บริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) โดย คุณฐิติกานต์ กฤษณวิภาคพร รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคล ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สันติธรรม พรหมอ่อน หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นผู้แทน ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทั้งสององค์กรจะได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการศึกษาและสร้างบุคลากรที่มีความสามารถในสายงานเทคโนโลยี

ความร่วมมือครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ G-Able และ มจธ. ในการเป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกธุรกิจและสถาบันการศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ร่วมกัน:
ร่วมกันบ่มเพาะทักษะและองค์ความรู้: เราจะทำงานร่วมกันเพื่อดำเนินกิจกรรมทางวิชาการและวิชาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมด้านการศึกษา ที่เน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ การให้โจทย์จากสถานการณ์จริง และการสนับสนุนการพัฒนานักศึกษาและบุคลากรอย่างเข้มข้น เพื่อให้โครงการต่างๆ เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
ยกระดับสู่มืออาชีพมาตรฐานสากล: เราจะร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่ความรู้และจัดการอบรมทักษะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำงาน เพื่อให้นักศึกษาและบุคลากรสามารถพัฒนาตัวเอง เพื่อก้าวสู่บุคลากรคุณภาพในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
สร้างโอกาสและแรงบันดาลใจในสายอาชีพ: เราจะมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาและบุคลากรที่ต้องการสร้างทักษะอาชีพและประสบการณ์ทำงานจริง ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสอันหลากหลาย เช่น การได้งานทำ การสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน และการได้ร่วมงานกับกลุ่มบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรม
คุณฐิติกานต์ กล่าวว่า “G-Able มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จับมือกับ มจธ. ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี ความร่วมมือนี้เป็นเครื่องยืนยันความตั้งใจของเราที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างบุคลากรดิจิทัลที่แข็งแกร่งให้กับประเทศ การที่เราได้เชื่อมโยงภาคธุรกิจเข้ากับการศึกษา จะช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานได้อย่างมั่นใจ”
การผนึกกำลังระหว่าง G-Able และ มจธ. ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกัน เพื่อพัฒนาบุคลากรที่เป็นอนาคตของประเทศไทย ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาดแรงงานในภาคเทคโนโลยี แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป


