทำให้ผู้บริหารไม่สามารถทราบได้เลยว่างบประมาณที่ลงทุนไปกับการตลาดคุ้มค่าหรือไม่

ใต้ภูเขาน้ำแข็งของการทำ Digital Marketing

ยังมีคนเข้าใจว่า Digital Marketing อยู่ใน Keyword ไม่กี่คำ Fan Page, VDO Ads, Facevook Ads  แต่จริงๆแล้วเบื้องหลังการทำ Digital Marketing ที่แท้จริงนั้นมีเทคโนโลยีที่ซ่อนอยู่อีกมาก เช่น Programmatic Ads, Big Data Analytics, Real-time Bidding, Display Ads, Publisher Networks, Interest Targeting, NLP for SEM ซึ่งนักการตลาดควรเข้าใจ Keyword เหล่านี้ ไม่เช่นนั้นตามไม่ทันโลกอย่างแน่นอน

 

เทรนด์ในอนาคตวัดกันว่า ใครเข้าลูกค้าได้มากกว่า ไม่ใช่ใครเรียกร้องความสนใจ เพราะการเรียกร้องความสนใจเป็นเรื่องชั่วครั้งชั่วคราว แต่เรื่องเข้าใจลูกค้าต่างหากเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจในระยะยาว เช่น การนำ Big data มาช่วยให้เข้าใจลูกค้า
– คุณปณต กล่าว

Marketer ยุคใหม่ต้องเข้าใจ Tech

คุณปณตได้ยกตัวอย่าง เช่น แผนก Digital Marketing ของ Uber ที่มี Architecture เน้นด้านการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างชัดเจน หรือ Airbnb ที่มองหาพนักงานในตำแหน่ง Marketing Technology Manager (ผู้จัดการด้านเทคโนโลยีการตลาด) ส่วน Agoda ก็มองหาพนักงาน Digital Marketing ที่จะมาทำงานในตำแหน่งที่ละเอียดขึ้น เช่น PPC Innovation Specialist (ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนานวัตกรรมกับการโฆษณาแบบ Pay Per Click) ซึ่งเป็นสิ่งสะท้อนได้ว่าในบริษัท Tech ชื่อดังเหล่านี้ การทำมาร์เก็ตติ้งจำเป็นต้องผสานความรู้ทางด้านเทคโนโลยีไว้ด้วย

ฉะนั้นไม่ว่า Brand หรือองค์กรต่าง ๆ รวมไปถึง Agency ต้องเริ่มปรับตัวเพื่อวัดผลในการทำการตลาด แะจะสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปได้

นำองค์กรสู่ยุค Digital Transformation

3 ปัจจัยที่จะทำให้เกิดองค์กรเกิดการ Digital Transformation อย่างเป็นระบบ

  • Culture สร้างวัฒนธรรมการเก็ข้อมูลในองค์กรอย่างเป็นระบบ

เป็นจุดเริ่มต้นเล็กที่ที่จะนำไปสู่การนำ เทคโนโยี Big Data มาใช้กับองค์กรให้เกิดประสิทธืภาพที่ดีได้ในอนาคต

  • Area Transformation เริ่มไปทีละจุด

การเปลี่ยนแปลงย่อมนำมาซึ่งความวิตกกังวลของคนในองค์กร ดังนั้นการ Transform จึงไม่สามารถเกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้นได้ จึงต้องมีการวางแผนการ Transform ไปทีละแผนก เช่นจากแผนกมาร์เก็ตติ้ง แล้วค่อนขยับไปทาง HR เป็นต้น

  • Sense of progress ผนึกกำลังทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน

สร้างความคุ้นชินในระบบปฏิบัติงานทั้งหน่วยงานหน้าบ้านอย่าง Digital Commerce ให้เข้ากับหลังบ้านหรือ Digital Workplace เมื่อทั้งสองสามารถทำงานประสานกันได้อย่างดีแ้ว องค์กรก็จะสามารถขับเคลื่อนการ Transform ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ใน Session สุดท้ายโดยอาจารย์มานา ปัจฉิมนันท์ รองอธิบดีฝ่ายสื่อสารการตลาดและวิเทศสัมพันธ์ จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มาแชร์ประสบการณ์ การเพิ่มศักยภาพในการตลาดเพื่อเข้าถึงนักศึกษาและโฆษณาให้นักศึกษาสนใจเข้ามาเรียนได้ จากการใช้ Google Ads Word ในหัวข้อ “The Next Era of Integrated Marketing Communication”

