ลองนึกภาพ ตื่นมาทำงานในเช้าที่สงบเงียบ กลางหุบเขาเขียวขจี หรือหาดทรายขาวตัดกับทะเลสีฟ้าใส คุณสามารถทำงานที่ไหนก็ได้! ขอแค่มีที่นั่งสบาย ๆ และสัญญาณอินเทอร์เน็ตดี ๆ เสียหน่อย นี่คือรูปแบบการทำงานที่เรียกว่า Remote Working ที่บางคนทำงานไป กระโดดไปเที่ยวที่โน่นที่นี่ไป จนถูกขนานนามว่า Digital Nomad ซึ่งถือว่าเป็นอีกเทรนด์การทำงานที่เป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคสมัยหลังช่วงโควิดที่หลาย ๆ คน เคยชินกับอิสระในการทำงานที่บ้าน หรือสถานที่อื่น ๆ ตามใจชอบ
ฉะนั้นหากใคร ๆ กำลังสงสัยว่าจะเริ่มเข้าโหมด Remote Working อย่างไรให้ตอบโจทย์ งานดี ไม่เสียคุณภาพ แถมยังได้สนุกกับการใช้ชีวิต ต้องตามมาอ่านกันเลย !
ทำงานที่สามารถ Remote Working ได้
เริ่มจากดูก่อนเลยว่างานไหนบ้างที่เราสามารถทำงานทุกที่ทุกเวลาได้ แน่นอนว่างานบางประเภทก็ไม่สามารถ Remote Work ได้เลย ยกตัวอย่างเช่น งานบริการ งานโรงงาน วิศวกรการผลิต โดยประเภทงานที่รายงานว่าเหมาะสุด ๆ กับไลฟ์สไตล์แบบ Digital Nomad มีดังนี้
- งานด้านการตลาดต่าง ๆ โดยเฉพาะช่องทาง Social Media, Content Marketing ไปจนถึง SEO Specialist
- งานสายเทคโนโลยี เช่น Programmer, Web Developer
- งานด้านความคิดสร้างสรรค์ ที่สามารถสร้างตลาดให้แก่ตนเอง เช่น Graphic Designer, Blogger ไปจนถึง Podcaster
- งานด้านการให้คำปรึกษาอิสระ ไม่ว่าจะเป็น Business Consultant, Law Consultant ไปจนถึง HR Consultant
อุปกรณ์ต้องครบ!!
แน่นอนว่าเรื่องอุปกรณ์ก็จะต้องพร้อมมาก ! นอกจากจะต้องเหมาะสมกับการใช้งาน ยังจะต้องมีความคล่องตัว เรียกว่ามีความ Compact สูงมาก ๆ มุ่งเน้นหาอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ คงทน ไม่เกะกะเทอะทะ โดยทางเราก็ได้ลิสต์อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เหล่า Digital nomad มือใหม่ทั้งหลาย ห้ามลืมโดยเด็ดขาด
- อะแดปเตอร์ที่มีหัวสามารถเสียบปลั๊กได้หลากหลาย (Universal Travel Adapter)
- เราเตอร์ไวน์ไฟล์ (Wireless Portable Nano Travel Router) สำหรับในกรณีที่ต้องไปสถานที่ที่อาจห่างไกลความเจริญ และอาจมี Wifi ที่ไม่เสถียรเท่าที่ควร
- ที่ตั้งโน้ตบุ๊กแบบวางบนตัก (Portable Laptop Lap Desk) สำหรับกรณีที่เดินทางไปสู่สถานที่ที่อาจไม่มีโต๊ะทำงานจริงจัง
- ขาตั้งโน้ตบุ๊ก (Laptop Stand) สำหรับวางคอมฯ บนโต๊ะให้ง่ายต่อการมอง ไม่เมื่อยคอ
- กระเป๋าโน้ตบุ๊ก พร้อมกระเป๋าจัดเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ (Laptop Backpack + Electronic Organizer) เพื่อให้ชีวิตการเดินทางของคุณสะดวกและง่ายขึ้น
- หูฟังที่สามารถใช้งานได้ดีทั้งการฟัง และพูด (Quality Headset)
โปรแกรมต่าง ๆ อำนวยความสะดวก Digital Nomad
นอกจากอุปกรณ์ Gadget ต่าง ๆ แล้ว ที่จำเป็นแล้ว ในยุคสมัยนี้ยังได้มีโปรแกรม หรือซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อทำให้ชีวิตของ Digital Nomad
