คน ข่าว และ AI ใครจะอยู่ใครจะไปในสงครามข่าวปลอม

คน ข่าว และ AI ใครจะอยู่ใครจะไปในสงครามข่าวปลอม

ในอดีตจากที่เราต้องรออ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ในทุก ๆ เช้า รอดูรายการข่าวหลังละครจบ มาสู่ยุคสมัยที่ข่าวสารต่าง ๆ มีช่องทางการเผยแพร่มากมายทนแทบจะเรียกได้ว่า เราไม่ต้องรอดูข่าว แต่ข่าวจะวิ่งมาหาเราเองเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมาถึงของ โซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไอจี หรืออีกมากมาย ที่ทุกคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีนั่นเอง

แน่นอนว่าเมื่อข่าวสารมันเข้าถึงเราได้ง่ายขนาดนี้แล้ว แถมยังมารวดเร็วแทบจะสดจากที่เกิดเหตุอีกต่างหาก เราจะรู้ได้อย่างไรเล่าว่าข่าวไหนมันจริง ข่าวไหนมันปลอม กันแน่

เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ข่าว ณ ตอนนั้น ๆ ที่เราอ่านเจอมา เป็นของปลอม ยิ่งเนื้อหาของข่าวปลอมยิ่งมีการพัฒนาไปไกลจะเรียกได้ว่ามันดูจริงเสียยิ่งกว่าข่าวจริง ๆ เสียอีก ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะบนโลกออนไลน์นั้น การแชร์ข้อมูลผิด ๆ ไปแค่คนละครั้งสองครั้ง แต่ถ้าทำกันเป็นหมื่นเป็นแสนคน ข่าวปลอมนั้นก็จะทวีความเสียหายที่เกิดขึ้นได้อย่างมหาศาล

ความหวังครั้งนี้อยู่ที่ AI

ในเมื่อแม้แต่คนยังอาจที่จะถูกข่าวลวงปั่นหัวเอาง่าย ๆ ครั้งนี้เราเลยต้องหาตัวช่วยอย่างปัญญาประดิษฐ์มาช่วยกันต่อสู้กับข่าวปลอมกันอีกแรงหนึ่ง ชื่อของมันคือ AdVerif.ai

ตัวปัญญาประดิษฐ์หรือ AI รูปแบบนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อตรวจจับข่าวปลอม มัลแวร์และเนื้อหาประเภทอื่น ๆ ที่เป็นปัญหา โดยใช้เทคนิคการประมวลภาษาธรรมชาติ (NLP) พร้อมกับการใช้ Deep Learning ที่ช่วยพัฒนาให้เครื่องจักรสามารถเรียนรู้และทำนายหรือสร้างองค์ความรู้ได้ เพื่อตรวจจับรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับสแปมและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม

ซึ่งมันจะตรวจสอบเนื้อหาว่าเข้าข่ายข่าวปลอมหรือไม่นั้นจากรูปแบบต่าง ๆ ที่ข่าวปลอมมักใช้กันเช่น การที่พาดหัวข่าวไม่ตรงกับเนื้อหา หรือมีการใช้คำที่สุดโต่งเกิดไป เช่น โอ้โห ไม่น่าเชื่อ ถ้ารู้แล้วจะ… เป็นต้น

อีกทั้งมันยังตรวจสอบเนื้อหากับ Data base ที่มีการอัปเดตตลอดเวลาด้วยว่าเป็นข่าวจริงหรือปลอม และสรุปออกมาเป็นคะแนนให้ผู้อ่านได้ตัดสินด้วยตัวเองอีกว่า จากคะแนนที่ประเมินออกมาด้วย AI แล้วนั้นจะเชื่อดีหรือไม่

ซึ่งจากการทดสอบจริงของ AI ตัวนี้ สามารถระบุได้ว่าข่าวจากเว็บไซต์ The Onion ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ข่าวเสียดสี ซึ่งในปีที่แล้วเว็บไซต์นี้ถูกคิดว่าเป็นเว็บไซต์ข่าวจริงและถูกแชร์ข้อมูลที่ผิด ๆ ไปมากมาย รวมไปถึงเว็บไซต์ Breitbart ที่ถูกจัดออกมาอยู่ในกลุ่มข่าว เนื้อหาไม่เป็นกลางทางการเมือง และเว็บไซต์อื่น ๆ ที่ถูกตรวจสอบและขึ้นบัญชีดำไว้อีกด้วย

บริษัทยักษ์ใหญ่ร่วมใจต้านข่าวปลอม

แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์ AI ของ AdVerif.ai เท่านั้นที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำสงครามกับข่าวปลอม ยังมีบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook ก็มีมาตรการรับมือกับข่าวปลอมได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน ในฐานะที่เป็นหนึ่งในพื้นที่โลกออนไลน์ที่มีข่าวปลอมโลดแล่นอยู่เป็นจำนวนมาก

โดย Facebook จะเริ่มการทดสอบการ จัดลำดับความสำคัญของข่าวจากแหล่งที่ผู้คนให้คะแนนว่าเป็นที่น่าเชื่อถือ โดยสำรวจตัวอย่างของผู้ใช้ Facebook ที่หลากหลายทั่วสหรัฐอเมริกา เพื่อวัดความคุ้นเคยและความเชื่อถือในแหล่งข่าวต่าง ๆ ซึ่งข้อสื่อสิ่งพิมพ์มูลนี้จะช่วยให้ทราบถึงการจัดอันดับใน News Feed

สำหรับแหล่งข้อมูล Facebook จะปรับปรุงผลงานซึ่งเริ่มขอให้ผู้คนจัดอันดับความน่าเชื่อถือของการอัปเดตใน Feed ของพวกเขาในระดับหนึ่งถึงห้า และจัดพื้นที่ให้กับคนต้องการข่าวท้องถิ่นเพิ่มเติมใน Facebook ซึ่งจะทำให้ทุกคนสามารถเห็นข่าวและข้อมูลในท้องถิ่นได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะ

สงครามครั้งนี้ยังไม่จบง่าย ๆ

แม้ว่าจะมีการพัฒนาระบบที่มีประสิทธิภาพในการตอบโต้กับข่าวปลอมทั้งหลายที่กล่าวมาข้างต้น แต่ว่าดูเหมือนเรื่องนี้จะยังไม่จบกันง่าย ๆ เพราะด้วยความฉลาด (เกินไป) ของระบบปัญญาประดิษฐ์ ทำให้มันสามารถสร้างข้อความปลอมและภาพและวิดีโอได้อย่างน่าเชื่อถือ รวมไปถึงข่าวปลอมและรีวิวปลอมด้วย

เพราะเหตุนี้การศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ของ Gartner คาดการณ์ว่าในปี 2022 คนส่วนใหญ่ในประเทศที่พัฒนาแล้วจะเห็นข้อมูลที่ผิดพลาดมากกว่าข้อมูลจริง และรายงานฉบับเดียวกันยังพบอีกว่าก่อนหน้านี้เนื้อหาที่ปลอมแปลงจะสามารถแซงหน้าความสามารถของ AI ในการตรวจจับข้อมูลไปเลย

ซึ่งสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าข่าวปลอมจะถูกทำมาได้แนบเนียนขนาดไหน หรือมีตัวช่วยสุดฉลาดล้ำมาแยกข่าวให้เราซักกี่ตัว จะมีประโยชน์อะไรถ้าเราเสพข่าวอย่างไม่รอบคอบ เพราะวิจารณญาณของเรานั้นเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการแยกแยะข่าวจริง ข่าวปลอม เพราะท้ายที่สุดแล้ว ตัวเรานี่แหละ คือผู้ตัดสินว่าจะเชื่อข่าวนั้นหรือไม่นั่นเอง

อ่านบทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่

Learn More



Top