คัดลอกลิงก์แล้ว!

ตีแผ่มุมมองผู้บริหารธุรกิจต่อ Generative AI ความสำคัญและผลกระทบในอนาคต

โลกหมุนเร็วเท่าไรยิ่งนำไปสู่พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน จึงไม่แปลกใจที่ทุกอุตสาหกรรมต่างพยายามปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยเฉพาะในโลก Marketing in Metaverse ที่ Philip Kotler เจ้าพ่อการตลาดยุคใหม่ มองว่าสิ่งนี้จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตมนุษย์มากขึ้น จนพลิกวิถีการทำการตลาดเข้าสู่ยุคใหม่หรือ Marketing 6.0 นั่นเอง จากจุดนี้เองเทคโนโลยี Generative AI จึงเริ่มเข้ามามีบทบาทและถูกจับตามองมากขึ้นจากธุรกิจด้วยเช่นกัน

 

สำหรับผู้บริหาร การทำความเข้าใจและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้บริษัทแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น แต่ยังเปิดโอกาสสำหรับการเติบโตและนวัตกรรมใหม่ ๆ และเป็น Fast Adaptor ที่เต็มไปด้วยความยืดหยุ่น อีกทั้ง Generative AI ยังถูกจัดให้เป็น 1 ใน 10 เทรนด์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ของปี 2024 ที่คาดการณ์ว่าจะมีผลกระทบในช่วง 3 ปีข้างหน้าอีกด้วย

 

ดังนั้น G-Able ในฐานะ Tech Enabler ที่อยู่เคียงข้างการเปลี่ยนแปลงในโลกดิจิทัลทุกยุคสมัย มากว่า 34 ปี อยากชวนทุกท่านเตรียมพร้อมรับมือกับจุดเปลี่ยนแห่งโลกเทคโนโลยีนี้ โดยในบทความนี้จะพาคุณสำรวจความสำคัญของ GenAI รวมถึงผลกระทบและเทรนด์ที่ธุรกิจควรรู้

 

ความสำคัญของ GenAI กับการใช้ในเชิงธุรกิจ

 

อย่างที่หลายคนทราบกันดี การปรากฎตัวของเทคโนโลยี GenAI มีความสำคัญไม่แพ้กับการมาของอินเตอร์เน็ตในยุคต้น ๆ โดยเทคโนโลยีนี้ไม่เพียงเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างจุดต่างสำหรับการแข่งขันที่เข้มข้นในโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ G-Able จึงเน้นมุมมองที่ธุรกิจมักตัดสินใจทำ GenAI ในองค์กรของตน จาก 3 เหตุผลหลัก ดังนี้ 

 

  1. สร้างนวัตกรรมใหม่ GenAI มีความสามารถในการสร้างเนื้อหา ออกแบบผลิตภัณฑ์ และพัฒนาไอเดียใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วในปริมาณมาก นอกจากนี้ยังช่วยเสริมการทดสอบและพัฒนาแนวคิดของทั้งทีม HR, Finance, Strategy และ Sales ได้อีกด้วย
  2. ลดต้นทุนทางธุรกิจ GenAI ใช้ในการวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการผลิต ทำให้สามารถลดต้นทุน ปรับปรุงคุณภาพ และเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจได้อย่างหลากหลาย
  3. สร้างและปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า GenAI ช่วยปรับแต่งเนื้อหาหรือผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้า สร้างประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัว และเฉพาะเจาะจงได้ นอกจากนี้ยังช่วยตีความและสังเคราะห์ข้อมูลการขายได้รวดเร็วขึ้นซึ่งนำไปสู่การเรียนรู้เชิงอัตโนมัติ เพื่อค้นหาความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและเข้าใจรายละเอียดที่สำคัญในการตัดสินใจ

 

ผลกระทบเมื่อธุรกิจใช้ Generative AI 

 

เหรียญย่อมมีสองด้าน ถึงแม้ว่า GenAI จะเป็นเทคโนโลยีที่มีข้อดีหลายประการที่จูงใจให้ธุรกิจนำมาใช้งาน แต่เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ยังใหม่ จึงมีประเด็นที่ผู้บริหารจำเป็นต้องให้ความสนใจพิเศษ

 

