Zero UI ดีไซน์ยุคใหม่ ไร้สไตล์อย่างมีสไตล์

Zero UI ดีไซน์ยุคใหม่ ไร้สไตล์อย่างมีสไตล์

ลองนับดูว่า วัน ๆ หนึ่งเรานั่งเฝ้าจอสี่เหลี่ยมผืนผ้านี้กันวันละกี่สิบชั่วโมง ไม่ว่าจะทั้งหน้าจอโทรศัพท์มือถือ หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่เราจำเป็นต้อง กด ๆ จิ้ม ๆ เพื่อป้อนข้อมูลเข้าไปถึงจะใช้งานได้

ตั้งแต่สมัยอดีตแล้วที่เรายังต้องคุยกับเครื่องจักรด้วยภาษาของตัวเครื่องเอง ไม่ว่าจะตั้งแต่ การใช้กระดาษเจาะรู การโค้ดดิ้ง จนมาถึงปัจจุบันที่พิมพ์คำสั่งใส่เข้าไป จนไปที่มาของการดีไซน์ยุคใหม่ ที่จะทลายกำแพงภาษาของมนุษย์และเครื่องจักรลงได้เสียที (คราวนี้แหละเครื่องจักรต้องเป็นฝ่ายฟังภาษามนุษย์แล้ว) ด้วยการมาถึงปัญญาประดิษฐ์และ Zero UI

Zero UI เมื่อ 0 มีอะไรมากกว่า

Zero UI ไม่ใช่แนวคิดใหม่อะไรแต่เป็นสิ่งที่มนุษยชาติได้พยายามพัฒนาและปรับปรุงกันมาเป็นเวลานานแล้ว (แต่เอามาใช้งานได้จริงเมื่อ 3-4 ปีมานี้เอง) ซึ่งแนวคิดนี้เกี่ยวกับหน้าจอผู้ใช้งานหรือ UI (User Interface) ที่เราได้เห็นกันทุกวัน ทุกครั้งที่หยิบมือถือหรือเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมานั่นแหละ

แล้ว Zero ล่ะ? จะทำให้พวกหน้าจอใช้งานนั้นหายไปหรือ? ซึ่งใช่ และ ไม่ใช่ ในเวลาเดียวกัน แต่จะเป็นการออกแบบแนวใหม่ที่จะปฏิวัติกระบวนการใช้งาน ที่จะช่วยเรานั้น ลด ละ เลิก ใช้จอในการตอบสนองกับเครื่องจักรไป

ถ้ายังนึกภาพไม่ค่อยออกว่าแล้วการใช้งานจะออกมาหน้าตาเป็นยังไง ก็ให้นึกถึง Amazon Alexa, Siri, Google Assistant, Microsoft Cortana อะไรพวกนี้เป็นต้น ที่เป็นเหล่าผู้ช่วยอัจฉริยะที่ทำหน้าที่ช่วยงานเราโดยที่เราไม่ต้องไปป้อนโค้ดให้ ไม่ต้องไปนั่งพิมพ์ นั่งกด นั่งจิ้มปุ่มหรือเมนูใด ๆ แต่ใช้ตัวเรานี่แหละ สั่งการผ่านเสียงพูดของเรา ท่าทางของเรา หรือแค่พิมพ์แชทบอกเหมือนฝากเพื่อนไปซื้อกับข้าวก็ยังได้

Zero UI แต่ Everything AI

แน่นอนว่าการที่จะทำให้การออกแบบ Zero UI นั้นมีประสิทธิภาพ ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI นั้นเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ในฐานะสมองที่จะทำให้เครื่องจักรนั้นเข้าใจภาษาเราเสียที ผ่านกระบวนการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การประมวลภาษาธรรมชาติ (NPL) Deep Learning  หรือ Machine Learning ต่าง ๆ นานา

อีกทั้งยังผสานรวมกับการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากหรือ Big Data และ Data Analytics อีกด้วย เพื่อที่จะทำให้การตอบโต้กับเครื่องจักรเป็นไปได้อย่างแม่นยำและไหลลื่น เช่นเราถาม Siri ว่า ใครไปเหยียบดวงจันทร์คนแรก และ ถามต่อด้วยคำถามว่า เขาสูงเท่าไหร่เป็นต้น ซึ่งผู้ช่วยอัจฉริยะเหล่านี้จะสามารถจดจำและสร้างความเชื่อมโยงกับคำถามก่อนหน้า และ ตอบคำถามที่ 2 ด้วยความสูงของ  นีล อาร์มสตรองได้ โดยที่ไม่ต้องถามใหม่

อนาคตของ Zero UI

Gartner บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านเทคโนโลยีชั้นนำได้คาดการไว้ว่า ภายในปี 2020 การท่องอินเทอร์เน็ตกว่า 30% จะถูกใช้โดยไม่มีการยุ่งเกี่ยวกับหน้าจอสัมผัสเลย เช่น การใช้คำสั่งเสียง ท่าทาง หรือแม้กระทั่งจับการเคลื่อนไหวของลูกตา

ซึ่ง UI ในอนาคตจะรวมเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้น ด้วยความสามารถในการดึงประสิทธิภาพของการทำงานที่เดิมใช้อยู่แต่บนหน้าจอออกมา ทำให้เราสามารถใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้เหมือนกับคุยอยู่กับคนด้วยกัน โดยไม่จำเป็นต้องเปิดแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์อีกต่อไป

อ่านบทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่

Learn More



Top