คัดลอกลิงก์แล้ว!

Neuralink เตรียมฝั่งชิปในสมองคนในปี 2024 ล้ำจริง หรือเสี่ยงเกิน?

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เมื่อ Elon Musk เริ่มทำอะไร ทั้งโลกจะต้องจับตามอง! ตั้งแต่รถพลังไฟฟ้าสุดล้ำ ไปจนถึงโครงการสำรวจอวกาศ แต่ครั้งนี้ โครงการที่ทั้งโลกกำลังจับจ้องอย่างใกล้ชิด มีขนาดเล็กเท่าหัวแม่โป้ง แต่สามารถพลิกผันวงการแพทย์ Neuro-Tech ได้เลยทีเดียว! มันคือ Neuralink หรือการฝังชิปลงไปในสมองคนจริง ที่มีประกาศว่าจะเริ่มทดลองกับคนจริงได้แล้วภายในปี 2024 นี้ ท่ามกลางเสียงที่แตกออกเป็นหลาย ๆ ฝ่าย บ้างมองว่ามันคือก้าวสำคัญของมนุษยชาติ บ้างเต็มไปด้วยข้อกังขา 

 

มาทำความรู้จักหนึ่งในโปรเจกต์สุดทะเยอทะยานที่สุดของทศวรรษนี้ พร้อมวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของวิทยาการพลิกโลก

 

Neuralink คืออะไร ?

 

Neuralink เป็นบริษัทที่ทำหน้าที่ทั้งวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์สาย Neurotechnology หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท โดยก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2016 ด้วยวิสัยทัศน์ของ Elon Musk  โดยเป้าหมายหลักของ Neuralink คือการสร้างสื่อกลางระหว่างสมอง และคอมพิวเตอร์ เพื่อทำการรักษาผู้ป่วยระบบประสาท โดยหวังว่าจะสามารถรักษาผู้พิการ อัมพาตครึ่งล่าง ไปจนถึงผู้ที่ตาบอดตั้งแต่เกิด โดยตั้งชื่ออุปกรณ์ดังกล่าวว่า ‘The Link’ โดยปัจจุบัน Neuralink ถูกประเมินมูลค่าของบริษัทสูงถึง 5 พันล้านเหรียญทีเดียว

 

ซึ่งนี้ก็ไม่ได้เป็นสินค้าอย่างเดียวที่ Neuralink กำลังพัฒนา หากแต่ได้วิจัยสินค้าที่จะทำให้ Neurotechnology สามารถถูกใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน พัฒนาแขนงของเทคโนโลยีที่ดูไกลตัวให้เป็นเชิงพาณิชย์มากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ทำเครื่องลิงก์สภาพคลื่นสมองกับคอมพิวเตอร์แบบ real-time ไปจนถึงทำให้สามารถสั่งการคอมพิวเตอร์ได้ด้วยความคิด

 

การทดลองกับคนจริงของ Neuralink

 

เมื่อปลายปีที่แล้ว Neuralink ได้รับการอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาให้ทำการทดลอง Neuralink กับมนุษย์จริง โดยกำหนดว่าจะต้องเป็นกลุ่มคนที่อายุต่ำกว่า 40 ปี ซึ่งมีความพิการ ไม่สามารถขยับแขนขาได้ ซึ่งหลังจากคัดเลือก test subject เรียบร้อย จะทำการฝังชิปไว้บริเวณกรีบสมองส่วนหน้าของผู้ถูกทดลอง (premotor cortex) เพื่อเก็บข้อมูลการทำงานของสมองในส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวไว้ในคอมพิวเตอร์เพื่อทำการเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ และระบบประสาทของมนุษย์

 

ความท้าทายที่คุณ Elon จะต้องเผชิญกับ Neuralink

 

อย่างที่ทราบกันดีว่า Elon Musk เป็นนักพูด นักการตลาดที่เก่งกาจไม่แพ้ความเป็น innovator ของเขา หากแต่โปรเจกต์ Neuralink จะต้องเล่นกับความปลอดภัยของคนโดยตรง จึงต้องการความละเอียดรอบคอบที่สูงมาก ๆ อีกระดับหนึ่ง แม้ว่า Elon จะเคยผ่านโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่เกี่ยวกับยานยนต์ และกระสวยอวกาศ แต่นี้คือโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับร่างกายภายใน หากมีข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้หมดความเชื่อมั่นไปตลอดกาล

 