  1. ผลกระทบต่อแรงงาน GenAI นั้นมีพื้นฐานไอเดียคล้ายกับการทำงานแบบอัตโนมัติที่แทนที่บางงานของมนุษย์ได้ ทำให้อาจเกิดกระแสต่อต้านทางสังคมที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์แบรนด์ได้
  2. ความเสี่ยงทางจริยธรรม เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายเข้ามาดูแลเฉพาะทาง ทำให้โลกของ GenAI ยังมีช่องโหว่ทางกฎหมายได้เสมอ เกิดเป็นทั้งโอกาสและความกังวลเกี่ยวกับการใช้งานที่ไม่เป็นธรรมหรือสร้างเนื้อหาปลอม เช่น Deepfake เป็นต้น
  3. ความปลอดภัยของข้อมูลองค์กร หลายคนเริ่มนำ ChatGPT มาใช้ในการทำงาน เพื่อช่วยในการคิด วิเคราะห์ และประมวลผล ซึ่งบางครั้งต้องใช้การอัปโหลดข้อมูลบริษัทที่มีสถานะเป็นความลับ จากจุดนี้เองอาจทำให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูล ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายต่อไป
  4. การเตรียมตัวกับการใช้ GenAI องค์กรอาจจะต้องวางงบประมาณและแผนการฝึกอบรมและพัฒนาทีมงาน การวางนโยบายจัดการความเสี่ยง เพื่อให้พนักงานใช้เทคโนโลยีได้อย่างถูกวิธีและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ได้อย่างเต็มที่และยั่งยืน

 

10 เทรนด์ Generative AI ที่ธุรกิจควรรู้

 

จากรายงานของ Gartner ล่าสุดเกี่ยวกับ Top Strategic Predictions for 2024 & Beyond: The Year Everything Changed เผยถึง 10 เทรนด์ที่ธุรกิจควรให้ความสำคัญและเริ่มทำภายในปี 2014 ดังนี้

 

1. AI Makes Us Seem Better Than We Are

คาดการณ์ว่าภายในปี 2026 จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า Digital Charisma Filter ซึ่งเป็น AI ที่จะช่วยให้คำแนะนำ ทั้งก่อนและหลัง Interaction ระหว่างเพื่อนร่วมงาน ทำให้พนักงานมีความเข้าใจกันมากขึ้น และสามารถนำเสนอแง่มุมความคิดของตนเองได้อย่างกระจ่างขึ้น ทำให้บริษัทเปิดโอกาสรับพนักงานได้หลากหลายมากขึ้น นำไปสู่การพัฒนาที่รวดเร็ว และรอบด้านมากขึ้น

 

2. AI Productivity Shifts Geopolitical Balance

ภายในปี 2027 บทบาทของ AI จะเพิ่มมากขึ้น ประเทศต่าง ๆ จะเร่งพัฒนาระบบ AI ของตนเอง ผลักดันเศรษฐกิจ ไปจนถึงช่วยลดความขาดแคลนแรงงานคน ทำให้ AI กลายเป็นอีกหนึ่งทรัพยากรที่จะแสดงถึงพลังอำนาจของแต่ละประเทศทั้งในเชิงการเมือง และการปกครอง

 

3. Real Value of Neurodiversity Spikes

องค์กรใหญ่ ๆ เปิดโอกาสให้กลุ่มคนที่มีความแตกต่าง (Neurodivergent) เข้ามาทำงานมากขึ้น โดยต่อยอดมาจากข้อแรก จากรายงานได้มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2027 ประมาณ 25% ของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับ Fortune 500 จะมุ่งเป้าในการจ้างพนักงานที่มีความแตกต่างเชิงวิธีคิดมากขึ้น เช่นพนักงานที่อยู่ในเกณฑ์ ออทิสติก, ADHD, Dyslexia และอื่น ๆ อีกมากมาย เพราะ AI สามารถช่วยในการสื่อสารภายในองค์กร ดึงศักยภาพของคนหลากหลายรูปแบบ เพื่อนำเสนอมุมมองใหม่ นวัตกรรมใหม่ ที่ตอบโจทย์คนหลากหลายกลุ่มมากขึ้น

 

4. Competitive Advantage or Failure Risk

ไฟฟ้า กลายเป็นทรัพยากรสำคัญ มีผลต่อการพัฒนาของประเทศ ภายในปี 2026 คาดการณ์ว่า 50% ของประเทศในกลุ่ม G20 จะต้องจัดแบ่งการใช้พลังงานไฟฟ้าแบบหมุนเวียนในแต่ละเดือน เพราะความต้องการไฟฟ้าในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และระบบ AI เพิ่มมากขึ้น แต่การสร้างพลังงานไฟฟ้า จากโรงงานไฟฟ้า หรือพลังงานทางเลือก มีข้อจำกัดมากขึ้น ทำให้ความสามารถในการบริหารพลังงานไฟฟ้าในแต่ละประเทศ กลายเป็นข้อได้เปรียบ เสียเปรียบสำคัญ ในการพัฒนาต่อไป

 