โปรแกรม VPN เช่น ExpressVPN , Hotspot Shield
แน่นอนว่า Accessibility เป็นสิ่งที่สำคัญสุด ๆ สำหรับชาว Digital Nomad ทั้งหลาย VPN จึงเป็นสิ่งที่อาจจำเป็นในการทำงานบางพื้นที่ หรือบางประเทศที่ IP ของอินเตอร์เน็ต อาจแบนเว็บไซต์บางเว็บไซต์ การมี VPN ติดตัวไปด้วยทำให้คุณสามารถเข้าถึง IP เว็บไซต์ของทุกที่ได้ นำไปสู่การเข้าถึงข้อมูลที่มากกว่า ไปต้องขึ้นอยู่กับพื้นที่
โปรแกรมจัดระเบียบการทำงาน เช่น Monday , Trello
อีกสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ในการทำงานที่ไหนก็ได้คือระเบียบวินัยในการทำงาน ส่งงาน ซึ่งก็โชคดีมาก ๆ เพราะในสมัยนี้มีซอฟต์แวร์ต่าง ๆ มากมายที่จะมาช่วยจัดตารางงาน หรือส่งอัปเดตโปรเจกต์ของคุณได้อย่างง่ายดาย ช่วยเหลือทั้งผู้ที่ทำงานร่วมกัน และตัวคุณเองที่สามารถรู้ได้ทันทีว่าในแต่ละวันมีอะไรต้องทำบ้าง ด้วย Interface ที่ดูง่าย เหมาะกับการใช้งานอีกด้วย
โปรแกรม Video-Call เช่น Zoom , Google Meet
นับเป็นสิ่งที่สำคัญในการสื่อสารมาก ๆ โดยเฉพาะโปรแกรมที่สามารถแชร์หน้าจอให้อีกฝั่งเห็นอย่างชัดเจน เพื่อในกรณีที่บางครั้งเกิดปัญหา ต้องการสื่อสารกับฝ่ายต่าง ๆ ให้เห็นภาพ ไปจนถึงอัปเดตงานให้เห็นภาพ
ความเสี่ยงของการทำงานแบบ Remote Working
สุดท้าย แม้ว่าคอนเซ็ปท์ของ Digital Nomad จะฟังดูเหมือนฝัน ก็ยังมีอุปสรรคมากมายเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์นี้ โดยเฉพาะสำหรับหลาย ๆ คนที่กำลังเปลี่ยนสถานะ จากการทำงานแบบเดิม ๆ มาสู่การทำงานแบบที่ไหนก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้
การทำงานแบบไม่เป็นเวลา
หลายคนมักจัดสรรเวลาไม่ถูกครั้นได้ทำงานแบบ Remote Working ทำให้เวลาทำงานกับเวลาพักผ่อนผสมปนเปกันจนทำให้งานก็ทำไม่เต็มที่ พักผ่อนก็ได้ไม่เต็มตา นี่คือสาเหตุว่าทำไมโรคพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือโรคกระเพาะจากการกินอาหารไม่ตรงเวลา จึงเกิดขึ้นบ่อยมากกับกลุ่มคนงาน Remote Working
จัดการความเครียดไม่ได้
บางครั้งแทนที่การทำงานแบบ Remote จะให้อิสระกับเรา แต่บางคนหากไม่สามารถแยกแยะงานกับชีวิตส่วนตัวได้ ทำให้รู้สึกเครียดอยู่ตลอดเวลา รู้สึกว่าพื้นที่ที่เคยเป็นพื้นที่พักผ่อน จะต้องกลายเป็นที่ทำงาน
เสียสรีระ
บ่อยครั้งที่หากทำงานที่บ้าน หรือระหว่างท่องเที่ยว เราอาจไม่ได้มีที่นั่งที่เหมาะสมที่สุดในการทำงาน ไปจนถึงบางคนติดนิสัยนอนทำงาน ก็อาจเป็นการสั่งสมปัญหาสรีระ เป็นปัญหาเรื้อรังที่ต้องแก้ในอนาคต
อ่านมาถึงตรงนี้ หวังว่าข้อมูลต่าง ๆ จะสามารถถูกนำไปใช้ได้ สำหรับใครก็ตามที่อาจกำลังต้องการเข้าสู่วงการ Remote Working เพราะถือว่าเป็นอีกทางออกหนึ่งสำหรับผู้ที่มีความรับผิดชอบ มีความสามารถ แต่ก็ต้องการอิสระในการใช้ชีวิต พร้อมตอบโจทย์การทำงานยุคใหม่อย่างมาก