จากอดีต สู่ปัจจุบันของการทำการตลาดของมหาวิทยาลัย


กลยุทธ์ทางการตลาดของมหาวิทยาลัยมีตั้งแต่ยุคอดีต ที่มีการทุ่มงบประมาณในการทำ TVCM จนกาลเวลาผ่านไปก็เริ่มมีการทำ mini series ออกเผยแพร่ทางออนไลน์เข้ามาแทนที่ จากนั้น Trends คลิปสั้นก็เริ่มเข้ามาแทนที่ โดยใช้ Influencer เข้ามาช่วย ซึ่งสังเกตได้ว่าแต่ละรูปแบบการตลาดนั้นอยู่ได้ไม่นาน ก็ต้องเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ

Marketing Tools ที่โดดเด่นในปี 2018

Content ส่งผลกับข้อดีในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งเรื่องความน่าสนใจของเนื้อหาที่จะดึงลูกค้าเข้ามาได้มากขึ้น ไปถึงเรื่อง Keyword ใน Content ที่จะทำให้หาเจอได้ง่าย

Big Data นำมาใช้จัดการกับข้อมูล Insight ของลูกค้าที่ได้มาว่าจัดการได้ดีแค่ไหน รวมไปถึงการนำไปใช้ต่อกับเครื่องมือทาง Marketing ที่ควบคู่ไปกับ AI และ Machine Learning ที่ใช้ในการช่วยทำเรื่อง Social Listening จากข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับมาอีกทีหนึ่ง

Improve Customer Journey โดยจะใช้เทคนิคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Customer Persona ระบุ Character ในอุดมคติของลูกค้าออกมา ว่าเป็นใคร มาจากไหน เรียนโรงเรียนอะไรมา เป็นต้น เพื่อที่จะให้เราระบุตัว Customer Journey ได้ดีขึ้น

หรือใช้ AB Testing คือการเปรียบเทียบระหว่าง Campaign 2 อันว่าอันไหนดีกว่ากัน เช่น การโพสต์รูปภาพลงเฟสบุ๊คแล้วดูผลลัพธ์ว่ารูปไหนดีกว่ากัน

 

การคาดหวังของลูกค้าในยุคนี้


· Real-Time ต้องรวดเร็ว ตอบสนองความต้องการอย่างทันท่วงที

· Authenticity ข้อมูลต้องเป็นความจริง ไม่ผิดพลาด

· Relevancy ต้องมีความเกี่ยวข้องหรือตรงจุดสนใจกับลูกค้า

· Personalization ลูกค้าต้องการความเฉพาะเจาะจง

“Generation CX” Generation ใหม่ที่ไม่มีแบ่งแยก ทุกคนมีจุดร่วมกันคือมี Power มีการเข้าถึง Technology

Hubspot เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราเก็บจัดการฐานข้อมูลลูกค้า จัดการประเภทข้อมูลและติดตามได้ ซึ่งนำไปประยุกต์กับเว็บไซต์ว่าลูกค้าเข้ามาสนใจส่วนไหนของเว็บไซต์บ้าง เหมือนกับการตามติดชีวิตออนไลน์ของลูกค้าเลยทีเดียว ซึ่งจะไปเชื่อมโยงกับการเก็บข้อมูลของลูกค้าจาก Platform ต่าง ๆ ทั้ง Online และ Offline ซึ่งสิ่งที่จำเป็นคือ Email และเบอร์โทรศัพท์


Inbound Marketing คือการรวมข้อมูลจากลูกค้าจากเครื่องมือต่าง ๆ รวบรวมมาเป็น Lead เข้ามาหาเราให้ได้ จากนั้นใช้เครื่องมือ ไม่ว่าจะเป็น E-mail Tele หรือ CRM ต่าง ๆ ทำให้กลายมาเป็น Customer และทำให้ลูกค้าพอใจและนำไปบอกต่อ


เราอยู่ในยุคของ Keyword is the King เพราะว่าข้อมูลบนโลกนี้มันเยอะขึ้นและ Keyword จะช่วยให้ลูกค้าเจอเรา

G-Able ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การตอบรับงาน Shape up your future with Google Marketing Tools เป็นอย่างดี

เราจะมีการจัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆเป็นประจำร่วมกับพันธมิตร และองค์กรด้านเทคโนโลยีชั้นนำอื่นๆ เพื่อนำประเทศไทยสู่ยุค 4.0 อย่างสมบูรณ์แบบ

ติดตามอัปเดตงานและข่าวสารจาก G-Able ได้ทาง https://www.facebook.com/gable.th/



Top