5. GenAI Supercharges Legacy Modernization

เป็นที่รู้กันว่าการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง และภาพลักษณ์บริษัทให้มีความทันสมัยมากขึ้น (Modernization) ต้องใช้ค่าใช้จ่ายเยอะมาก ๆ ภายในปี 2027 มีแนวโน้มว่า GenAI และ Large Language Models (LLMs) จะมีศักยภาพมากขึ้นจนสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการ Modernize แบรนด์ได้มากถึง 70% แทนที่ระบบภายในเก่า ๆ ด้วยเทคโนโลยี และแอปพลิเคชันได้ง่าย และรวดเร็วขึ้น

 

6. Robot Workers Outnumber People

หุ่นยนต์ทำงานมากกว่าคนในอุตสาหกรรมการผลิต ขายปลีก และการขนส่ง นี่เป็นสิ่งที่เริ่มเกิดขึ้นแล้ว และจะเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อย ๆ เนื่องจากปัญหาความขาดแคลนแรงงาน เพราะตั้งแต่ปี 2022 Gartner ได้ทำเซอร์เวย์และค้นพบว่า 96% ของบริษัทขนส่งได้มีแผนการนำหุ่นยนต์ หรือระบบ Automation มาใช้ และ 35% ได้มีการนำหุ่นยนต์มาใช้แล้วเรียบร้อย จึงคาดการณ์ว่าภายในปี 2028 สายงานขนส่ง และบริการต่าง ๆ จะมีการนำหุ่นยนต์มาใช้ ควบคู่ไปกับคนงาน มากขึ้น 

 

7. Machine Customers Force CEOs to Embrace New Channels

บริษัทต้องหาช่องทางใหม่ เพื่อขายของให้ลูกค้าที่เป็นหุ่นยนต์ ภายในปี 2026 ประมาณ 30% ของบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย อาจต้องเพิ่มอีกแผนกหนึ่งขึ้นมาเพื่อรองรับการจับจ่ายใช้สอยของเครื่องจักร หรือ IoT ที่มีระบบ AI สามารถสั่งซื้อของได้เลย ทำให้การตลาด และการขาย จะต้องปรับตัวอย่างมาก เช่นเดียวกับระบบบริการ ขนส่ง ไปจนถึงการจับจ่ายใช้สอย จะต้องคำนึงถึงการตัดสินใจของ AI มากขึ้น

 

8. Malinformation Is a Multifront Threat

มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2028 บริษัททั้งหลายจะลงทุนไปกับการป้องกันข้อมูลเท็จเป็นมูลค่ากว่า 3 แสนล้านเหรียญ โดยต้องแบ่งงบในส่วนของการตลาด และ Cybersecurity กว่า 10% มาเพื่อแก้ปัญหาเลยทีเดียว เพราะปัญหาการปลอมแปลงข้อมูลมีผลโดยตรงต่อ Database ยิ่ง AI มีฐานข้อมูลที่เยอะ ละเอียด ไม่คลาดเคลื่อน ไม่ถูกปลอมแปลง ก็จะยิ่งส่งผลให้การตัดสินใจของ AI เที่ยงตรงมากขึ้นไปด้วย

 

9. CISOs Get More Power

Cheif Information Security Officer (CISOs) หรือผู้บริหารด้านความปลอดภัยข้อมูลสารสนเทศ จะกลายเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญมากขึ้น โดยคาดการณ์ว่า 45% ของตำแหน่ง CISO จะต้องควบรวมความรับผิดชอบอื่น ๆ เข้าไปด้วย เช่นด้านสินทรัพย์ดิจิทัล, กฎระเบียบ (Regulation) ด้านการเก็บ หรือแชร์ข้อมูล ไปจนถึงเรื่องการยินยอม (Consent) ให้นำข้อมูลไปใช้ในระบบต่อ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างมาก

 

10. Unions of People Form to Combat Machines

GenAI จะทำให้พนักงานต้องการเข้าร่วมสหภาพแรงงานมากขึ้น 1,000% ภายในปี 2028 GenAI จะเข้ามามีส่วนร่วมในฟังก์ชันการทำงานมากขึ้น ทำให้พนักงานประจำบางส่วนเกิดความรู้สึกไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน ในขณะที่กลุ่มพนักงานที่ไม่สามารถทดแทนด้วย AI จะเริ่มรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่นมากขึ้น ซึ่งผู้บริหารจะต้องสร้างความสำคัญให้พนักงานทุกคน หากไม่สามารถทำได้ บริษัทนั้น ๆ อาจมีอัตราคนออกเพิ่มขึ้น 20% 

 

สรุป

 

ในท้ายที่สุด ไม่อาจยืนยัน 100% ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปในอนาคต แต่คาดว่าธุรกิจจะมีเรื่องตื่นเต้น และจุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องเริ่มเปิดรับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในโลกอนาคต เนื่องจากเทคโนโลยีและวิทยาการต่างพัฒนาอย่างรวดเร็ว ผลักดันให้ธุรกิจทุกระดับชั้นต้องเข้าร่วมและก้าวตามให้ทัน