ปีใหม่ หลายคนอาจนึกถึงงานปาร์ตี้ พลุ ลูกโป่ง เพื่อน และครอบครัว เป็นช่วงเวลาพักผ่อน เทศกาลแห่งความสุขที่หลาย ๆ คนหันมาให้รางวัลกับตนเอง หลังจากที่บากบั่นทำงานมาอย่างเหน็ดเหนื่อยทั้งปี เพื่อให้เริ่มต้นปีใหม่ได้อย่างมีผ่อนคลาย เต็มไปด้วยพลัง และแรงบันดาลใจ …
แต่บางคนกลับเกิดผลเป็นอะไรที่ตรงกันข้าม ระหว่าง หรือหลังจากช่วงปีใหม่ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นความเศร้า ความเซื่องซึม ว่างเปล่า และเคว้งคว้าง อาการนี้แท้จริงมีคำเรียกซึ่งได้แก่ New Year’s Blues หรืออาการซึมเศร้าช่วงปีใหม่ มันคืออะไร แล้วใครที่มีอาการเหล่านี้ เราจะรับมืออย่างไรดี ตามมาอ่านกันได้เลย
New Year’s Blues คืออะไร ?
New Year’s Blues หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า Holiday Depression คือหนึ่งในอาการแยกย่อยของโรคซึมเศร้า (Depression) เป็นอาการผิดปกติทางอารมณ์ แต่จะเป็นอาการเศร้าที่เกิดขึ้นโดยมีสิ่งกระตุ้น (Trigger) ซึ่งก็คือช่วงเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นช่วงปีใหม่ ช่วงวันหยุดยาว หรือหากเป็นในประเทศไทย ก็คือช่วงสงกรานต์เป็นต้น โดยมักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีสภาวะจิตเวช ซึมเศร้า อยู่แล้ว
โดยกรมสุขภาพจิตของสหรัฐอเมริกา หรือ National Alliance on Mental Illness (NAMI) รายงานว่า 64% ของผู้ที่มีอาการซึมเศร้า หรือผู้ป่วยโรคซึมเศร้า มีความรู้สึกซึมเศร้ายิ่งขึ้นในช่วงเทศกาล
อาการของ New Year’s Blues
โดยอาการจะแตกต่างกันไป แต่โดยคร่าว ๆ ผู้ที่อยู่ในสภาวะ Holiday Depression จะมีความเศร้า ไม่รู้สึกยินดียินร้าย ไม่อยากออกไปไหน อยากอยู่คนเดียว นอนไม่หลับ รวมไปถึงเมื่อผ่านพ้นช่วงเทศกาลมาแล้วก็อาจรู้สึกเหมือนว่าตนเองไม่ได้หยุดพัก รู้สึกเหนื่อยและกดดันยิ่งกว่าเดิม
ซึ่งหากใครสงสัยว่าตนเองมีอาการซึมเศร้าช่วงเทศการหรือไม่ลองถามตนเอง ว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงเทศกาลคุณมีอาการดังนี้หรือไม่ ?
- เริ่มรู้สึกเซื่อง ๆ ซึม ๆ (low mood)
- รู้สึกหมดหวัง ทอดอาลัย
- รู้สึกรำคาญ กระวนกระวาย งุ่นง่าน
- ไม่สนใจในสิ่งที่ตนเคยชอบ
- เหนื่อยล้า
- นอนไม่หลับ
- กินข้าวไม่ลง
- ถ่ายทอดความคิดตนเองไม่ค่อยได้
- เริ่มคิดถึงการทำร้ายตนเอง หรือฆ่าตัวตาย
- ความเจ็บปวดทางอารมณ์กลายเป็นความเจ็บปวดที่รู้สึกได้ตามร่างกาย
สาเหตุเบื้องต้นของ New Year’s Blues
- ความเครียด : เป็นเหตุผลอันดับหนึ่งของภาวะนี้ โดยเฉพาะหากช่วงปีใหม่ หรือช่วงเทศกาลเรามีแผนการ มีธุระที่จะต้องทำเยอะไปหมด จนอาจเกิดอาการกดดันได้
- ความคาดหวัง : ที่เกิดขึ้นอาจนำไปสู่ความเศร้าได้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีนิสัยแบบ Perfectionist วาดภาพของช่วงปีใหม่ให้มีแต่ความสุข แต่สุดท้ายบางสิ่งอย่างอาจไม่เป็นไปตามแผนนำไปสู่ความผิดหวังเป็นต้น
- เมื่อเห็นคนมีความสุข : อาจทำให้ยิ่งรู้สึกเศร้ามากขึ้น โดยเฉพาะกรณีของผู้ที่มีพื้นฐานอาการซึมเศร้า เพราะจะทำให้เกิดความรู้สึกแปลกแยกจากคนอื่น เช่นการตั้งคำถามกับตนเองว่า ทำไมเราถึงไม่ปกติ? ไม่เหมือนคนอื่น? หรือบางคนอาจเลือกที่จะฝืนยิ้ม ฝืนมีความสุข หรือที่เรียกว่าอาการ Smile Depression เพื่อทำให้ตนเองดูกลมกลื่นเข้ากับบรรยากาศ ทั้ง ๆ ที่ข้างในอาจกำลังรู้สึกเศร้า และขมขื่น
- อารมณ์ที่ขึ้นสุดลงสุด : เช่น หลายคนต้องเร่งทำงานช่วงก่อนปีใหม่ เก็บงานทุกอย่าง ก่อนที่จะไปเที่ยวและมีความสุข เฉลิมฉลอง จากนั้นก็ต้องกลับมาทำงาน เครียดอีกครั้ง ซึ่งความเหวี่ยงของอารมณ์อาจมีผลกับเคมีในสมอง
วิธีการรับมือกับ New Year’s Blues
- ตระหนักถึงปัญหา : ทำความเข้าใจก่อนว่าช่วงปีใหม่ หรือช่วงเทศกาล ไม่ใช่ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดสำหรับทุกคน หากคุณมีปัญหานี้ ให้รับรู้ว่าเราไม่ใช่ตัวประหลาด หรือไม่ต้องกดดันตนเองให้ฉลองช่วงปีใหม่เหมือนกับคนอื่น ๆ
- ฉลองในแบบของตนเอง : ให้เวลากับตัวเองมาก ๆ พร้อมทำกิจกรรมที่ช่วงฟื้นฟูสภาพจิตใจ หรือไม่เครียด ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้เร้าอารมณ์มาก เช่น งานฝีมือ สร้างสรรค์งานศิลปะ อ่านหนังสือ ไปจนถึงห้อมล้อมตัวเองไปด้วยคนรัก หรือคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจที่สุด
- หยุดพักการเสพ Social Media : แน่นอนว่าช่วงปีใหม่ หลายคนจะต้องออกไปเที่ยว ออกไปฉลอง แล้วโพสต์ภาพหรือวิดีโอกระจายไปทั่วแพลตฟอร์มออนไลน์ของตนเอง การเห็นสิ่งเหล่านี้จะทำให้เรานำตนเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นจนเกิดความรู้สึกกดดัน และเครียด ฉะนั้นควรลด หรือเลิกเล่นสื่อออนไลน์ไปเลยหากคิดว่าตนเองรับไม่ไหว
- โฟกัสที่ความสำเร็จของตนเอง : อย่าให้ความสำคัญกับความสำเร็จของคนอื่น ให้รางวัลกับตนเอง แม้จะเป็นความสำเร็จเพียงเล็กน้อย ให้มองว่าการที่เราผ่านพ้น ประคองตนมาได้อีกปีหนึ่งก็เป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่แล้ว บางคนใช้การบันทึกสั้น ๆ สรุปความสำเร็จของตนเอง เพื่อให้เห็นคุณค่า และความหมายของตนเองอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
- ขอความช่วยเหลือ : หลายคนชอบคิดว่าช่วงปีใหม่เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ไม่ควรนำปัญหาของตนเองไปทำให้ หากแต่ถ้าสภาพจิตใจของเรามันย้ำแย่มาก อย่ากลัว หรือเกรงใจที่จะขอความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นจากคนที่รัก และห่วงใยเรา ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญ จิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยา
สุดท้าย ขอให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของสภาพจิตใจของตนเอง เพราะเชื่อว่าหลาย ๆ คนมีแผนการ และสิ่งที่ต้องการมากมายที่อยากทำให้สำเร็จในปี 2024 จนละเลยการดูแลตนเองทั้งสุขภาพภายนอก ไปจนถึงสภาพจิตใจภายใน ใช้ชีวิตให้เต็มที่แล้วอย่าลืมรักตัวเองให้มากพอด้วยครับ ด้วยรักและห่วงใยจาก G-Able