นอกจากนั้นยังมีเรื่องการแข่งขันอีกด้วย เพราะแม้ว่า Neurotechnology จะไม่ได้เป็นแขนงของวิทยาการที่มีการแข่งขันสูง แต่ก็มีหลากหลายบริษัทที่จัดตั้ง และมีความพร้อมเฉพาะด้านมากกว่า Neuralink ยกตัวอย่างเช่น Synchron และ Onward ที่เริ่มมีการทดลองกับสมองมนุษย์จริง ๆ แล้ว แต่ไม่ได้ถูกพูดถึงเท่ากับ Neuralink ในขณะเดียวกัน Neuralink จะต้องนำเสนอบริการที่แตกต่างจากคู่แข่ง

สิ่งที่ทำให้หลายคนไม่เห็นด้วยกับ Neuralink

 

  • การทดลองกับสัตว์

ถือว่าเป็นเรื่องค่อนข้างใหญ่เลยก็ว่าได้ เมื่อประมาณปลายปี 2022 ได้มีทีมนักวิจัยออกมาเปิดโปงเบื้องหลังของการทดลอง Neuralink ว่าได้ทำการทดลองกับลิง โดยที่อุปกรณ์ยังไม่ได้ถูกพัฒนาให้ปลอดภัยเพียงพอ ทำให้เกิดการทารุณกรรมต่อสัตว์ที่ถูกใช้ในการทดลองโดยไม่สมเหตุสมผล ซึ่งแน่นอนว่าในยุคสมัยนี้ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ 

 

แต่อย่างไรก็ตาม Neuralink ก็ยังผ่านการประเมินของ USDA (United States Department of Agriculture) และไม่ได้มีรายงานว่าเรื่องขึ้นถึงชั้นศาล แต่มีรายงานว่าเรื่องถูกไกล่เกลี่ยเรียบร้อย และ Neuralink ได้มีการทำการทดลองกับสัตว์มาตั้งแต่ปี 2018 โดยทดลองกับสัตว์กว่า 1800 ตัว ตั้งแต่ แกะ หมู ไปจนถึงลิง โดยที่อัตราการตายของสัตว์ที่ใช้ทดลองถือว่าสูงมาก ๆ ซึ่งทางบริษัทก็ไม่ได้ออกมารายงานถึงข้อเท็จจริงเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของการทดลองกับมนุษย์จริง

 

  • นโยบาย ‘Move Fast’ ของ Elon

หนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้ venture ต่าง ๆ ของคุณ Elon Musk ประสบความสำเร็จมาก ๆ คือความรวดเร็วในการทำงานวิจัย และออกผลิตภัณฑ์ออกมาใช้งานจริง ๆ ในท้องตลาด จึงถือว่าเป็นจ้าวแรก ๆ ที่นำเสนอวิทยาการนี้ออกมา เช่น Tesla เป็นรถกึ่ง luxury แรก ๆ ที่เป็น full-electric ส่วน SpaceX ก็เป็นจ้าวแรก ๆ ที่ทำให้การนำคนขึ้นอวกาศเป็นเชิงพาณิชย์ แต่สำหรับ Neuralink โปรเจกต์ของ Elon แม้จะสร้างความฮือฮาก็ยังถือว่าช้าอยู่หากเทียบกับคู่แข่งอื่น ๆ หลายคนจึงมองว่าโปรเจกต์นี้เป็นการขายฝัน และให้คำสัญญาถึงผลลัพธ์ที่สวยหรูเกินไป

 

  • นักวิทยาศาสตร์บอกลาโปรเจกต์นี้

อีกหนึ่งสัญญาณไม่สู้ดีของ Neuralink คือการที่มีนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังหลายคนต่างโบกมือลาจากโปรเจกต์นี้ กล่าวคือตอนเริ่มแรก Elon Musk สามารถรวมทีมนักวิทยาศาสตร์ทั้งสาย tech ไปจนถึงประสาทวิทยา และนักชีววิทยาชั้นนำของโลกกว่า 8 คน แต่รายงานว่าภายในปี 2022 มีเพียง 2 คนเท่านั้นที่ยังคงมีรายชื่อใน Neuralink นี้ ทำให้หลายคนเริ่มกังขาถึงความเป็นไปได้ และความถูกต้องในการวิจัยของ Neuralink โดยเฉพาะในแง่มุมของวิทยาศาสตร์

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น เราจะต้องจับตาดูกันอย่างใกล้ชิด ว่า Neuralink ที่ตอนนี้บริษัทมีมูลค่าในตลาดมากถึง 5 พันล้านเหรียญ จะกลายเป็นวิทยาการพลิกโลก ที่เพิ่มคุณภาพชีวิตให้กลุ่มคนพิการ หรือจะกลายเป็นหนึ่งในบทเรียนราคาแพงของหลากหลายโปรเจกต์ที่ทะเยอทะยาน แต่เต็มไปด้วยปัญหารุมเร้า